ท่ามกลางคำถามเรื่องความโปร่งใสในการบริหารเงินกองทุนประกันสังคม หลังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่แสดงความเห็นงบการเงินของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจนับได้จริงต่ำกว่าตัวเลขในบัญชีราว 3,600 ล้านบาท และยังมีตัวเลขคลาดเคลื่อนอีกราว 382.70 ล้านบาท
สปส. ไม่สามารถยืนยันได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวยังมีอยู่จริง อยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ
ประเด็นดังกล่าวทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สั่งการให้ สปส. เร่งแก้ปัญหาทั้งหมด และตั้งทีมเฉพาะกิจเปรียบเทียบรายการบัญชีและรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อหาทรัพย์สินที่หายไป รวมทั้งปรับปรุงระบบทะเบียนครุภัณฑ์ใหม่ เพื่อป้องกันความบกพร่องในการบันทึกข้อมูล
แม้กระทรวงแรงงานและ สปส. จะเร่งตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลทรัพย์สิน แต่กรณีดังกล่าวก็ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย ว่าปัญหานี้เกิดจากสาเหตุใด และสะสมต่อเนื่องมานานกี่ปี
ใช้ Excel บันทึกบัญชีกว่า 30 ปี ใครแก้ไขก็ได้
รัชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ได้เข้าไปติดตามและสอบถามเรื่องนี้กับ สปส. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ (กมธ.ติดตามงบประมาณ) สภาผู้แทนราษฎร ก็พบข้อเท็จจริงว่า สปส. บันทึกบัญชีการเงินโดยใช้โปรแกรม Excel (อีกชื่อ E-Form-GL) มาโดยตลอด และไม่ได้บันทึกข้อใน GFMIS ซึ่งเป็นระบบหลักที่กระทรวงการคลัง (โดยกรมบัญชีกลาง) นำมาใช้บริหารจัดการงบประมาณ การเงิน การคลัง และบัญชีของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้
แม้เมื่อ 10 ปีก่อน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเคยเสนอให้บันทึกในระบบ GFMIS แต่ทาง สปส.ก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด โดยอ้างว่ามีทรัพย์สินจำนวนมากและอยู่ในต่างประเทศ จึงไม่สามารถบันทึกใน ระบบ GFMIS ได้

กระทั่งในปี 2565 สปส. พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ขึ้นมา เพื่อใช้บันทึกบัญชีของตนเอง ซึ่งใช้เงินผู้ประกันตน 250 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าระบบดังกล่าวใช้งานไม่ได้ และ สปส. ยังคงบันทึกบัญชีในโปรแกรม Excel เช่นเดิม จนเกิดมาเป็นข่าว หลัง สตง. ไม่แสดงความเห็นงบการเงินปี 2568
การบันทึกบัญชีในโปรแกรม Excel นั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ เนื่องจากทุกคนสามารถเข้ามาแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระและตลอดเวลา ซึ่งไม่มีแหล่งที่มาที่สามารถเชื่อถือได้และไม่รู้ว่าใครเข้ามาบันทึก
“สตง. ที่มาชี้แจงในกรรมาธิการ เขาก็พูดเลยนะว่างบการเงินของของประกันสังคม เขาแทบไม่อยากจะมองเลย เพราะว่าเวลาบันทึกอะไรมา มันไม่มีแหล่งอ้างอิงว่าตัวเลขแบบเนี้ยมาจากไหน ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ เพราะว่าคุณส่ง Excel มาก็แปลว่าคุณจะแก้ไขอะไรยังไงมาก่อนหน้านี้ก็ได้” รัชนก กล่าว
ทรัพย์สินหายบางรายการ เพราะไม่บันทึก
ตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลาง หน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ต้องบันทึกข้อมูลและดำเนินธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่น ระบบ GFMIS หรือระบบสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่กรมบัญชีกลางประกาศใช้งาน เพื่อให้ข้อมูลเชื่อมโยงเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ทั้งนี้ สปส. ได้รับกรณีพิเศษจากกรมบัญชีกลาง จึงไม่ต้องทำตามกฎระเบียบนั้น โดยอ้างว่า “ใช้ระบบบช. 05 ของกรมบัญชีกลาง” ที่เป็นส่วนต่อขยายของระบบ GFMIS แต่เรื่องนี้ “เหมือนกับเป็นหนังคนละม้วน” เพราะ สตง. ปฏิเสธว่าไม่จริงต่อหน้า กมธ.ติดตามงบประมาณ และอธิบายว่าบัญชีที่ สปส. ทำเป็นการบันทึกลงในโปรแกรม Excel ซึ่งใครก็สามารถเข้ามาแก้ไขข้อมูลได้และยังไม่ทราบตันตนของคนแก้ข้อมูล จึงทำให้ข้อมูลในงบการเงินปี 2568 ทรัพย์สินหายไปเกือบ 4,000 ล้านบาท และยังเป็นสาเหตุที่ สตง. ไม่แสดงความเห็นงบการเงินดังกล่าว
รัชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ (กมธ.ติดตามงบประมาณ)

การที่ สตง. ไม่แสดงความเห็นงบการเงิน เคยมีให้เห็นใน สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เนื่องจากหน่วยงานมีการปรับเปลี่ยนภายใน หรือย้ายกระทรวง ทำให้ต้องใช้ระยะนาน 2 – 3 ปี กว่า สตง.จะกลับมาแสดงความเห็นงบการเงินได้อีกครั้ง
นอกจากนี้การบันทึกบัญชีของ สปส. ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเกิดจากการทุจริต โดย รัชนก ยกตัวอย่างธุรกรรมที่คล้ายกับของ สปส. เช่น ซื้อรถ โต๊ะ ตู้ เตียง หรือแอร์ โดยที่ไม่ได้บันทึกในบัญชี
ตัวเลขทรัพย์สินที่หายไปนั้น สปส. ให้เหตุผลว่า “เดี๋ยวก็หาเจอ” เนื่องจากมีสำนักงานในหลายพื้นที่กว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ทำให้เกิดอาจะเกิดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลของคน (Human Error) นอกจากนี้การตามหาทรัพย์สินที่หายไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงต้องมาลงทะเบียนบัญชีทรัพย์สินใหม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักพักเดี๋ยวก็กลับมาปกติ
สตง. – กรมบัญชีกลาง ไร้อำนาจจัดการ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกฎหมายที่เข้ามาจัดการเรื่องบันทึกบัญชีของ สปส. ได้ โดย สตง. ทำได้เพียงแสดงความเห็นทุกปี แต่ไม่สามารถเรียกเงินคืนเหมือนกับหน่วยงานอื่นได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เป็นเงินนอกงบประมาณแผ่นดิน”
ขณะที่ทางกรมบัญชีกลาง ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่มีหน้าที่ไปร้องเรียน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
“ถ้าสมมุติว่ามันมันจะต้องแบบว่าจัดการใครสักคนหนึ่ง มันไม่ใช่ว่าคนรับผิดชอบแค่คนเดียวนะ มันเท่ากับว่าคนที่อยู่ในสำนักงานประกันสังคมทั้ง 100 กว่าสาขา ต้องโดน ม.157 หมดเลย” รัชนก กล่าว
ล่าสุด สปส. แจ้งว่าสามารถตามเจอทรัพย์สินได้บางส่วนแล้ว โดยจะต้องทำรายงานส่ง สตง. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบฯ จะส่งหนังสือขอดูรายงานดังกล่าว เพื่อตรวจสอบดูว่าบันทึกบัญชีผิดพลาดจริงหริอไม่
เปิดช่องโหว่ งบสปส.ไม่ต้องผ่านสภา
งบประมาณในการบริหารงานของ สปส. ที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่เงินเดือนเจ้าหน้าที่ ค่าจ้างบุคลากร ค่าเช่าอาคารสถานที่ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วไป จะแตกต่างจากหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เพราะไม่ได้มาจากงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล แต่มาจากการจัดสรรเงินกองทุน ตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่กำหนดให้คณะกรรมการประกันสังคมมีอำนาจจัดสรรเงินจากกองทุนประกันสังคมเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานได้ ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 10% ของยอดเงินสมทบประจำปี ที่จัดเก็บได้จากฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล
สำหรับในปี 2569 สปส. ได้รับงบประมาณค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 5,180 ล้านบาท คิดเป็น 3-4% ของยอดเงินสมทบประจำปี
นอกจากนี้สิ่งที่ สปส. แตกต่างจากหน่วยงานอื่น คือ กระบวนการของบประมาณ โดยหน่วยงานอื่น ๆ จะใช้งบประมาณจากแผ่นดิน ซึ่งต้องทำคำขอไปที่สำนักงบประมาณ จากนั้นส่งไปที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบว่างบประมาณที่หน่วยงานดังกล่าวขอจะนำไปใช้ทำอะไรบ้าง รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ เป็นอย่างไร และปรับลดในส่วนที่ไม่เหมาะสมออกไป
แต่งบประมาณของ สปส. จะทำผ่านอนุกรรมการ และส่งให้บอร์ดประกันสังคม เป็นผู้อนุมัติ ซึ่ง รัชนก ตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ว่า หากอนุกรรมการ บอร์ดประกันสังคม และสำนักงานประกันสังคม เป็นพรรคพวกเดียวกัน เท่ากับว่างบประมาณ 10% หรือราว 20,000 ล้านบาท จะสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างอิสระและไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นแบบนี้ตลอดกว่า 30 ปี
“สำนักงานประกันสังคมเขาก็จะพูดเหมือนทวงบุญคุณตลอดเวลา ว่าเนี่ยฉันใช้แค่ 2 – 3% เองนะ แบบ 5,000 – 7,000 ล้าน ไม่ได้ใช้ถึง 20,000 หมื่นล้าน จะมาว่าฉันทำไม แต่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เท่าไหร่ แต่คุณใช้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ไปอย่างคุ้มค่าไหม สุจริตหรือเปล่า” ประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ กล่าว
ทางแก้ของปัญหานี้ รัชนก เสนอให้แก้กฎหมายโดยเปลี่ยนจากกำหนดงบประมาณ 10% เป็นจำนวนเงินแทน และหากไม่พอใช้ให้เบิกจากงบประมาณของแผ่นดินเหมือนหน่วยงายรัฐอื่น เพื่อให้ สปส. ตระหนักถึงการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินของผู้ประกันตันจำนวนมาก
เปรียบ สปส. เหมือน “หลุมดำ”
นอกจากนี้ สปส. เปรียบเหมือน “หลุมดำ” สำหรับ รัชนก เนื่องจากในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มก้อนอำนาจเข้าไปตักตวงผลประโยชน์และส่งพวกพ้องเข้าไปมีอำนาจ และเอาเงินผู้ประกันตนออกมา เนื่องจากมีเงินจำนวนมหาศาล และไม่ต้องตรวจสอบผ่านสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ โดยหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่มีคนไหนแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่ง รัชนก ตั้งข้อสังเกตว่าอาจได้ประโยชน์จากเงินในกองทุนประกันสังคม จึงช่วยกันปิดหูปิดตา “รายละเอียดไส้ในของโครงการ คือบอร์ดจะเป็นคนเห็น ซึ่งบอร์ดก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง เป็นบอร์ดจากการแต่งตั้งมาตลอดน 30 กว่าปี”
ทางรอดประกันสังคม ต้องออกจากราชการ
พรรคประชาชน อยากให้กองทุนประกันสังคม ออกจากระบบราชการ เหมือนกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่บริหารโดยนิติบุคคล ซึ่งมีความอิสระจากระบบราชการ เนื่องจากปัญหาของประกันสังคม คือ ให้ข้าราชการเข้ามาบริหาร ทำให้ต้องอยู่ในภายใต้ระเบียบราชการ และทำให้ใช้เงินได้ไม่มีประสิทธิภาพ แม้จะถูกต้องตามระเบียบราชการทุกประการ
ดังนั้นต้องให้กองทุนประกันสังคม ออกจากระบบราชการ และสรรหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถระดับโลกเข้ามาเป็นเลขาธิการ สปส. คล้ายกับ CEO บริษัท เพื่อบริหารกองทุนที่มีมูลค่า 3 ล้านล้านบาท
รัชนก อธิบายว่า หากออกจากระบบราชการ จะทำให้บริหารจัดการให้สิทธิประโยชน์หรือผลประโยชน์ตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้น พร้อมยกตัวอย่าง การบริหารพอรต์ลงทุนของกองทุนขนาดใหญ่หลาย ๆ แห่ง จะมีความคล่องตัวในการตัดสินใจที่สำคัญ เช่น หากพอร์ตลงทุนเกิดปัญหา ก็จะสามารถปิดความเสี่ยง (Cut Loss) ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากระบบราชการ ที่จะต้องร่างหนังสือขออนุมัติและยังต้องทำระเบียบอีก ทำให้ล่าช้าไม่ทันต่อสถานการณ์ เช่น “หุ้นบางตัวนี่คือแบบว่าเจ๊งคาพอร์ตแล้วอ่ะ ยังแบบไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย”
ขณะเดียวกัน บอร์ดประกันสังคม ต้องมีความเชื่อมโยงกับประชาชน โดยควรเพิ่มสัดส่วนฝั่งลูกจ้างมากขึ้น ให้สอดคล้องกับสัดส่วนเงินที่สมทบเข้ากองทุนฯ เพราะปัจจุบัน ตัวแทนฝั่งลูกจ้างมีสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของบอร์ดประกันสังคม แต่เสียงส่วนใหญ่กลับเป็นรัฐบาลที่ควบคุมได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ประชาชนสามารถส่วนร่วมได้ หากพบว่าเกิดความผิดปกติ
นอกจากนี้ พรรคประชาชนได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน 2 ฉบับ โดยมุ่งปฏิรูประบบประกันสังคม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม :




