เมื่อ 3 ก.ย. 69 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) มีมติเห็นชอบหลักการการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการนำ stablecoin เป็นช่องทางในการฟอกเงิน ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการที่เกี่ยวข้อง ภายใน ก.ย. 69 นี้
จับตา stablecoin ประเภท USDT
ก.ล.ต.ได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ stablecoin ของผู้ลงทุนผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง พบว่า ปริมาณและมูลค่าการทำธุรกรรม stablecoin โดยเฉพาะเหรียญ USDT มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีพฤติกรรมในบางลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ
ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ให้ความสำคัญและติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร่วมหาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติมในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมเกี่ยวกับ stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อ ก.ย. 69 มีมติเห็นชอบหลักการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการนำ stablecoin เป็นช่องทางในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
สาระสำคัญของหลักการกำกับ
(1) กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลการโอน stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
– บัญชีหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (wallet) ต้นทางที่โอน stablecoin เข้าบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และบัญชีหรือ wallet ปลายทางที่รับโอน stablecoin จากบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเป็นบัญชีหรือ wallet ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วว่าเป็นของลูกค้าที่ทำธุรกรรมการโอนดังกล่าว (ห้ามโอน stablecoin เข้าจากบัญชีผู้อื่น และออกไปยังบัญชีผู้อื่น)
ทั้งนี้ บัญชีหรือ wallet ต้นทางของลูกค้า และบัญชีหรือ wallet ปลายทางของลูกค้า ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ travel rules รวมถึงการจัดประเภทลูกค้า การคัดกรองข้อมูล (โดยต้องไม่เป็นบัญชีม้า หรือบุคคลหรือ wallet ที่มีความเสี่ยงต่อการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย) และการใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับ wallet ที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง เป็นต้น
– มูลค่าการโอน stablecoin เข้า หรือโอน stablecoin ออกจากบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องมีความสอดคล้องกับแหล่งที่มารายได้และฐานะการเงินของลูกค้า โดยมูลค่าการโอนเข้า ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย และมูลค่าการโอนออก ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย ทั้งนี้ กรณีที่เป็นการโอนระหว่างบัญชีลูกค้าผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยด้วยกัน ไม่มีข้อจำกัดมูลค่าการโอน 5 ล้านบาทต่อวันต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย (ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยต้นทางและปลายทางต้องมีการใช้ travel rule ทั้งคู่)
(2) ปรับปรุงหลักเกณฑ์ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Exchange) เกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker: MM) ให้เทียบเคียงกับฝั่งหลักทรัพย์โดยสอดคล้องกับบริบทของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความโปร่งใสในการกำกับดูแลของ MM ใน DA Exchange
(3) กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider: LP) แก่นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Broker) ให้มีมาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสมตามความเสี่ยงและสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลปลายทาง (source exchange) ที่ DA Broker นำมาให้บริการแก่ลูกค้า
ทั้งนี้ LP และ source exchange ที่ DA Broker เชื่อมต่อดังกล่าว ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ด้านการกำกับดูแลการฟอกเงิน/การประกอบธุรกิจ เป็นต้น) ด้วย
(4) กำหนดแนวทางกำกับดูแลการทำธุรกรรมนอกแพลตฟอร์มผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการช่องทางนอก platform (เช่น กรณี big lot เป็นต้น)
พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เท่าทันการพัฒนาการและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
การยกระดับแนวทางกำกับดูแลธุรกรรม stablecoin ในครั้งนี้ มุ่งป้องกันและลดความเสี่ยงจากการนำ stablecoin ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องภายใน ก.ย. 69 เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อไป
ทำความรู้จักกับ Stablecoin และ USDT
สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) คือ สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ ไม่ผันผวนรุนแรงเหมือน Bitcoin หรือ Ethereum โดยผู้สร้างจะนำมูลค่าของเหรียญไปอิง (Peg) ไว้กับสินทรัพย์ที่มีความเสถียรในโลกจริง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ (1 Stablecoin $ มีค่าประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่นๆ
สำหรับ USDT (Tether) คือ สกุลเงินดิจิทัลประเภท Stablecoin สร้างขึ้นโดยบริษัท Tether Limited ในปี 2014 ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) และปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก
USDT มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ
- มูลค่าคงที่: ถูกออกแบบให้มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (1 USDT $\approx$ 1 USD) อยู่เสมอ
- กลไกค้ำประกัน (Fiat-Backed): บริษัท Tether ระบุว่าทุกๆ 1 USDT ที่ถูกสร้างขึ้น จะมีสินทรัพย์สำรอง (เช่น เงินสด, ตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ) ค้ำประกันไว้ในระบบแบบ 1:1
- ใช้งานได้บนหลายบล็อกเชน: USDT ถูกออกอยู่บนเครือข่ายบล็อกเชนหลากหลาย เช่น Ethereum (ERC-20), TRON (TRC-20), BNB Chain, Solana ช่วยให้โอนเงินข้ามกระดานเทรดได้อย่างรวดเร็ว
แต่โดยทั่วไปแล้ว มีการนำไปใช้งานหลัก ดังนี้
- พักเงินระหว่างเทรด: นักลงทุนใช้ USDT เป็นที่หลบภัยเมื่อราคาคริปโตผันผวน โดยไม่ต้องแปลงกลับเป็นเงินบาทหรือเงินสดจริง
- ตัวกลางในการโอนเงิน: ใช้โอนเงินข้ามประเทศด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าและเร็วกว่าระบบธนาคาร traditional โดยเฉพาะบนเครือข่าย TRON/TRC-20
- คู่เทรดหลัก: เป็นสินทรัพย์ตั้งต้นในการซื้อขายเหรียญคริปโตอื่นๆ บนกระดานเทรดทั่วโลก
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




