เงินผิดกฎหมายหรือ “ทุนสีเทา” ฝังรากอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน แม้ภาครัฐจะเร่งปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่เงินเหล่านี้ยังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ โดยมีแหล่งสำคัญจากเครือข่ายสแกมเมอร์และธุรกิจพนัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงกลายเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในการควบคุมและสกัดกั้นเงินผิดกฎหมาย เนื่องจากธุรกรรมจำนวนมากต้องไหลผ่านระบบสถาบันการเงิน ทำให้ธนาคารเป็นด่านสำคัญในการตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ ล่าสุด ธปท. เตรียมขยายการกำกับไปยังธุรกิจ Non-Bank มากขึ้น หลังพบว่าความเสี่ยงจากธุรกรรมผิดกฎหมายไม่ได้อยู่ในเฉพาะระบบธนาคารพาณิชย์
วิทัย รัตนากร ผู้ว่า ธปท. เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า เงินผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่ได้หมุนเวียนในธนาคารพารณิชย์เพียงอย่างเดียวแล้วเท่านั้น แต่ยังขยายวงกว้างไปถึงกลุ่ม Non-Bank เนื่องจากธุรกรรมทางการเงินยังต้องอาศัยบัญชีหรือช่องทางการชำระเงินในการเคลื่อนย้ายเงิน จึงจำเป็นต้องขยายวงกำกับดูแลให้กว้างขึ้นจากเดิม ที่เดิม ธปท. ดูแลประมาณ 30–40 แห่ง
จำนวน Non-Bank ในไทยทั้ง 24 ประเภท มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรวม 3,624 ใบทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ธปท. จะขยายขอบเขตเข้ากำกับดูแลกลุ่ม Non-Bank ประเภทอื่น ๆ และกลุ่มที่อยู่นอกระบบการกำกับเดิมรวมกว่า 24 ประเภทธุรกิจ ปัจจุบันมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรวม 3,624 ใบทั่วประเทศ
สำหรับสินเชื่อบางประเภทที่ ธปท. นำมาเปรียบเทียบ มียอดคงค้างรวมราว 1.82 ล้านล้านบาท โดย Non-Bank มีสัดส่วนสูงถึง 55% ขณะที่จำนวนบัญชีรวม 67.83 ล้านบัญชี เป็นบัญชีของ Non-Bank ถึง 75%

พบคอร์รัปชั่นไทยพันกลุ่มทุนเทา
ขณะที่ ประชาชาติธุรกิจ รายงาน ผู้ว่า ธปท. เตรียมประกาศร่วมมือ ธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืนสกัดทุนเทาเข้มข้น โดยธปท. จะมุ่งเน้นสกัดกั้นต้นทางผ่านกลไกสถาบันเหมือนการสร้างคอขวด เนื่องจากเงินทุจริตทุกประเภท ทั้งจากสแกมเมอร์ การคอร์รัปชั่น หรือพนันออนไลน์ จะต้องผ่านระบบธนาคารก่อนจะถูกผันไปสู่สินทรัพย์อื่น จึงจำเป็นต้องเริ่มต้นตัดทางลำเลียงที่ระบบธนาคารจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
วิทัย ยังเล่าด้วยว่า จากประสบการณ์ตรงที่เคยทำงานทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน พบปัญหาคอร์รัปชั่นในไทย เกิดการร่วมมือกันเป็นเครือข่ายสลับซับซ้อนเหมือน “ใยแมงมุม” ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ และนักธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งทำธุรกรรมร่วมกันจนเกิดเป็นเงินเทาในประเทศ
“ทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย คอร์รัปชั่น ถามหน่อยเถอะใครเชื่อว่าประเทศนี้ไม่โกง ผมทำงานหน่วยงานรัฐและเอกชน สลับกันไปมา สุดจริง ๆ ครับ นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจขนาดใหญ่ จับกันเป็นใยแมงมุมสลับซับซ้อน เงินเทาทั้งนั้น ทั้งประเทศ” ผู้ว่า ธปท.
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในงานสัมมนาจัดโดยประชาชาติธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ วิทัย ยังเคยเปิดเผยระหว่างงาน The INTANIA Forum (เมื่อ 31 ก.ค. 69) ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าพบธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาทรุ่นเก่า 2 รุ่น อายุราว 20–30 ปี มูลค่ารวมประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ไม่ไหลกลับเข้าสู่ระบบธนาคารตามวงจรปกติ โดยยกเป็นหนึ่งในตัวอย่างของทรัพยากรที่หลุดออกจากระบบเศรษฐกิจ และอาจเกี่ยวข้องกับเงินทุนสีเทา
ถอนเงินสด-ทองคำ ลดลง
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาการหลอกลวงให้โอนเงินทวีความรุนแรงขึ้นในไทย สร้างความเสียหายให้กับประชาชนและเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง โดย ธปท. ร่วมกับหน่วยงานตำรวจ เร่งใช้มาตรการสกัดกั้นและติดตามเส้นทางการเงินอย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่
- ควบคุมธรรมการโอนเงิน หากยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป หรือยอดโอนสะสมครบ 200,000 บาทต่อวัน
- ถอนเงินสดที่สาขาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแสดงตัวตน แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินกับพนักงงานธนาคาร
- ตรวจจับบัญชีม้าจากพฤติกรรมการเงินที่เข้าเกณฑ์เสี่ยง และหากพบว่าเป็นบัญชีม้าจะระงับเงินเข้า-ออกทุกบัญชี ตามระดับความเสี่ยง
- ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหาย หากละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานป้องกันภัยทางการเงินที่กำหนด
กราฟแสดงการถอนเงินสดและทองคำ ตั้งแต่ต้นปี 2569 มีแนวโน้มลดลงอย่างมาก

หลังมีการยกระดับมาตรการติดตามธุรกรรมเงินสดขนาดใหญ่ ปริมาณการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูล ธปท. พบว่า เดือน ม.ค. 69 มีมูลค่าการถอนเงินสด 100,474 ล้านบาท ก่อนลดลงเหลือ 75,881 ล้านบาทในเดือน ก.พ. แม้จะขยับขึ้นเป็น 88,307 ล้านบาทในเดือน มี.ค. แต่หลังจากนั้นลดลงต่อเนื่องเหลือ 60,757 ล้านบาทในเดือน เม.ย. และ 53,529 ล้านบาท ในเดือน พ.ค. จนมาอยู่ที่ 47,837 ล้านบาท ในเดือน มิ.ย. หรือลดลงประมาณ 52% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.
นอกจากนี้การถอนทองคำก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยการถอนผ่านแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ 2 กิโลกรัมต่อวันขึ้นไป เดือน ม.ค. มีปริมาณ 4,167 กิโลกรัม ก่อนลดลงเหลือ 2,248 กิโลกรัม ก.พ. จากนั้นเหลือ 2,185 กิโลกรัมในเดือน มี.ค. และ 935 กิโลกรัมในเดือน เม.ย. จนกระทั่งเดือน พ.ค. ลดลงเหลือ 780 กิโลกรัม ก่อนขยับขึ้นเป็น 1,223 กิโลกรัมในเดือน มิ.ย. แต่ยังต่ำกว่าเดือน ม.ค. ราว 70%
ตั้งแต่เดือน มี.ค. 69 ธปท. เริ่มเข้ามากำกับธุรกรรมทองคำ โดยจำกัดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาทไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม พร้อมกำหนดให้ใช้บัญชีของตนเอง ชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ชำระเต็มจำนวน ห้ามขายทองที่ยังไม่มีอยู่จริง และให้ร้านทองรายใหญ่รายงานข้อมูลธุรกรรมสำคัญ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดช่องทางการเคลื่อนย้ายเงินผิดปกติ รวมถึงลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือโยกย้ายทรัพย์สินออกจากระบบการเงินได้ โดยแก๊งอาชญากรรม มักโอนเงินผ่านบัญชีม้าจำนวนหลายบัญชี ก่อนถอนเป็นเงินสดและนำไปซื้อทองคำ เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินหรือเรียกว่าฟอกเงิน ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากขึ้น
ที่มา: สำนักข่าว infoquest / ประชาชาติธุรกิจ
เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม ;




