ความเคลื่อนไหวล่าสุด
1 ก.พ. 69 สำนักงานประกันสังคมเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน sso plus ในวันที่ 1 ก.พ.2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบข้อมูลเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ ได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
30 ม.ค. 69 ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามคำสั่งกระทรวงแรงงาน 98/2569 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้การศึกษาปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมเป็นไปไปอย่างรอบคอบและเป็นระบบ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545
27 ม.ค.69 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดประกันสังคม) แถลงว่าที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ที่ถือเป็นวาระเร่งด่วนดำเนินการทันที โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมภายในสัปดาห์นี้ และน่าจะมีการประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า โดยกำหนดให้มีกรอบดำเนินการภายใน 60 วัน
23 ม.ค.69 สำนักงานประกันสังคม รายงานกองทุนมีเงินลงทุนสะสมรวมทั้งสิ้น 2,859,400 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากเงินสมทบจากฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล จำนวน 1,728,722 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาตั้งแต่จัดตั้งกอทุนประกันสังคม สามารถสร้างผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนได้สูงถึง 1,130,678 ล้านบาท
ในปี 2568 สามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 80,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 6.1% ของพอร์ตการลงทุน โดยเป็นผลมาจากการจัดกลยุทธ์การลงทุน ที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพกองทุน เพื่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในระยะยาวเป็นลำดับแรก โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69.01% และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 60.47% และต่างประเทศ 39.53%
2 ธ.ค. 68 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. …. ซึ่งการปรับเพดานค่าจ้างในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาระบบประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนในทุกมิติ ทั้งในกรณีเจ็บป่วย ว่างงาน ทุพพลภาพ คลอดบุตร ตลอดจนกรณีชราภาพ โดยการปรับขึ้นเพดานค่าจ้างจะดำเนินการเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและลดผลกระทบต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง โดยแบ่งดังนี้
- ระยะที่ 1 (ปี พ.ศ.2569–2571) เพดานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 2 (ปี พ.ศ.2572–2574) เพดานค่าจ้างสูงสุด 20,000 บาท เงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
- ระยะที่ 3 (ปี พ.ศ.2575 เป็นต้นไป) เพดานค่าจ้างสูงสุด 23,000 บาท เงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน
11 พ.ย. 68 คณะกรรมการประกันสังคม เห็นชอบกฏกระทรวงการปรับสูตรบำนาญชราภาพ โดยยึดหลักคำนวณจากรายได้เฉลี่ยตลอดช่วงเวลาการส่งเงินสมทบ หรือสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) และเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมพิจารณา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ประกันสังคม เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตในกลุ่มสมาชิกเพื่อรับผิดชอบการเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีคุณลักษณะ ดังนี้
- เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข ซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
- เงินสมทบที่เก็บไปจะสะสมเป็นกองทุน ให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ส่งเงินสมทบ (ผู้ประกันตน) เท่านั้น
- การเก็บเงินสมทบถือเป็นภาษีพิเศษ เก็บจากบุคคลที่กำหมายกำหนดเท่านั้น
มีเป้าหมายหลักที่จะทำให้ประกันสังคมสามารถครอบคลุมทุกตัวบุคคลของประชาชนในชาติ (Universal Coverage) ได้ในอนาคต
ประเทศไทยดำเนินการระบบประกันสังคมออกเป็น 2 กองทุน ได้แก่
1. กองทุนประกันสังคม
เป็นกองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อต้องประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย ซึ่งไม่เนื่องจากการทำงาน รวมถึง คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน
โดยมีสิทธิประโยชน์ 7 กรณี (ไม่เนื่องจากการทำงาน) ได้แก่ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และชราภาพ
โดยแบ่งผู้ประกันตนออกเป็น 3 มาตรา ได้แก่
- ผู้ประกันตน (มาตรา 33) ลูกจ้างผู้ซึ่งทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ได้รับความคุ้มครองทั้ง 7 กรณี
- ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (มาตรา 39) เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบก่อนออกจากงานไม่น้อยกว่า 12 เดือน แล้วออกจากงานไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน และต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อ ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (ไม่ได้รับกรณีว่างงาน)
- ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (มาตรา 40) ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ 39 ได้รับความคุ้มครอง 3 – 5 กรณี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่าย
2. กองทุนเงินทดแทน
เป็นกองทุนที่จ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย ตายหรือสูญหาย อันเนื่องมาจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โดยไม่คำนึงถึงวัน เวลา และสถานที่ แต่ดูจากสาเหตุ
มีสิทธิประโยชน์ 4 กรณี (เนื่องจากการทำงาน) ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนรายเดือน (รวม 4 กรณี ได้แก่ หยุดงาน สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน ทุพพลภาพ และตายหรือสูญหาย) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน และค่าทำศพ