Transparency International (TI) หรือ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ คือองค์กรภาคประชาสังคมระดับโลกที่มุ่งเน้นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1993 มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ทำงานผ่านเครือข่ายกว่า 100 ประเทศทั่วโลก เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ในทุกภาคส่วน
ในแต่ละปี TI จะจัดอันดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) แม้ว่าจะไม่ใช่การวัดการทุจริตที่เกิดขึ้นจริงโดยตรง แต่เป็นการประเมินผ่านการรับรู้ของผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจในแต่ละประเทศ สะท้อนถึงภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนหรือนักธุรกิจในการประเมินความเสี่ยงหรือใช้ประกอบการตัดสินใจในการเข้ามาลงทุนในแต่ละประเทศ
เพราะการทุจริตทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น บิดเบือนการแข่งขันที่เป็นธรรม และสร้างความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ
กล่าวได้ว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นอุปสรรคต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและบั่นทอนการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาใหญ่นี้ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน
ทั้งนี้ดัชนีรับรู้การทุจริตให้ความสำคัญกับประเด็นดังนี้
- การให้และรับสินบน
- การจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน
- การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่รัฐโดยปราศจากบทลงโทษ
- ความสามารถของรัฐบาลในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต
- ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กลไกความซื่อสัตย์ (Integrity Mechanisms) ในภาครัฐ
- ขั้นตอนและระเบียบราชการที่ซับซ้อนหรือมากเกินไป ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต
- กระบวนการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ระหว่างการแต่งตั้งโดยระบบตามความรู้ความสามารถ (merit system) กับการแต่งตั้งผ่านระบบอุปถัมภ์
- การดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ
- กฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ
- การคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับผู้แจ้งเบาะแส สื่อมวลชน และบุคคลที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต
ปัญหาคอร์รัปชันกำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก
ในการประกาศผลวันที่ 10 ก.พ. 69 TI ประเมินว่า ทั่วโลกต่างกำลังเผชิญกับทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น ทั้งอเมริกาที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อการทุจริตมานานหลายปีได้บั่นทอนประชาธิปไตยและเปิดโอกาสให้องค์กรอาชญากรรมเติบโตขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสิทธิมนุษยชนและความมั่นคง
ยุโรปตะวันออกและเอเชียกลางยังคงมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เพราะการละเลยการลงโทษคดีทุจริต เนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อนของรัฐบาลและสถาบันทางการเมืองอื่น ๆ
ขณะที่หลายพื้นที่ในแอฟริกาใต้ ประชาธิปไตยอ่อนแอควบคู่ไปกับความขัดแย้งทางอาวุธ ความไม่มั่นคง และความไม่สงบในหมู่ประชาชนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ได้คะแนนดัชนีน้อย
รัฐบาลในบริเวณตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือยังคงล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการทุจริตภาครัฐ ซึ่งมาจากความอ่อนแอของสถาบันตรวจสอบการใช้อำนาจ
สำหรับประเทศในยุโรปตะวันตกสามารถครอง 9 ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีดัชนีการรับรู้การทุจริตสูงที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามคะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคนี้ก็มีแนวโน้มลดลง
ดัชนีการรับรู้การทุจริต ไทยคะแนนต่ำลงเรื่อย ๆ
ไทยเข้าร่วมการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต ตั้งแต่ปี 2538 แต่ยังไม่เคยได้คะแนนเกิน 38 คะแนนเต็ม 100 คะแนน และถือว่าคะแนนตกต่ำลงเรื่อย ๆ ล่าสุด วันที่ 10 ก.พ. 69 TI ประกาศประกาศดัชนี CPI ประจำปี 68 ประเทศไทยได้ 33 คะแนน ลดลงจาก 34 คะแนนในปีก่อน ติดอันดับ 116 โลก ร่วงจากอันดับ 107 ในปี 67 ซึ่งคะแนนส่วนใหญ่ที่ลดลง อยู่ในกลุ่มการรับรู้ของนักลงทุนและผู้ประกอบการเอกชน โดยเฉพาะมิติของการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Yearbook) ที่ลดลงถึง 10 คะแนนจากปีที่ผ่านมา
สถิติคะแนน CPI ของไทย
- 2012/2555 ได้คะแนน 37 อันดับ 88 ของโลก
- 2013/2556 ได้คะแนน 35 อันดับ 102 ของโลก
- 2014/2557 ได้คะแนน 38 อันดับ 85 ของโลก
- 2015/2558 ได้คะแนน 38 อันดับ 76 ของโลก
- 2016/2559 ได้คะแนน 35 อันดับ 101 ของโลก
- 2017/2560 ได้คะแนน 37 อันดับ 96 ของโลก
- 2018/2561 ได้คะแนน 36 อันดับ 99 ของโลก
- 2019/2562 ได้คะแนน 36 อันดับ 101 ของโลก
- 2020/2563 ได้คะแนน 36 อันดับ 104ของโลก
- 2021/2564 ได้คะแนน 35 อันดับ 110 ของโลก
- 2022/2565 ได้คะแนน 36 อันดับ 101 ของโลก
- 2023/2566 ได้คะแนน 35 อันดับ 108 ของโลก
- 2024/2567 ได้คะแนน 34 อันดับ 107 ของโลก
- 2025/2568 ได้คะแนน 33 อันดับ 116 ของโลก
เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส จุดเริ่มต้นเพิ่มคะแนน CPI
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุว่าปี 2568 เป็นปีแห่งการ “โกงเป็นเครือข่าย” ซึ่งมีหลายคดีใหญ่เช่น คดีอาคาร สตง. ถล่ม ที่ยังไม่ปรากฏตัวคนบงการและสาเหตุที่ตึกถล่มอย่างแท้จริง เพราะรายงานการสอบสวนอย่างเป็นทางการถูกปกปิดโดย ป.ป.ช. และรัฐบาล คดีเครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท ที่เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันระหว่างส่วยสินบนของตำรวจ นักการเมือง นักธุรกิจไทย กับเครือข่ายทุนเทาระดับโลก
ไปจนถึงคดี รพ.ทหารผ่านศึก กับขบวนการทุจริตยาที่ทำมานาน 7 ปี มีหมอและผู้ร่วมขบวนการกว่า 20 คน สร้างความเสียหายราว 80 ล้านบาท และ ลามไปจนถึงวงการสงฆ์ ที่พระระดับเจ้าคุณหลายรูปโกงเงินวัดที่ตรวจสอบมีความเสียหายราว 385 ล้านบาท ตัวอย่างคดีใหญ่เหล่านี้ล้วนอยู่ในความรับรู้ของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อดัชนีความรับรู้คอร์รัปชันของประเทศ
ทางด้าน สุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ที่ให้บริการคำปรึกษา งานวิจัย บริหารโครงการ เพื่อต่อต้านคอร์รัปชันในองค์กร กล่าวถึงผลคะแนน CPI ประจำปี 2568 ว่า คะแนน CPI คือดัชนีที่เกิดจากการนำข้อมูลดัชนีชี้วัดย่อยจากหลายสำนักมาประมวลรวมกัน (Poll of Polls) ซึ่งข้อมูลบางส่วนอาจมีความเหลื่อมล้ำทางด้านเวลา เช่น ดัชนีบางตัวประเมินในเดือนมกราคม ขณะที่บางตัวประเมินในเดือนธันวาคม ทำให้คะแนนรวมอาจสะท้อนสถานการณ์ในอดีตหรือปีที่ผ่านๆ มาด้วย ซึ่งมาจากประสบการณ์และการรับรู้ของแต่ละบุคคล
แม้การประเมินจะเป็นเรื่องของมุมมองหรือการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างรายบุคคลที่สำรวจ แต่กลุ่มตัวอย่างที่นำมาสำรวจก็มีจำนวนมากพอ ที่จะยืนยันความน่าเชื่อถือของดัชนี้ชี้วัดนี้
คะแนนของประเทศไทยนั้นลดลงและอันดับตกลงเรื่อยๆ สะท้อนความจริงอยู่ 2 ประการ คือ เรายังมีปัญหาการคอร์รัปชันอยู่ และในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากภาครัฐต้องการเพิ่มคะแนน CPI ย่อมไม่สามารถทำได้ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ หรือการโฆษณาชวนเชื่อสร้างความรับรู้ของผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องไปตรวจสอบรายละเอียดในตัวชี้วัดย่อยด้วยว่าจุดใดที่มีคะแนนต่ำ แล้วเร่งแก้ไขในจุดนั้น เช่น Rule of Law Index (ดัชนีวัดหลักนิติธรรม) หรือ V-Dem (ดัชนีวัดคุณภาพประชาธิปไตย)
ที่สำคัญต้องสร้างความร่วมมือในการตรวจสอบ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และภาควิชาการ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว เช่น การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ สร้างความโปร่งใส จนกระทั่งสะท้อนไปถึงการรับรู้ของคนในประเทศและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้ประเทศพัฒนาผลคะแนนนั้น CPI นั้นต้องใช้เวลา เพราะคะแนนตัวเลขสำรวจการรับรู้และประสบการณ์จึงทำให้ตัวเลขมีลักษณะ “หนืด” สูง คือการจะปรับเปลี่ยนคะแนนขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วนั้นทำได้ยาก หากไม่มีเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน
“หากภาครัฐยังไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ดัชนีการรับรู้ทุจริตของคนไทยก็ยังคงมีคะแนนต่ำอยู่ ยกตัวอย่างเช่นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ที่มีพิรุธ ความไม่ชอบมาพากล มีบัตรเขย่ง มีปกปิด ข้อมูล จนประชาชนออกไปประท้วงที่หน่วยเลือกตั้งให้นับคะแนนใหม่ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ยอมนับ ก็ถือว่าเป็นการสร้างความรับรู้ถึงการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ที่อาจจะส่งผลต่อคะแนน CPI ในปีต่อไป”
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- รัฐโปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน เริ่มจากข้อมูลเปิดภาครัฐ
- ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ไทยร่วง อับดับที่ 108 โลก
- รัฐบาลเร่งล้างภาพคอร์รัปชัน ดันความซื่อสัตย์เป็นวัฒนธรรมของประเทศ




