
ธปท. เปิดฟังความเห็น ร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อควบคุมเงินสดและบัญชีม้า โดยให้ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าก่อนใช้บริการทางการเงินและให้ลูกค้ายืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมเงินสดทั้งหน้าเคาน์เตอร์และตู้เอทีเอ็ม เตรียมประกาศบังคับใช้ มี.ค. 69

ปัญหาทุนเทา การฟอกเงิน สร้างบริษัทนอมินี และทุ่มตลาด กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประการรายย่อย หรือ SMEs ของไทย ขณะที่หลายพรรคชูนโยบายช่วยเหลือ แก้ปัญหากฎหมาย เปิดให้ SMEs เข้าสู่ระบบการเงิน พร้อมเสนอมาตรการปราบทุนสีเทา การฟอกเงิน ตั้งบริษัทนอมินี และทุ่มตลาด

รัฐบาลเร่งงัดเทคโนโลยี พัฒนาระบบ Data Bureau เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมเงินในไทยครบวงจร ทั้งเงินสด เงินในธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ และเงินตราต่างประเทศ เพื่อดักจับเงินทุนสีเทาไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจประเทศ "ฟอกเงิน" เป็นสินทรัพย์ถูกกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิต

ธปท. และ ปปง. ตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวกับทองคำโดยเฉพาะการซื้อขายผ่านออนไลน์ เพื่อปิดช่องโหว่ใช้นอมินีฟอกเงินและลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท หลังที่ผ่านมาไร้หน่วยงานหลักกำกับดูแล

"กิตติพงษ์ กิตยารักษ์" ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ตั้งคำถามสำคัญที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับ"ทุนอาชญากรรม" ในบทความ "State Capture: เมื่อทุนอาชญากรรม ซื้ออำนาจรัฐ” ผ่าน FB โดยโยนให้สังคมช่วยกัน "ป้องกัน" ด้วยการยืนบนหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ

แบงก์ชาติ ปฏิเสธค่าความคลาดเหลื่อนเงินไหลเข้า-ออกประเทศเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา และไม่กระทบค่าเงินบาทเพราะเป็นข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี พร้อมยอมรับว่าธุรกรรมทองคำและคริปโทเคอร์เรนซี ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง

วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่หลักธรรมขัดเกลาจิตใจ ทว่าวัดหลายแห่งกลายเป็นช่องทางทุจริตคอร์รัปชัน ยักยอกฟอกเงิน รวมทั้งพระสงฆ์บางรูปเองก็นำเงินทำบุญไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

รัฐบาลต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ล่าสุด ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ศูนย์กลางทางการเงิน ที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ ธปท.ห่วงเป็นแหล่งฟอกเงินผิดกฎหมาย แนะกำกับดูแลให้รอบคอบ ต้องแยกจากระบบการเงินในประเทศ