สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดรับฟังความเห็น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ ผ่านทางออนไลน์ระบบกลางทางกฎหมาย (LAW) เพื่อรองรับการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 ข้อ 21 ในการปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน
การเปิดรับฟังความเห็น มีกำหนด 22 ก.ค.-5 ส.ค. 69
ทั้งนี้ ยังมีการจัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” ให้เหลือบทบาท “ผู้ควบคุม” เพียงเท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere (ทำงานได้จากทุกที) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก
รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ
แบบสำรวจความเห็น 17 ข้อ
ขณะที่ภายในแบบสอบความเห็น โดยประเด็นสำคัญ คือ ความเห็นว่าจะแบ่งกลุ่มอายุเกษียณ เป็น 2 กลุ่ม และหัวข้อเกี่ยวกับผลตอบแทน ซึ่งได้มีการตั้งคำถามทั้งหมด 17 ข้อ ได้แก่
- ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญในฐานะใด
- กระทรวงที่สังกัด (ถ้ามี)
- กรมที่สังกัด (ถ้ามี)
- ประเภทตำแหน่ง (ถ้ามี)
- ชื่อตำแหน่ง (ถ้ามี)
- ระดับตำแหน่ง (ถ้ามี)
- อายุ (ปี)
- อายุราชการ (ปี) (ถ้ามี)
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป หรือมีอายุราชการ 25 ปี ขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) และมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40 – 49 ปี และมีอายุราชการ 10 ปี ขึ้นไป
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดที่จะนำไปคำนวณเป็นสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับ ในอัตราที่เท่ากัน โดยเงินก้อน เท่ากับ จำนวนเท่าสูงสุด (เช่น 8 เท่า, 9 เท่า หรือ 12 เท่า) คูณ [เงินเดือน บวก เงินประจำตำแหน่ง (ถ้ามี)] ที่จะได้รับเมื่อเข้าร่วมมาตรการฯ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ยังคงมีสิทธิได้รับบำเหน็จ/บำนาญตามปกติ
- โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ทั้ง 2 กลุ่ม ควรได้รับ
- โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับ
- โปรดเลือกจำนวนเท่าสูงสุด (8-12 เท่า) ที่จะนำไปคำนวณเป็นเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลุ่มที่ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีอายุ 40-49 ปี ควรได้รับ
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเงื่อนไขโดยห้ามมิให้ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ กลับเข้ารับราชการ หรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท
- ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation ของส่วนราชการได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น กรณีส่วนราชการมีผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จำนวน 5 คน สามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) ได้ จำนวน 1 คน เป็นต้น
- ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ข้าราชการพลเรือน 1.38 ล้านคนทั่วประเทศ
จากข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. เมื่อ 30 ก.ย. 67 รายงาน กำลังคนภาครัฐ 2567 สรุปได้ดังนี้ :
บริบทประชากรและกำลังแรงงาน
- ประชากรไทยทั้งหมด: 65.95 ล้านคน
- กำลังแรงงาน (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 40.54 ล้านคน (คิดเป็น 61.47% ของประชากร)
- กำลังคนภาครัฐ: มีจำนวน 3,004,485 คน (คิดเป็น 4.56% ของกำลังแรงงานในประเทศ)
- อัตราส่วน: กำลังคนภาครัฐ 1 คน ต่อ ประชากร 22 คน

โครงสร้างกำลังคนภาครัฐในภาพรวม (รวม 3,004,485 คน) จำแนกตามประเภทกำลังคน 9 ประเภท:
- ข้าราชการ: 1,756,606 คน (58.47%) สังกัดบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค: 84.74% และสังกัดบริหารราชการส่วนท้องถิ่น: 15.26%
- ลูกจ้างชั่วคราว: 271,917 คน (9.05%)
- พนักงานจ้าง: 223,528 คน (7.44%)
- พนักงานรัฐวิสาหกิจ: 219,014 คน (7.29%)
- พนักงานราชการ: 179,567 คน (5.98%)
- พนักงานมหาวิทยาลัย: 136,859 คน (4.56%)
- พนักงานกระทรวงสาธารณสุข: 121,285 คน (4.04%)
- ลูกจ้างประจำ: 82,111 คน (2.73%)
- พนักงานองค์การมหาชน: 13,598 คน (0.45%)
กำลังคนภาครัฐในฝ่ายพลเรือน (รวม 2,109,541 คน) (ไม่รวมสังกัดกระทรวงกลาโหม และไม่รวมพนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานมหาวิทยาลัย, พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และพนักงานองค์การมหาชน)
- ข้าราชการ: 1,387,895 คน (65.79%)
- กำลังคนประเภทอื่น: 721,646 คน (34.21%)
- ลูกจ้างชั่วคราว: 262,791 คน (12.46%)
- พนักงานจ้าง: 223,528 คน (10.60%)
- พนักงานราชการ: 159,437 คน (7.56%)
- ลูกจ้างประจำ: 75,890 คน (3.60%)
จำนวนข้าราชการพลเรือน รวมประมาณ 1,387,895 คน เป็น “ข้าราชการฝ่ายพลเรือน” ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการหลายประเภท (เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญ, ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, ข้าราชการตำรวจ, ข้าราชการ กทม. และส่วนท้องถิ่น ฯลฯ)
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




