
Data Center : รัฐต้องเข้มกำกับดูแล เปิดผู้มีส่วนได้เสีย “มีส่วนร่วม”
Data Center กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้งในสังคมไทยว่านโยบายของรัฐบาลจะส่งเสริมแค่ไหน เพราะเป็นอุตสาหกรรมทีส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งเรื่องการใช้น้ำและพลังงานไฟฟ้า โดยล่าสุด กระทรวงพลังงานเตรียมกำหนดเงื่อนไขเรื่องการคิดค่าไฟฟ้า แต่นั่นอาจจะไม่เพียง อาจต้องเปิดให้ผู้มีส่วนได้เสีย เข้ามามีส่วนร่วม

จากคนละครึ่งถึงไทยช่วยไทย พลัส: เศรษฐศาสตร์ของมาตรการร่วมจ่าย
ในรอบหลายปีที่ผ่านมา หากถามว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบใดที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด “คนละครึ่ง” คงเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ แนวคิดของมาตรการนี้เข้าใจได้ไม่ยาก รัฐออกเงินให้ส่วนหนึ่ง ประชาชนควักเงินของตัวเองอีกส่วนหนึ่ง แล้วนำไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย 1% ถึงสิ้นปี ไม่ขยับตามต่างประเทศ
การประชุมกนง.ที่เหลืออีก 3 ครั้งในปีนี้ บรรดาสำนักวิจัยคาดว่ากนง.จะคงดอกเบี้นโยบายไว้ที่ระดับ 1% จนถึงสิ้นปีนี้ สวนทางกับหลายประเทศขยับขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ แต่เงินเฟ้อของไทยเริ่มขยับลงและเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่-ไม่ทั่วถึง กังวลผลกระทบจากเอลนิโญรุนแรงและค่าครองชีพทยอยขยับตามผลกระทบราคาน้ำมัน

ขยะเกลื่อน! อบต.ทั่วประเทศ 4,993 แห่ง “99%ไร้การจัดการขยะ”
ตัวเลขช็อก! อบต.เกือบ 99% ไม่มีบ่อขยะ ต้องแบกภารกิจจัดการขยะด้วยงบที่จำกัด ท่ามกลางกฎหมายและระเบียบที่ล็อกการลงทุน เมื่อ “ไม่มีเงิน ไม่มีที่ทิ้ง ชุมชนไม่เอา” ปัญหาจึงไม่ได้จบแค่ขยะล้นพื้นที่ แต่เสี่ยงกลายเป็นมลพิษข้ามเขต เสนอ “คลัสเตอร์ยืดหยุ่น” รัฐร่วมเอกชน พลิกวิกฤตขยะท้องถิ่น

กับดัก “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ช้อปเพลิน-หนี้บาน “ไม่รู้ตัว”
รู้จัก “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” บริการสินเชื่อบนแอปฯ ซื้อของออนไลน์ คิดดอกเบี้ยสูงถึง 15-25% สมัครง่าย อนุมัติไว ผ่อนซื้อสินค้าได้แม้เป็นของชิ้นเล็ก แต่ความสะดวกอาจทำให้ผู้ใช้ซื้อของเกินความจำเป็นและก่อหนี้สะสมโดยไม่รู้ตัว ขณะที่บางผู้ให้บริการ หากผิดนัดชำระหนี้ อาจส่งผลกระทบต่อประวัติเครดิตบูโรด้วย

รักษาโรคหัวใจ-หลอดเลือด “บัตรทอง” จ่ายให้แค่ไหน?
โรคหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัว ขณะที่ค่ารักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์อาจสูงถึงหลักแสน สิทธิบัตรทอง ครอบคลุมแค่ไหน ตั้งแต่สวนหัวใจ ใส่ขดลวด ผ่าตัดบายพาส ไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

ถอดบทเรียนความรุนแรง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สร้างความปรองดอง
บาดแผลของประชาชนและความรุนแรงโดยรัฐเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต เช่น 6 ตุลา 2519, พฤษภา 2553, ตากใบ 2547, กรือแซะ 2547 ไปจนถึงขบวนการเคลื่อนไหวสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทุกครั้งภาครัฐไม่มีการถอดบทเรียน หาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นใหม่

เมื่อโจทย์ใหญ่ของภาครัฐไทย ไม่ใช่แค่จำนวนข้าราชการ
มาตรการลดกำลังคนภาครัฐที่ออกมาช่วงนี้ สะท้อนมุมมองของรัฐบาลว่า ให้ความสำคัญกับการลดรายจ่ายภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ ที่เป็นเงินเดือนค่าจ้าง ทำให้ไม่มีช่องว่างงบประมาณมาทุ่มกับนโยบายอื่น ๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นได้

ปฏิรูปกฎหมาย คืนสิทธิที่อยู่อาศัยให้คนจนเมือง
โครงการภาครัฐเช่น บ้านเอื้ออาทร โครงการบ้านมั่นคง ที่แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงของคนจนเมือง ยังไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่รวดเร็ว สภาพเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศ นำไปสู่การออกแบบนโยบายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอีกครั้ง
