
ในปีงบประมาณ 2567 ระบบราชการพลเรือนสามัญของไทยสูญเสียกำลังคนไปทั้งสิ้น 19,006 คน ในจำนวนนี้เกษียณอายุราชการ 9,248 คน และลาออกด้วยความสมัครใจ 9,109 คน ตัวเลขทั้งสองชุดนี้ใกล้เคียงกันจนแทบไม่ต่างกัน (สำนักงาน ก.พ., 2568) และสะท้อนภาพความไม่ปกติในระบบราชการ

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ซึ่งไม่ได้เป็นแต่เพียงการยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจหรือภาพลักษณ์ของประเทศเท่านั้น

พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบิกษาแล้ว เริ่มบังคับใช้ต้นปี 70 ขั้นแรกเป็นการปรับระบบราชการครั้งใหญ่ที่เคยล่าช้า ต้องพกเอกสารจำนวนมาก โดยยกเลิกสำเนาเอกสาร คุมดุลพินิจรัฐ ดัน Super License ลดขั้นตอนอนุญาต

สถ.เปิดเส้นทางโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันร่าง TOR รัดกุมกว่าปีก่อนและป้องกันทุจริตได้ แต่มีการแก้ไขเป็นชบวนการ ตั้งแต่หาเหยื่อจนถึงการแก้ไข ยัน "ผู้รับจ้าง" มีส่วนเข้าไปแก้ไขผลคะแนนก่อนประกาศผล สั่งตรวจสอบแข่งขันที่ได้บรรจุและแต่งตั้งไปแล้วอีก 15,520 ราย ขณะที่นายกฯขีดเส้น สอบให้เสร็จใน 30 วัน

การทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นครั้งใหญ่ กระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อการคัดเลือกเข้ารับราชการอย่างรุนแรง "กานต์รวี วิชัยปะ" นำเสนอบทความ "ระบบราชการไทยไม่ได้ “คนที่ใช่” และ รักษา”คนที่ใช่” ไม่ได้" โดยตอนที่ 1 "โอกาสที่ไม่ชอบธรรม: ว่าด้วยความล้มเหลวของการคัดเลือกคนเข้าสู่ระบบราชการไทย"

ร่างกฎหมายการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ฉบับใหม่ ไม่เพียงจะอำนวยความสะดวกการบริการประชาชนมากขึ้น ทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันภาครัฐได้

นายกฯ นำทีมมหาดไทย แถลงผลการสอบสวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า "กระบวนการนี้ ทุจริตแน่นอน" และ "ไม่ใหญ่ทำไม่ได้" เผยมีเจ้าหน้าที่ของกรมท้องถิ่น เกี่ยวข้อง 5 ราย ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก แล้วก็อีกกลุ่มหนึ่งคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน

จากกรณีตึก สตง. ถล่ม ถึงการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ทางสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย TIJ มองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกลไกภาครัฐที่เอื้อให้คนโกงง่าย พร้อมเสนอระแบบกลไกใหม่ให้คนโกงยากขึ้น

การขับเคลื่อน "หลักนิติธรรม" กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับสังคมไทย ในจังหวะเวลายื่นขอเข้าเป็นสมาชิก OECD ชี้เป็น "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" ต้องรีบแก้ไขและ "วัดได้" เพราะกระทบต่อวิถชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจประเทศ สศช.เตรียมดันปฏิรูปกลไกรัฐในแผน 14

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ สั่งจำคุก 2 อดีต ป.ป.ช. หลังไม่เปิดเผยข้อมูลไต่สวนให้นักสิทธิมนุษยชน ปมคดีนาฬิกาหรูและแหวนเพชร พล.อ.ประวิตร โดยศาลฯ มองเป็นการช่วยตรวจสอบทุจริต

หลังจาก สตง."ไม่แสดงความเห็น" งบการเงินสปส. ปี 68 เหตุไร้หลักฐานยืนยันตัวเลขทางบัญชีที่ไม่ตรงกันสูงเกือบ 4 พันล้านบาท ท่ามกลางข้อสงสัยต่อมาตรฐานการบริหาร ซ้ำเติมปัญหาเดิม ๆ เรื่องความเชื่อมั่นและอยู่ระหว่างการผลักดันปฏิรูปองค์กร จนกระทั่งรมว.แรงงานสั่งชี้แจงด่วน ขณะที่สปส.ระบุเป็นปัญหาทางเทคนิค

28 มี.ค. 69 ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง. แห่งใหม่ถล่ม จากโครงการก่อสร้าง ที่เริ่มต้นปี 61 ด้วยการว่าจ้างออกแบบ 73 ล้านบาท ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างในปี 63 ด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท และมีการว่าจ้างควบคุมงานในปี 64 อีก 74.65 ล้านบาท โครงการนี้เบิกจ่ายไปแล้วกว่า 600 ล้านบาท

หากต้องการเข้าใจวิกฤตความเชื่อใจ (trust) หรือ ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่ เราต้องย้อนกลับไปดูถึงจุดกำเนิดของกกต.ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีต ก็จะเข้าใจว่ากกต.เกี่ยวพันอย่างไรกับอนาคตประชาธิปไตยไทย

ทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมายาวนานในสังคมไทย แม้หลายรัฐบาลจะออกมาส่งสัญญาณเอาจริงเอาจังที่ต้องการจะแก้ไข แต่สุดท้ายนอกจากสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นแล้วกลับย่ำแย่ลงกว่าเดิม กระทบไปถึงความเชื่อมั่นของประเทศอย่างรุนแรง

องค์กรสากล TI ประกาศดัชนีรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 68 ประเทศไทยได้ 33 คะแนน เป็นอันดับที่ 116 ของ 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นคะแนนที่ลดลงจาก 34 คะแนน ของปีก่อน และอันดับหล่นมาจาก 107

เมื่อกล่าวถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชันโครงการรัฐ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเป็นที่จดจำมากที่สุดก็คือ เหตุตึกสำนักงานตรวจสเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อปี 68 ทั้ง ๆ ที่ สตง. เป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตภาครัฐเอง

เหตุตึกสำนักงานตรวจสเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มวันที่ 28 มี.ค. 68 สะท้อนให้เห็นการทุจริตคอร์รัปชันโครงการรัฐ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การเสนอราคา ทำให้ปัญหา 'คอร์รัปชัน' กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนจับตาและคาดหวังให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน

ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นอีกปัญหาสำคัญที่หลายรัฐบาลพยายามแก้ไข แต่สถานการณ์กลับยังไม่ดีขึ้น หนำซ้ำยังแย่หนักลงกว่าที่เป็นอยู่ ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

"ราคาเงินใต้โต๊ะ" ที่ต้องจ่าย ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ และพวก เรียกรับเงินแลกคำสั่งโยกย้ายผิดวินัยร้ายแรง พร้อมสั่งฟันวินัยร้ายแรง 4 ข้าราชการผิดวินัย กรณีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างกรณีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างงานบำรุงป่าชายเลนของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4

คณะกรรมการป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทุจริตยักยอกเงิน "เบี้ยหวัด-บำเหน็จบำนาญ" กองทัพบก 2 ราย โยกเงินเข้าบัญชีตนเองนานถึง 8 ปี รวม 572 ครั้ง วงเงินกว่า 230 ล้านบาท ส่งดำเนินคดีอาญา ขณะที่อีก 2 รายให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง พร้อมให้กองทัพบกชดใช้ผู้เสียหาย

วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่หลักธรรมขัดเกลาจิตใจ ทว่าวัดหลายแห่งกลายเป็นช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน ยักยอกฟอกเงิน รวมทั้งพระสงฆ์บางรูปเองก็นำเงินทำบุญไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

หลังจากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เพราะปัญหาการออกแบบและก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน นำไปสู่การสอบสวนทุจริตการฮั้วประมูล และออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งผลต่อไปถึงภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใส ของ สตง.

ในสังคมที่เส้นแบ่งระหว่าง “ผลประโยชน์ส่วนรวม” กับ “ผลประโยชน์ส่วนตัว” ยังคลุมเครือ คำถามที่มักมีถูกถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ ใครควรใช้อำนาจรัฐ และใช้อำนาจนั้นเพื่อใคร ในหลายกรณีสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนระหว่างบทบาทในตำแหน่งสาธารณะกับผลประโยชน์ของครอบครัว พรรคพวก หรือเครือข่ายธุรกิจส่วนตัว

ถึงเวลาต้องปรับใช้เทคโนโลยีอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันในไทย ก่อนที่ปัญหาจะเกินเยียวยา คอร์รัปชั่นเรื่อยมา หลังจากดัชนีรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของประเทศร่วงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 คะแนนที่ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ป.ป.ช.หวั่นกระทบลงทุนจากภาพลักษณ์ย่ำแย่

พ.ร.ป. การป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกาศใช้เพื่อเพิ่มระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสคดีทุจริตต่อ ป.ป.ช. โดยไม่ต้องรับผิดหากถูกฟ้องร้องกลับ โดยหวังเพิ่มผู้ชี้เป้าทุจริตและการประพฤติมิชอบของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง แต่ไม่ช่วยกรณีอื่น

ในภาคเรียนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับผิดชอบสอนวิชาสถาบันการเมืองและรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้ผู้เขียนมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้างานวิชาการหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและบทบาทของสถาบันการเมือง หนึ่งในหัวใจสำคัญของวิชาที่ผู้เขียนเน้นย้ำกับนักศึกษา คือ หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล

คดีฮั้วเลือกสว. จะจบลงอย่างไร หรือ จะเป็นมวยล้มต้มคนดู หลังผ่านไปกว่า 1 ปีเพิ่งดำเนินคดี ขณะที่สว.บางกลุ่มขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ เลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจในการพิจารณาสอบสวนและตัดสินคดีนี้ นำไปสู่ความกังวลใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน “เลือกคนที่จะมาตัดสินตัวเอง”

เหตุการณ์ตึก สตง.แห่งใหม่ถล่มผ่านมาเดือนกว่า ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมยังคงกระตือรือร้นที่จะตรวจสอบปัญหาทุจริต เคลื่อนไหวให้ผู้กระทำความผิดแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาทุจริตในโครงการรัฐ

เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มทำให้คนไทยมองเห็นทุนจีน 'ลึกขึ้น' และ 'หลากหลายมากขึ้น' แต่ทว่าเหตุการณ์ไม่ปกติเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศไทยได้อย่างไร เราควรตั้งข้อสงสัยต่อกฎหมายหรือผู้ดูแลกฎหมายกันอย่างไร

ปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ไม่ได้ส่งผลเสียเฉพาะตัวบุคคลแต่ยังกระทบไปถึงสังคมในวงกว้าง และเชื่อมโยงต่อเนื่องไปถึงมิติทุจริต คอร์รัปชัน โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือ เราจะสร้างเมืองอย่างไรให้พร้อมโอบรับประชาชน เพื่อลดการเกิดปัญหาสุขภาพจิตของทุกช่วงวัยในอนาคตได้

การมีนโยบายที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สามารถเสริมสร้างความโปร่งใสและลดโอกาสในการเกิดการทุจริต โดยการเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกระบวนการนโยบายตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการตรวจสอบ จะช่วยสร้างความโปร่งใสและลดโอกาสการทุจริตเชิงนโยบายได้อย่างยั่งยืน

ปัญหาคอร์รัปชันกลายเป็นปัญาระดับโลกที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศ การรวมตัวกันของหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันผ่าน ASEAN-PAC มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามทุจริต

ธรรมาภิบาล เป็นแนวคิดสำคัญในการบริหารจัดการที่ต้องเน้นความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดการทุจริต แต่ในประเทศไทยการนำนโยบายธรรมาภิบาลไปใช้กลับถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบของระบบราชการและข้าราชการเป็นศูนย์กลางของอำนาจ

วงจรคอร์รัปชัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในภาครัฐแต่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะภาคเอกชนซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติตั้งแต่สถานการณ์ ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขคอร์รัปชันจึงยึดโยงกับเอกชนและส่งต่อผลกระทบไปยังระบบเศรษฐกิจของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบเสียหายรุนแรง แนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการการส่วนร่วมของทุกประเทศทั่วโลก ทั้งองค์กรระหว่างประเทศ และประชาชนทั้งในระดับนานาชาติ และในประเทศ

การฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP ถูกนำมาเป็นเครื่องมือขัดขวางการตรวจสอบหรือ ปกป้องประโยชน์สาธารณะ ขณะที่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการฟ้องปิดปาก ดังนั้น การเร่งออกกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปากจึงเป็นอีกกลไกสำคัญสู่การตรวจสอบและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

“ผมเชื่อมั่นครับ ว่าภายใต้รัฐบาลนี้ ปัญหาคอร์รัปชันจะลดลง ความโปร่งใสและเป็นธรรมจะเพิ่มมากขึ้น และตามมาด้วยความน่าเชื่อถือ การยอมรับจากประชาชนและนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางที่ดีต่อเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคน”

คำแถลงนโยบายรัฐบาลของนาวสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความคล้ายกับของนายเศรษฐา ทวีสิน ในหลาย ๆ นโยบาย และที่คล้ายกันอย่างน่าประหลาดใจคือ ทั้งสองรัฐบาลไม่มีการระบุเกี่ยวกับนโยบายการปราบปรามการทุจริต ราวกับว่าสังคมไทยไม่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล