
9 เดือนหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ที่ส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างทรุดตัวลง สตง. ได้แจ้งความคืบหน้า ในวันที่ 26 ธ.ค. 68 ทั้งสาเหตุการพังถล่ม และความคืบหน้าของคดี

หลังพบเงื่อนงำความไม่โปร่งใสกรณีเหตุตึก สตง. ถล่ม แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ประเมินให้ สตง. เป็นองค์กรอิสระที่คะแนนคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) สูงสุด จนเกิดข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพเกณฑ์และวิธีการประเมิน

หลังจากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เพราะปัญหาการออกแบบและก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน นำไปสู่การสอบสวนทุจริตการฮั้วประมูล และออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งผลต่อไปถึงภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใส ของ สตง.

เหตุการณ์ตึก สตง.แห่งใหม่ถล่มผ่านมาเดือนกว่า ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมยังคงกระตือรือร้นที่จะตรวจสอบปัญหาทุจริต เคลื่อนไหวให้ผู้กระทำความผิดแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาทุจริตในโครงการรัฐ

การถล่มของตึกใหม่ของสตง. นำไปสู่การตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการและมาตรฐานการก่อสร้าง ที่พบข้อบกพร่องและพิรุธหลายจุด ทั้งงบประมาณและการฮั้วประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงบริษัทที่ได้รับการจัดซื้อจัดจ้าง

เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มทำให้คนไทยมองเห็นทุนจีน 'ลึกขึ้น' และ 'หลากหลายมากขึ้น' แต่ทว่าเหตุการณ์ไม่ปกติเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศไทยได้อย่างไร เราควรตั้งข้อสงสัยต่อกฎหมายหรือผู้ดูแลกฎหมายกันอย่างไร

ในช่วงเวลากว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตกเป็นที่กล่าวถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากเหตุการณ์ตึกถล่มอันเนื่องมาจากแผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค. 68 ซึ่งนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับบทบาทและการปฏิบัติหน้าที่ของ สตง.