ที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมทางการเงิน หรือการหลอกลวงทางการเงิน โดยใช้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคารรัฐ) เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้าย ซุกซ่อน และแปรสภาพเงินที่ได้จากการกระทำความผิดให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงมีการใช้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด ทั้งฝากเงิน ถอนเงินสด ใช้เช็คเงินสด แลกธนบัตร
ทั้งนี้การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดอาจมีข้อจำกัดในการติดตามหรือตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวมของประชาชนในการใช้บริการทางการเงิน จนอาจเกิดปัญหาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินได้
เปิดฟังความเห็นเกณฑ์ใหม่ 15 วัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้มีกระบวนการและการดำเนินการที่เหมาะสมรัดกุมตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้บริการทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจถูกใช้เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน รวมทั้งคุ้มครองและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการทางการเงินตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน
ธปท. เปิดรับฟังความเห็นร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 ก.พ. จนถึง 24 ก.พ. 69 ผ่านทางออนไลน์ระบบกลางทางกฎหมาย (https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjUzNERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=) ประกอบด้วย 2 ฉบับ ได้แก่
- (ร่าง) หลักเกณฑ์การปฏิบัติและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้บริการทางการเงินของลูกค้า กำหนดให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคารรัฐ) ต้องมีกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงิน โดยจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ความแท้จริง และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนที่ได้มาจากลูกค้า รวมถึงต้องพิสูจน์ได้ว่าลูกค้าได้รับมอบอำนาจสุดท้ายจากนิติบุคคลจริง (หากมี) จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการสวมรอยหรือขโมยข้อมูลไปใช้ในสมัครผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินของสถาบันการเงิน
- (ร่าง) หลักเกณฑ์การปฏิบัติและการบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด กำหนดให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีกระบวนการให้ลูกค้าแสดงตนหรือยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดครอบคลุมทุกช่องทางทั้งหน้าเคาน์เตอร์สาขาและตู้เอทีเอ็ม (ATM) เช่น ยืนยันตัวตนโดยใช้บัตรและกดรหัส PIN รวมทั้งต้องมีการติดตาม ตรวจจับ ตรวจสอบ และดำเนินการเมื่อพบหรือได้รับแจ้งการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติของลูกค้าให้สอดคล้องตามระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
สาเหตุของการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจถูกใช้เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน รวมทั้งคุ้มครองและป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการทางการเงินตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน
ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไปหลังรับฟังความเห็นเสร็จสิ้น ธปท.จะเก็บรวบรวมความเห็นและสรุป จากนั้นเร่งดำเนินตามกระบวนการเพื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษา โดยจะมีผลบังคับใช้ประมาณต้นเดือน มี.ค.69
ธุรกรรมเงินสดต้องแสดงตัวตน
การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) สถาบันการเงินต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า โดยให้ลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายจากนิติบุคคล (หากมี) แสดงตนหรือยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด และพิจารณาสอบถามหรือขอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ในการทำธุรกรรม รวมทั้งวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบงานที่เกี่ยวข้องของสถาบันการเงิน
โดยกระบวนการดังกล่าวต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดและช่องทางการให้บริการ เช่น ขอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมจากลูกค้ากรณีฝากหรือถอนเงินสดหรือเช็คเงินสด หรือแลกธนบัตรเป็นมูลค่าสูงที่สาขาทั่วไป
นอกจากนี้ สถาบันการเงินต้องมีกระบวนการติดตาม ตรวจจับและตรวจสอบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า โดยกำหนดแนวทางที่สามารถติดตาม ตรวจจับและตรวจสอบได้อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องทบทวนและปรับปรุงแนวทางดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ
หากพบความเคลื่อนไหวหรือการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้าที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของลูกค้าหรือไม่มีเหตุผลประกอบการทาธุรกรรมที่ชัดเจน ให้สถาบันการเงินติดตามหรือเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และมีแนวทางบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรมตามนโยบายหรือแนวทางที่กำหนดไว้ เช่น หากพบการทำธุรกรรมในปริมาณเกินกว่ามูลค่าธุรกรรมที่สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจกาหนดซึ่งเข้าข่ายว่ามีความเสี่ยงในระดับสูง ให้สถาบันการเงินตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (EDD) โดยหากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นได้ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องไม่ทำธุรกรรมกับลูกค้ารายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ตรวจสอบลูกค้าในระดับเข้มข้นแล้ว และต่อมาพบว่ามีปัจจัยอื่นที่ทำให้ลูกค้ามีความเสี่ยงลดลง สถาบันการเงินต้องพิจารณาทบทวนการจัดระดับความเสี่ยงลูกค้าให้เหมาะสม
แบงก์ต้องรู้จักลูกค้า
สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตั้งแต่เริ่มการพิจารณารับลูกค้าหรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และตรวจสอบเป็นระยะจนสิ้นสุดความสัมพันธ์กับลูกค้า
กรณีลูกค้าบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ให้ใช้บัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือสมาร์ทการ์ด (smart card) เป็นเอกสารหลักฐานการแสดงตน โดยสถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตรประชาชน (Smart card reader) และตรวจสอบสถานะของบัตรประชาชนผ่านระบบตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ ยกเว้นกรณีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ได้ ให้สถาบันการเงินกำหนดกระบวนการปฏิบัติงานเพิ่มเติมที่เหมาะสมชัดเจน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
กรณีลูกค้าบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ ให้ใช้เอกสารที่สามารถแสดงถึงการพิสูจน์สัญชาติแล้ว เช่น หนังสือเดินทาง โดยสถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อมูลจากเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะใกล้ (Near Field Communication: NFC) หรือวิธีการอื่นที่มีความน่าเชื่อถือเทียบเคียงกัน ร่วมกับเอกสารที่น่าเชื่อถือที่แสดงการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย เช่น การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว รวมทั้งแสดงถึงวัตถุประสงค์การอยู่ในประเทศไทยที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินไม่สามารถดำเนินการตามที่กำหนดได้ เนื่องจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของหน่วยงานราชการไทย และลูกค้ามีความจำเป็นในการใช้บัญชีเงินฝาก เพื่อการดำรงชีพ สถาบันการเงินต้องมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เช่น
- ใช้เอกสารที่ส่วนราชการออกให้ร่วมกับเอกสารที่แสดงเงื่อนไขและระยะเวลาที่ให้อยู่ในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น กรณีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษ ให้ใช้บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร. 38/1) ประกอบกัน
- เอกสารที่แสดงถึงวัตถุประสงค์การอยู่ในประเทศไทยที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
กรณีลูกค้านิติบุคคล
- นิติบุคคล ที่เป็นหน่วยงานเอกชน เช่น บริษัทจำกัด ให้ใช้เอกสารที่ ส่วนราชการออกให้ และเอกสารที่น่าเชื่อถือที่แสดงสัดส่วนผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุม/ครอบงำการบริหาร ลักษณะธุรกิจ สถานที่จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล
- นิติบุคคลอื่น เช่น องค์กรของรัฐ วัด มูลนิธิ สมาคม ให้ใช้เอกสารแสดงการจัดตั้งหรือหนังสือแสดงการจดทะเบียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหนังสือแสดงความประสงค์ในการทำธุรกรรม
ทั้งนี้กรณีที่สถาบันการเงินมีกระบวนการรู้จักลูกค้าที่แตกต่างจากที่กำหนดไว้ดังกล่าว ก่อนวันที่ (ร่าง) หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้ ให้สถาบันการเงินทำตามกระบวนการเดิมต่อไปได้ แต่หากลูกค้ามาติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินหรือขอใช้บริการอื่นใดกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้ถือปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ (ร่าง) หลักเกณฑ์ฉบับนี้กำหนด
ปฏิเสธลูกค้าได้หากไม่ให้ความร่วมมือ
การบริหารความเสี่ยง สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง โดยต้องขอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การทำธุรกรรมจากลูกค้า พิจารณาความเหมาะสมสอดคล้องของข้อมูลและหลักฐานการแสดงตน สอบถาม สัมภาษณ์ สังเกต และวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจทอดสุดท้ายจากนิติบุคคล (หากมี)
รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ในระบบของสถาบันการเงิน เช่น ผลการพิจารณาในขั้นตอนการรับลูกค้าครั้งก่อนหน้าหรือของสาขาอื่น หากพบว่าลูกค้ามีพฤติกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ สถาบันการเงินต้องยกระดับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าให้อยู่ในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) และบันทึกข้อสังเกตที่พบไว้ในระบบของสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นได้ สถาบันการเงินต้องปฏิเสธการทำธุรกรรมกับลูกค้า
จับตาและติดตามธุรกรรมลูกค้า
การติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินหรือการทำธุรกรรมของลูกค้า (monitoring) สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวัง หรือตรวจจับ ความเคลื่อนไหวทางการเงินหรือการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมรูปแบบและความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมหรือความเคลื่อนไหวของลูกค้าว่าไม่มีลักษณะผิดปกติหรือยังคงสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ให้ไว้ และป้องกันความเสี่ยงในการใช้ช่องทางของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจก่ออาชญากรรมทางการเงิน ดังนี้
- ต้องมีระบบติดตามและตรวจจับธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติที่มีประสิทธิผล โดยต้องกำหนดเงื่อนไขที่สามารถติดตามและตรวจจับได้อย่างทันท่วงที ทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขและกระบวนการอย่างสมํ่าเสมอ รวมทั้งนำข้อมูลหรือข้อสังเกต ที่ได้จากการติดตามและตรวจจับธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติมาประกอบการทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขและกระบวนการให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
- ต้องมีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในการเข้าทำธุรกรรม เช่น ให้ลูกค้าแสดงตนกรณีทำธุรกรรมครั้งคราว สอบถามหรือตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม และมีกระบวนการยืนยันตัวตนของลูกค้าก่อนทำธุรกรรมทั้งที่เป็นธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมที่ไม่ใช่ทางการเงินที่รัดกุม และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นลูกค้ารายนั้นจริง เช่น การใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายวิธี (multi-factor authentication) สำหรับการยืนยันตัวตนแบบไม่พบเห็นลูกค้าต่อหน้า โดยการตรวจสอบและกระบวนการดังกล่าวต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องตามระดับความเสี่ยงของช่องทางการให้บริการและประเภทของธุรกรรมทั้งที่เป็นธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมที่ไม่ใช่ทางการเงิน
- หากสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจพบความเคลื่อนไหวทางการเงินหรือการทำธุรกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติของลูกค้า ให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและมีกระบวนการจัดการธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ
ดูแลลูกค้าที่โดนลูกหลง
สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีแนวทางหรือกระบวนการในการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติ ในกรณีที่ลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกตินั้น อย่างเหมาะสม รวดเร็วและเป็นธรรม
เก็บข้อมูลลูกค้าในที่ปลอดภัย
สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับลูกค้า รวมถึงการบันทึกเหตุการณ์และรายละเอียดการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระบบหรือสถานที่ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ตั้งแต่วันที่เริ่มการพิจารณารับลูกค้าหรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และเก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด เพื่อให้ ธปท. หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หรือใช้ประกอบในการสอบสวนหรือดำเนินคดี หรือเพื่อประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบและการควบคุมภายในของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
รายงานข้อมูล ธปท.
สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องจัดทำและจัดส่งรายงานข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมหรือพฤติกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติตามรูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ธปท. กำหนด เพื่อให้ ธปท.สามารถติดตามดูแลการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้บริการทางการเงินของลูกค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินในภาพรวมได้ รวมทั้งจัดทำและจัดส่งรายงานหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมเป็นรายกรณีตามที่ ธปท.ร้องขอ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




