“Hackathon ปราบซื้อเสียง” เป็นกิจกรรมที่เปิดให้นักเรียน นักศึกษาแข่งขันกันหาไอเดีย วิธีการ และนวัตกรรมสำหรับ ประชาชนเจ้าของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อเสียงให้กับกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และภาคประชาสังคมนำไปใช้ ซึ่งเริ่มต้นจากทาง We Watch ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รายวิชาประชาธิปไตยและพลเมือง ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาทุกคนต้องเรียน
สำหรับกติกาการแข่งขัน กำหนดให้ให้นักเรียน-นักศึกษา รวมกลุ่มกัน กลุ่มละ 3–10 คน นำเสนอไอเดีย กลุ่มละ 7 นาที ในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อที่จะแก้ปัญหาการซื้อเสียง สำหรับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 โดยเน้นในเชิงป้องกันไม่ให้ซื้อเสียง หรือ ซื้อเสียงแล้วไม่ได้ผล
ไอเดียที่กรรมการเห็นว่าทำได้จริง และน่าจะได้ผลที่สุดจะได้รับรางวัล และถูกนำมาใช้จริงโดยภาคประชาชน และ กกต.
คนรุ่นใหม่ร่วมเสนอกลไกขจัดซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ในกิจกรรม “Hackathon ปราบซื้อเสียง” วันนี้ 2 ก.พ. 69 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีไอเดียจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ 9 กลุ่ม ซึ่งไอเดียที่น่าสนใจส่วนใหญ่เน้นไปยังการใช้เทคโนโลยีและช่องทางออนไลน์ในการเปิดเผยข้อมูลแบบ real time ในการดำเนินงาน สถิติพื้นที่ที่มีการร้องเรียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกปิดความลับผู้แจ้งเบาะแส เพื่อความปลอดภัย เช่น
- การทลายท่อน้ำเลี้ยง ด้วยนวัตกรรมการใช้ AI และ data analysis ตรวจจับการฮั้วประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงการรัฐในพื้นที่ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจกลุ่มเดิมผูกขาดโครงการรัฐซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นคอร์รัปชันรูปแบบหนึ่ง เพื่อหาพิรุธว่ามีสายสัมพันธ์กับพรรคการเมืองใดบ้าง เพราะมีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับซื้อสิทธิขายเสียงได้
- ระบบการคุ้มครองพยานและผู้แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้ง เพื่อความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยี พร้อมทั้งพัฒนาและประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” ที่กกต. เสนอ แต่จากการใช้งานยังเต็มไปด้วยปัญหา และความรู้สึกไม่ปลอดภัย มีระบบยุติธรรมและการมอบรางวัลนำจับที่เป็นความลับ เช่น ในกระบวนการยุติธรรม ต้องมีการเปิดหน้าพยานและผู้ร้องในศาล ผู้ร้องต้องปลอดภัย โดยทางกลุ่มนี้ยืนยันว่า “การเพิ่มความปลอดภัย” จะเป็นแรงจูงใจในการช่วยจับตาแจ้งเบาะแส ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนเงินรางวัล
- เสนอให้ พรรคการเมืองสามารถจัดตั้งฝ่ายตรวจสอบพรรคอื่น ๆ ด้วยการกำนดให้พรรคการเมืองชำระเงินดิจิทัลตลอดช่วงเวลาหาเสียงเท่านั้น เพื่อตรวจสอบ หรือการใช้เงินสด ต้องมีเอกสารธุรการชัดเจน และเก็บหลักฐาน และทำเป็นข้อมูลเปิดเพื่อให้พรรคการเมืองอื่น ๆ ตรวจสอบจับตา แต่ไม่ใส่ร้าย ซึ่งหากเป็นการใส่ร้ายถือว่าผิดระเบียบการเลือกตั้ง และให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานและตัดสิน ซึ่งจะเป็นการถ่วงดุลกันเองระหว่างพรรคการเมืองระหว่างหาเสียง
- การซื้อเสียงเป็นการทำลายระบบเลือกตั้งและประชาธิปไตย ระบบ AI คัดกรองข้อมูล เส้นทางทางการเงินของผู้มีบทบาทในพื้นที่ ชุมชน
ในการพิจารณาไอเดียที่ดีที่สุด มาจากการโหวต 1 สิทธิ์ 1 เสียงของผู้มาร่วมงาน 3 ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เข้ารอบชิง ตอบคำถามถึงกระบวนการในการนำไอเดียมาใช้ได้ทันเวลาในช่วงที่ใกล้จะถึงวันเลือกตั้ง 8 กพ. 69 แล้ว โดยมีกรรมการทั้ง 3 คนพิจารณาตัดสิน ได้แก่ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการมูลนิธิวีวอทช์ และ วีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำหรับไอเดียที่รับรางวัลและจะถูกนำมาใช้จริงโดยภาคประชาชน และ กกต. คือ กลุ่มที่ ทีม eyes on vote ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจับตาการเลือกตั้งให้โปร่งใส แจ้งเบาะแส และมีการปกปิดตัวตนผู้แจ้งที่ปลอดภัย ที่สามารถทำได้จริงและทันเวลา

ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า
“กิจกรรมนี้เป็นความตั้งใจของวิชา วิชาประชาธิปไตยและพลเมือง ที่ผมรับผิดชอบ ที่จะสนับสนุนสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย เพื่อระดมไอเดียคนรุ่นใหม่ที่ทำได้จริงและได้ผล ในการขจัดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและทำให้คนไทยตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านสถิติคนไทยใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่เกิน 75 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นอีกความตั้งใจหนึ่งของวิชานี้ที่จะทำให้สัดส่วนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้น”
หากประชาชนร่วมจับตา ทุจริตเลือกตั้งจะหมดไป
การจับตาและสังเกตการณ์เลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการซื้อสิทธิ์ขายเสียงถือเป็นการถือเป็นการทำลายเจตจำนงเสรีของประชาชนที่จะเลือกผู้แทน และการนับคะแนนเลือกตั้งตามหน่วยเลือกตั้ง ที่อาจทำให้เสียงของประชาชนที่ลงคะแนนไม่สัมฤทธิ์ผลด้วยการทำงานของ กกต. เอง ซึ่งจากการเลือกตั้งนอกเขต-ล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. 69 ทาง We Watch กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า มีความผิดพลาดจำนวนมากที่อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงเลือกตั้งและเสียงของประชาชนที่ไปลงคะแนน
ขณะเดียวกันจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาในปี 66 มีบัตรเสียเกือบ 3ล้านใบ เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะทำให้เสียงของประชาชนหายไปจากการนับคะแนนเลือกผู้แทน ดังนั้นผู้ใช้สิทธิต้องทำการบ้านก่อนเข้าคูหา และร่วมกันจับตาการนับคะแนนที่คูหาเลือกตั้ง
“หากประชาชนจับตาดูการเลือกตั้งทั้งกระบวนการ ใช้มือถือที่อัดเสียงได้ถ่ายคลิปได้จับพิรุธ ก็จะเหมือนกับกล้องวงจรปิด ที่ทำให้อาชญากรไม่กล้าลงมือก่ออาชญากรรม ซึ่งไม่เพียงจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้แล้ว แต่จะมีผลไปถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย ถ้าคราวนี้ยังปราบไม่สำเร็จ ก็ต้องมีผลให้การเลือกตั้งคราวหน้าต้องหมดไปให้ได้
เพราะถ้าหากว่ากระสุนชนะเสียงของประชาชน ประชาธิปไตยมันก็ไม่มีความหมายอะไร คนที่มีเงินเทาก็จะยึดสภาฯ แล้วเงินจากเงินภาษีอากรประชาชนของพวกเรา ก็จะถูกนำมาใช้ซื้อเสียงในคราวต่อไป
พวกเราจึงต้องส่งเสียงพร้อมกันว่าประชาชนจะไม่ทนกับเรื่องนี้อีกต่อไป แน่นอนครับว่ามีคนรับเงินซื้อเสียง แต่ก็มีคนไม่รับเงิน คนรับเงินต้องน้อยลง และคนที่ไม่รับเงินแล้วพร้อมจะบอก กกต. ต้องเพิ่มขึ้น”
เป้าหมายคือทำให้ประชาธิปไตยของเราโปร่งใส เป็นธรรมและเสียงของประชาชนคือเสียงที่ตัดสินว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็น สส. ใครจะเข้าสภา
ทาง กกต. เองได้มีรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งทุจริตการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เป็นเงินถึง 1,000,000 บาท และเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแส ร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้ง แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้จักแอปพลิเคชันนี้ หรือแม้แต่เว็บไซต์เองก็พบว่า ยังต้องพัฒนาต่อ เพราะยังไม่ดีพอให้ประชาชนได้ร้องเรียน
เงินรางวัลนำจับไม่ใช่แรงจูงใจเท่าความปลอดภัยของผู้แจ้ง
จากไอเดียต่าง ๆ ที่นักเรียนนักศึกษาเสนอ กกต. ต่างเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่กล้าร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส เพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย มีความคลางแคลงและไม่ไว้ใจ กกต. ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนของ กกต. เอง
ทั้งนี้ ปริญญา กล่าวถึงวิกฤตศรัทธา กกต. ว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ที่ กกต. ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าในเรื่องความเที่ยงธรรมและความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้แจ้ง
“ทั้ง ๆ ที่ กฎหมายมีมานานแล้ว ตั้งแต่ พรป. เลือกตั้งฉบับ 2541 ว่าผู้แจ้งทุจริตว่า ผู้รับเงินซื้อเสียงแล้วมาแจ้ง ถือว่าไม่มีความผิดแล้วได้รางวัลนำจับด้วย 1,000,000 บาท แต่ไม่มีใครมาแจ้ง เพราะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย
กกต. ต้องรีบแก้ไขตรงนี้อย่างจริงจัง ให้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะแจ้ง จะไม่มีการเอาชื่อไปแจ้งคนซื้อเสียงไปเผยแพร่ต่อ เพราะคนก็กลัวจะถูกยิง ถูกเก็บ ถูกตัดตอน เพราะคนที่ซื้อเสียงอาจจะจำกัดพยานได้ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ไม่เพียงคนซื้อเสียงจะคนที่ซื้อเสียงจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ยังมีความผิดทางอาญาต้องติดคุก
หาก กกต. สามารถสร้างความเชื่อมั่นและยกรัดับการเก็บข้อมูลเป็นความลับได้ จะมีคนมาจ้างทุจริตเลือกตั้งมากขึ้น”
กกต. น้อมรับเสียงคนรุ่นใหม่
บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กกต. กล่าวถึงข้อเสนอคนรุ่นใหม่ว่า
“ไอเดียที่ได้จากกิจกรรมในครั้งนี้จะนำไปปรับใช้ และขยายผลต่อใช้ในการรณรงค์ปราบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและบางกิจกรรมก็จะนำมาในช่วงของโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69 และจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขต ทางกกต. ได้กำชับกับทุกหน่วยเลือกตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายและถูกต้องเพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้องเรียนที่จะมีขึ้นในเรื่องของการกระบวนการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง”
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- ผลกระทบของข่าวปลอมต่อการเลือกตั้ง
- เช็กตะกร้าพรรคการเมือง ช็อป 80 ข้อเสนอ Policy Watch Connect 2026
- กกต.ไร้น้ำยา “กำกับนโยบายประชานิยม”




