
หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ผ่านไปกว่า 10 วัน กกต. เปิดผลเลือกตั้ง 69 เป็นทางการ 400 เขต บนเว็บไซต์ พร้อมระบุบางหน่วย ยังไม่ครบเหตุต้องนับใหม่-ลงคะแนนใหม่ จะแจ้งลงคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ วันที่ 22 ก.พ.นี้ในกทม. คันนายาว หน่วย 9,10 และ "น่าน-อุดรธานี"

ความโปร่งใสในบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 69 กลายเป็นประเด็นร้อนสังคม หลังกกต.ยอมรับว่าโยงถึงต้นขั้วได้ แต่ถูกแยกเก็บและเป็นความลับ และไม่อาจสืบย้อนกลับถึงคนลงคะแนนได้ ขณะที่นักวิชาการและนักกฎหมายต่างตีความหลักการรัฐธรรมนูญ การออกเสียง “โดยตรงและลับ” ต้องเป็นระบบปิดสนิทชนิดที่ใครก็รู้ไม่ได้

วิกฤตศรัทธาต่อ กกต.ในการการเลือกตั้ง 69 กำลังขยายวงมากขึ้น เมื่อภาคประชาชน พรรคการเมือง นักศึกษาแนักวิชาการ รวมยื่นฟ้อง 3 ศาล คือ ศาลปกครอง ,ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปม“บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้ง โดยแต่ละศาลมีอำนาจตัดสินคดีต่างกัน

สารพัดปัญหาและเงื่อนงำความผิดปกติในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง รวมทั้งถูกยื่นเรื่องเอาผิดกับการทำหน้าที่ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริตเที่ยงธรรม ภายใต้กรอบกฎหมาย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังถูกสังคมตรวจสอบอย่างหนักหน่วงจาก สารพัดปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง 69 ที่ใช้งบประมาณถึง 7,824,040,100 บาท แต่เต็มไปด้วยข้อสงสัย ความผิดพลาด ประสิทธิภาพ ความไม่โปร่งใส จนอาจนำไปสู่่วิกฤตศรัทธาความเชื่อมั้่นต่อ กกต.

จากกรณี “คิวอาร์โค้ด” และ “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งปี 69 กำลังกลายเป็นประเด็นสั่นคลอนความเชื่อถือต่อการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างรุนแรง ในขณะที่กกต.พยายามแถลงชี้แจงตามประเด็นข้อสงสัยในสังคมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่การชี้แจงก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยยิ่งขึ้นไปอีก

จับตาประเด็นร้อน "บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อาจส่งผลให้การเลือกตั้ง 69 เสี่ยงโมฆะ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง 49

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ "ปิยะพงษ์ บุษบงก์" นักวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะ มองว่าไม่ใช่เรื่องผลการนับคะแนน หรือขั้นตอนทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่อง "ความเชื่อมั่นของสาธารณะ" ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เพราะ "รัฐบาลที่ดีคือรัฐบาลที่วางใจได้"

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือองค์กรอิสระทำหน้าที่ควบคุมจัดการการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย กกต. จึงเป็นอีกผู้เล่นสำคัญของระบอบการปกครองนี้

จากความผิดพลาดเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมักจะเกิดขึ้น "ซ้ำซาก" ซึ่ง "กานต์รวี วิชัยปะ" เสนอในบทความชื่อว่า "จากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human error) สู่การปฏิรูปทุนมนุษย์ภาครัฐ: วาระเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มทักษะของประเทศ" เสนอว่าต้องพัฒนาทุนมนุษย์ภาครัฐแก้ปัญหา

ในช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ การแก้ปัญหาการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงกลับมาเป็นเรื่องที่ทุกคนสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นักเรียน-นักศึกษา ที่ต้องการมีส่วนสำคัญในแก้ปัญหา และอยากเสนอไอเดียหาทางออกไปด้วยกัน

วิเคราะห์นโยบาย 51 พรรคการเมือง เลือกตั้ง 69 พรรคไหนใช้เงินมากสุด ขณะที่ทีดีอาร์ไอ ระบุ นโยบาย 5 พรรคการเมืองใหญ่ ที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ยังคงเน้นการใช้เงินจำนวนมาก ในการช่วยเหลือประชาชนในลักษณะ “ประชานิยม” แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมและรักษาวินัยการเงินการคลัง

ประชาชนอาจต้องพึ่งตัวเองในการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง “หาเสียง –ขายฝันประชานิยมหรือไม่ “ เนื่องจากประกาศกกต. หวังคุมนโยบายพรรคการเมือง แต่อาจเป็นได้แค่พิธีกรรม ที่กำกับควบคุมไม่ได้จริง เพราะไม่มีบทลงโทษ

“ความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง” คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญกว่าการมองเพียงแค่เรื่อง “การทุจริต” หรือ “การซื้อเสียง” ซึ่งการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมจึงไม่เพียงรับรองความถูกต้องตามกฎหมาย หากยังเป็นหลักศีลธรรมทางการเมืองที่ค้ำจุนความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย

กติกาเลือกสว. แม้จะมีเจตนาเพื่อต้องการให้เกิดความอิสระและปลอดอิทธิพลพรรคการเมือง แต่กลับสร้างความสับสนและความไม่เชื่อมั่นต่อระบบเลือกตั้ง นักวิชาการไม่เชื่อสว.ใหม่เปลี่ยนบ้านเมืองได้ ด้านภาคประชาชนกังวลมีช่องโหว่เสี่ยงฮั้วกัน เปิดทางให้เทคะแนนโหวตเพื่อบล็อกคู่แข่ง