“สิทธิบัตรทอง” หรือระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายครั้งใหม่ ทั้งสังคมสูงวัย ภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของ รพ. รวมถึงปัญหา แพทย์ลาออก
คำถามสำคัญว่า ระบบที่ดูแลคนไทยกว่า 48 ล้านคน จะเดินต่ออย่างไรให้ ‘ทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน’ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของการจัดการงบประมาณ
ทั้งนี้ งบกองทุนบัตรทองปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก ปี 2568 ประมาณ 15% เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายประชาชนผู้มารับบริการเพิ่มขึ้น และมีการเพิ่มการเข้าถึงบริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ฯลฯ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ใหม่ อาทิ การเพิ่มบริการถ่ายภาพจอประสาทตาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน ฯลฯ อีกทั้ง ยังได้มีการเพิ่มงบประมาณในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) โดยเฉพาะการใช้ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ด้วย
ในปี 69 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) ได้ออกประกาศเรื่องการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2569 มีผลบังคับใช้แล้ว โดยได้ตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว งบประมาณ 2.65 บ้านบาท วางกรอบ 9 ด้าน ดูแลสุขภาพประชาชน รับบริการสาธารณสุขครอบคลุม
กำหนดกรอบงบประมาณ 9 ด้าน
สำหรับวงเงินงบประมาณที่ สปสช. ได้รับจัดสรรในปี 2569 อยู่ที่ 265,295.5821 ล้านบาท โดยแบ่งงบประมาณออกเป็น 9 ด้าน คือ
- งบค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 198,227.7461 ล้านบาท
- งบค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์จำนวน 4,529.3625 ล้านบาท
- งบบริการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจำนวน 16,074.9805 ล้านบาท
- งบควบคุมป้องกันและรักษาโรคเรื้อรังจำนวน 1,700.6107 ล้านบาท
- งบเพิ่มเติมสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จำนวน 1,490.2880
- ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิจำนวน 3,770.4795 ล้านบาท
- งบบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3,870.312 ล้านบาท แบ่งเป็น งบบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด 541.016 ล้านบาท และ งบบริการสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานครจำนวน 3,870.312 ล้านบาท
- งบช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการและผู้ให้บริการ 562.2298 ล้านบาท
- งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจำนวน 29,014.1892 ล้านบาท
สำหรับงบเหมาจ่ายรายหัว 198,227.74 ล้านบาท นั้น เป็นการจัดสรรเพื่อดูแลรักษาพยาบาลผู้มีสิทธิบัตรทอง 47.502 ล้านคน หรือ 4,173.04 บาทต่อหัวประชากร โดยเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 จำนวน 16,386.5 ล้านบาท เมื่อหักเงินเดือนภาครัฐ 65,073.46 ล้านบาทแล้ว เหลือเป็นงบให้ สปสช. นำมาบริหารจัดการ 133,154.2813 ล้านบาท
ค่าเหมาจ่ายรายหัว ปี 69
งบเหมาจ่ายรายหัวต่อประชากรนั้น จะแบ่งเป็นค่าบริการผู้ป่วยนอก 1,448.86 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้นจากปี 2568 4.14% หรือ 57.66 บาท โดยอาจปรับอัตราจ่ายแบบเหมาจ่ายต่อผู้มีสิทธิเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล
- งบค่าบริการผู้ป่วยในทั่วไปทุกรายการ รวมถึงบริการตามนโยบายการรับบริการผู้ป่วยในทั้งในเขตพื้นที่และข้ามพื้นที่โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวจำนวน 1,850.02 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้น 3.31% หรือ 59.29 บาท
- งบกรณีเฉพาะจำนวน 671.46 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้น 33.25% หรือ 167.54 บาท งบฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์จำนวน 10.59 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้น 9.85% หรือ 0.95 บาท
- งบแพทย์แผนไทยจำนวน 63.42 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้น 98.81% หรือ 31.52 บาท เงินบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุนอีกจำนวน 128.69 บาทต่อประชากร
10 สิทธิประโยชน์ใหม่ ปี69
ขณะที่ร่างข้อเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รับรองการประกาศ ทั้งหมด 10 สิทธิประโยชน์ใหม่ ที่ขอรับจัดสรรปีงบประมาณ ปี69 ดังนี้
- สายด่วนเลิกเหล้า ขอรับงบประมาณ 10.75 ล้านบาท
- สายด่วนท้องไม่พร้อม / สายด่วนวัยรุ่น ขอรับงบประมาณ 10.75 ล้านบาท
- ธนาคารนมแม่ ขอรับงบประมาณ 2.8 ล้านบาท
- วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบในเด็ก ขอรับงบประมาณ 225.02 ล้านบาท
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ สำหรับเด็ก 3-5 ปี ขอรับงบประมาณ 138.66 ล้านบาท
- ชุดตรวจ Microalbumin ในปัสสาวะ เพื่อตรวจคัดกรองติดตามโรคไตเรื้อรัง และภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน ขอรับงบประมาณ 40 ล้านบาท
- การตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุนในสตรีวัยหมดประจำเดือน ขอรับงบประมาณ 202.20 ล้านบาท
- การตรวจคัดกรอง Autistic disorder ด้วยเครื่องมือ TDAS ขอรับงบประมาณ 91.41 ล้านบาท
- การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่เบาหวานระยะสงบ (DM remission ) ขอรับงบประมาณ 39.33 ล้านบาท
- บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน ขอรับงบประมาณ 57.87 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการพิจรณาเป็นสิทธิประโยชน์เพื่อกำหนดแนวทางและเงื่อนไขการจ่ายต่อไป
ทั้งนี้ งบกองทุนบัตรทองปี 2569 เพิ่มขึ้นจาก ปี 2568 ประมาณ 15% เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายประชาชนผู้มารับบริการเพิ่มขึ้น และมีการเพิ่มการเข้าถึงบริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ฯลฯ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ใหม่ อาทิ การเพิ่มบริการถ่ายภาพจอประสาทตาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน ฯลฯ อีกทั้ง ยังได้มีการเพิ่มงบประมาณในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) โดยเฉพาะการใช้ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ด้วย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




