ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) โดยเฉพาะแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มในการเข้าถึงตลาดและผู้บริโภค
ผลการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) พบว่า ตลาดแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-Marketplace) จากต่างประเทศ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดเกือบทั้งหมด แต่กระจุกตัวอยู่ในผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย
ความได้เปรียบสำคัญมาจากเงินทุนจำนวนมหาศาลที่ใช้กลยุทธ์ “เผาเงิน” เพื่อดึงดูดผู้ซื้อและผู้ขายเข้าสู่แพลตฟอร์ม จนผู้ประกอบการรายเล็กแข่งขันได้ยาก ขณะเดียวกัน รายใหญ่ยังได้เปรียบจากการครอบครองข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและปรับกลยุทธ์การตลาดหรือบริการได้อย่างแม่นยำ
เมื่อสามารถครองตลาดได้แล้ว แพลตฟอร์มก็เริ่มลดการทุ่มเงินและปรับขึ้นค่าธรรมเนียมผู้ขาย โครงสร้างตลาดในลักษณะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ทำให้การแข่งขันลดลงในระยะยาว และอาจนำไปสู่การครอบงำตลาดหรือภาวะผูกขาดในที่สุด
เสนอกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล 6 หมวด 17 มาตรการ
สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) จึงเห็นควรให้ปรับปรุงการกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยยึดหลัก ความแน่นอนชัดเจน ความโปร่งใส และความได้สัดส่วน เพื่อกำหนด “กติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม” สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ลดความไม่แน่นอนในการประกอบธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจทุกขนาดสามารถเข้าสู่ตลาดและเติบโตได้ รวมถึงสนับสนุนให้นวัตกรรมดิจิทัลเติบโตควบคู่ไปกับระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ข้อเสนอรูปแบบการกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างการแข่งขันอย่างครอบคลุม กขค. เสนอแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล แบ่งเป็น 6 หมวดสำคัญ ประกอบด้วย
หมวดที่ 1: เกณฑ์กำกับดูแลแพลตฟอร์มและการกำหนดหน้าที่
1. การกำหนดหลักเกณฑ์จำแนกแพลตฟอร์มโดยพิจารณาจากรายได้ จำนวนผู้ใช้งาน มูลค่าธุรกรรม และระดับการพึ่งพาของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้มาตรการกำกับดูแลมีความเหมาะสมและได้สัดส่วนกับผลกระทบต่อการแข่งขัน
2. การกำหนดหน้าที่ให้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงตลาด (Gatekeepers) จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการไม่เลือกปฏิบัติ
หมวดที่ 2: ความโปร่งใสของสัญญาและค่าธรรมเนียม
3. การกำกับข้อตกลงและเงื่อนไขทางการค้า (Terms and Conditions) ให้เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และภาระต่าง ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจ เป็นลายลักษณ์อักษร มีความชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย และสามารถตรวจสอบได้
4. การกำกับค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่กำหนดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องแก่ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ขายในแพลตฟอร์ม
5. การห้ามเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทางการค้าฝ่ายเดียวอย่างไม่เป็นธรรม โดยไม่แจ้งล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมระบุเหตุผลอย่างชัดเจน
6. การห้ามบังคับหรือผลักภาระค่าใช้จ่ายในการจัดรายการส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโดยปราศจากความยินยอม
หมวดที่ 3: การป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
7. การห้ามเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Unfair Discrimination) แพลตฟอร์มต้องไม่กำหนดเงื่อนไข การเข้าถึงบริการ หรือการปฏิบัติต่อผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ขายในแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
8. การห้ามให้สิทธิพิเศษแก่ธุรกิจของแพลตฟอร์มตนเอง (Self-preferencing) อันจะเอื้อประโยชน์แก่สินค้าหรือบริการของตนเองจนส่งผลกระทบต่อผู้ขายรายอื่นอย่างไม่เป็นธรรม
9. การห้ามผูกมัดบริการ (Tying & Bundling) โดยแพลตฟอร์มต้องไม่บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้บริการอื่นของแพลตฟอร์ม เช่น ระบบชำระเงิน โลจิสติกส์ โฆษณา หรือบริการทางการเงิน เป็นเงื่อนไขในการเข้าถึงหรือใช้บริการหลัก เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควรทางธุรกิจ
10. การคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบธุรกิจในการใช้บริการหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน (Cross-platform) ตลอดจนสามารถนำข้อมูลที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของตนไปใช้กับแพลตฟอร์มอื่นได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม
หมวดที่ 4: ธรรมาภิบาลในระบบอัลกอริทึม
11. การกำกับให้มีความโปร่งใสของระบบจัดอันดับ (Ranking Transparency) โดยเปิดเผยหลักเกณฑ์และปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการแสดงผลหรือกำหนดการมองเห็นสินค้าในระดับที่เพียงพอต่อการวางแผนธุรกิจ โดยไม่กระทบต่อความลับทางการค้า
12. การกำกับกระบวนการภายในสำหรับระบบอัลกอริทึมที่มีผลต่อการจัดอันดับ การกำหนดราคา การแนะนำสินค้า หรือการเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
13. การห้ามการลดการมองเห็น การถอดสินค้า หรือการปิดบัญชี โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โดยแพลตฟอร์มต้องมีเหตุผลและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน พร้อมแจ้งเหตุผลให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบ และต้องจัดให้มีช่องทางอุทธรณ์หรือขอทบทวนคำสั่งที่รวดเร็วชัดเจน
14. การคุ้มครองจากการตอบโต้ (Anti-Retaliation) โดยห้ามแพลตฟอร์มดำเนินมาตรการตอบโต้ผู้ประกอบธุรกิจที่ใช้สิทธิตามกฎหมายหรือให้ข้อมูลแก่หน่วยงานรัฐ
หมวดที่ 5: การกำกับดูแลการใช้ข้อมูล
15. การคุ้มครองข้อมูลเชิงพาณิชย์ของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลยอดขาย ราคา ต้นทุน พฤติกรรมลูกค้า หรือแผนการตลาด โดยนำไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหรือพัฒนาสินค้าของตนเองมาแข่งกับผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ขายบนแพลตฟอร์ม
หมวดที่ 6: กลไกภายในและการระงับข้อพิพาท
16. การกำกับให้มีแนวปฏิบัติที่มีธรรมาภิบาลด้านการแข่งขันภายในองค์กร (Competition Compliance) เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
17. การกำกับให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อพิพาทที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส รวดเร็ว สามารถตรวจสอบได้ และมีกระบวนการส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานภายนอกกรณีไม่สามารถหาข้อสรุปได้
ทั้งนี้ การกำหนดแนวทางการกำกับดูแลดังกล่าว กขค. ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “ระบบนิเวศการแข่งขันทางการค้าที่เสรี เป็นธรรม และยั่งยืน” โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลกับการคุ้มครอง การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนการป้องกันมิให้เกิดการใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจในการควบคุมแพลตฟอร์มในลักษณะที่เอาเปรียบแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถเติบโตได้ ผู้ประกอบธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทุกรายสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม และผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันภายใต้กติกาทางการค้าที่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ มาตรการกำกับดูแลเหล่านี้จะเกิดขึ้นทันเวลาหรือไม่ ในวันที่ตลาดกระจุกตัวสูง และผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนหนึ่งทยอยออกจากตลาดไปแล้ว
ที่มา: การจัดรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนากฎระเบียบการกำกับดูแล”ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม”
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- เปิดแผน”เผาเงิน”ดึงลูกค้า กลยุทธแอปฯช้อปออนไลน์ฮุบตลาด
- แอปฯช้อปออนไลน์ 8.8 แสนล้าน 2 รายใหญ่ครองตลาด 78%
- เปิดร่างกฏหมาย AI ฉบับแรก มุ่งคุมใช้งานมีความเสี่ยงสูง




