ความคืบหน้ามาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือน (Early Retirement) ในการประชุมเมื่อ 29 ต.ค. 69 คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลักการของมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ
ทั้งนี้ กำหนดกรอบการดำเนินมาตรการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มออกจากราชการตั้งแต่ 1 ต.ค. 2570 เป็นต้นไป
ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จะต้องเป็นผู้ที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป และจะมีสิทธิได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน 8 – 18 เท่า ของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี) ขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ แต่ละคน
ขณะเดียวกัน คปร. ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ปรับปรุงรายละเอียดของมาตรการฯ ในบางประเด็นให้มีความสมบูรณ์ และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโดยเร็ว
เปิดแผนลดข้าราชการ 3 หมื่นคนใน 5 ปี เริ่มกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป
ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยให้ข้าราชการที่สมัครใจลาออกจากราชการ จะคำนวณตามอายุราชการที่เหลืออยู่ โดยเบื้องต้นกำหนดให้ข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปสามารถเข้าร่วมโครงการได้ แต่หากมีผู้สมัครไม่ครบตามเป้าหมาย อาจพิจารณาขยายเกณฑ์ให้ข้าราชการที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปเข้าร่วมได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ผู้ที่ต้องการลาออกเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวหรือดูแลสุขภาพของตนเอง
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องลงนามยินยอมลาออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการในหน่วยงานของรัฐอีก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด รวมถึงตำแหน่งตุลาการและอัยการ เนื่องจากโครงการมีวัตถุประสงค์ให้จากกันด้วยดี หากภายหลังพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการกลับเข้ารับราชการอีก อาจถูกเรียกคืนเงินชดเชยที่ได้รับไปแล้ว
สำหรับเป้าหมายของโครงการ กำหนดให้มีข้าราชการออกจากระบบปีละ 5% โดยจะทำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี คาดว่าจะมีข้าราชการออกจากระบบรวมประมาณ 30,000 คน อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการยุบตำแหน่งเดิมของผู้ที่ลาออก แต่จะยุบตำแหน่งอื่นในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อลดจำนวนข้าราชการในภาพรวม ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ โดยอาจนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทดแทนการทำงานบางส่วน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในช่วงกลางเดือน พ.ย. นี้ โดยระยะแรกจะเริ่มจากข้าราชการพลเรือนก่อน เนื่องจากข้าราชการทหารและตำรวจมีโครงการในลักษณะเดียวกันอยู่แล้ว
มีโอกาสแค่ไหนจะได้ตามเป้าหมาย ?
ปัจจุบันประเทศไทยมี ข้าราชการพลเรือนสามัญ (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดนี้) อยู่ประมาณ 414,000 – 420,000 คน จากจำนวนข้าราชการทุกประเภทในภาครัฐที่มีอยู่ราว 1.7 ล้านคน คาดว่าโอกาสจะมีผู้เข้าเกณฑ์และร่วมโครงการ
สัดส่วนกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป โครงสร้างกำลังคนภาครัฐในกลุ่มข้าราชการพลเรือนสามัญจะมีสัดส่วนของข้าราชการที่อายุเข้าเกณฑ์ช่วงปลาย คือ 50 ปีขึ้นไป หรือใกล้เกษียณ อยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากฐานพีระมิดกำลังคนในอดีตเคยขยายตัวสูง
คปร. ตั้งเป้าลดกำลังคนลงประมาณ 30,000 คน ตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือคิดเป็นเฉลี่ยราว 6,000 คนต่อปี ซึ่งหากเทียบกับฐานจำนวนข้าราชการพลเรือนสามัญทั้งหมดกว่า 400,000 คน ถือเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงจนเกินไป หรือ ประมาณ 7-8% ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดตลอด 5 ปี
จากเงื่อนไขล่าสุด ผู้เข้าร่วมรับเงินก้อนชดเชยสูงสุด 8 – 18 เท่าของเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ข้าราชการที่วางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้อยู่แล้วตัดสินใจเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อายุราชการเหลืออีกไม่มาก
บทความที่เกี่ยวข้อง:




