ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเสนอออกประกาศกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา ตีกรอบร้านทองส่งรายงานข้อมูลธุรกรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลติดตามผลกระทบต่อค่าเงินบาท และดูแลการเคลื่อนไหวของเงิน
คนไทยนิยมการซื้อขายทองคำในอันดับต้น ๆ ของโลก จนมีมูลค่าการซื้อขายมากจนกระทบต่อ “ค่าเงินบาท” โดยเฉพาะช่วงราคาทอง “ขาขึ้น” มีการเทขายทองออกมา และส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า แม้ว่าดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อด้านอื่น แต่การแข็งค่าอย่างผิดปกติจากการเก็งกำไรทองคำ ได้ส่งผลกระทบต่อ “ภาคส่งออก” จนทำให้ธปท.ต้องเรียกผู้ค้าทองคำมาหารือ
ราคาทองคำกับค่าเงินบาท มีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน แต่สวนทางกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นสูง นักลงทุนไทยมีแนวโน้มที่จะขายทองคำเพื่อทำกำไร ส่งผลให้มีธุรกรรมขายเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
ในทางกลับกัน หากราคาทองคำปรับลดลง นักลงทุนไทยมีแนวโน้มจะซื้อทองคำ และทำให้เกิดธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า
โดยเฉพาะ การซื้อขายทองคำโลกในช่วงเวลากลางวันของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเวลากลางคืนของประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะมีปริมาณธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนน้อย ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงเวลากลางคืนของประเทศไทยยิ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างมีนัย
แม้ก่อนหน้านี้ สมาคมค้าทองคำ จะออกมาตอบโต้ว่าการซื้อขายทองไม่ได้เป็นสาเหตุหลักทำให้เงินบาทแข็งค่าสูงจนผิดปกติ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เรียกประชุมผู้ค้าทองคำในประเทศ เพื่อพิจารณามาตรการลดผลกระทบจากการซื้อขายทองคำที่มีต่อค่าเงินบาท โดยเบื้องต้นมีการเสนอแนวคิดให้ซื้อขายทองคำในประเทศด้วยสกุลเงินดอลลาร์ และขอให้ผู้ค้าทองคำติดตามตรวจสอบการซื้อขายทองคำด้วยเงินบาท เฉพาะธุรกรรมที่อาจส่งต่อค่าเงิน ซึ่งหมดนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเท่านั้น

เทรดทองไร้หน่วยงานดูแล
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวยอมรับการซื้อขายทองคำในประเทศไทย พบยังไม่มีหน่วยงานไหนกำกับดูแลเป็นหลัก พร้อมเล่าย้อนไปถึงสมัยก่อน การซื้อขายทองคำจะอยู่ที่ร้านทองเป็นหลัก
แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ในแอปพลิเคชันออนไลน์ (แอปฯ เทรดทอง) ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายเป็นเงินบาทจำนวนมาก อีกทั้งคนไทยซื้อขายกันรวดเร็วตลอดทั้งวันและมีธุรกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทมีความผันผวนเพิ่มขึ้นในบางช่วง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลการซื้อขายทองคำได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผ่านหน้าร้านหรือผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ เพราะไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลการซื้อขายทองคำในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทมีความผันผวนเพิ่มขึ้นในบางช่วง ยกเว้นกรมศุลกากร ซึ่งมีข้อมูลเฉพาะการนำเข้าและส่งออกทองคำเท่านั้น
“ถามว่าแบงก์ชาติเห็นทุกอย่างของทองทําไมไม่กํากับดูแล ไม่เห็นเลยครับ ทองเป็นธุรกิจที่ไม่มีการกํากับในเมืองไทย” วิทัย กล่าว

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวในงาน BOT Press Trip ที่ จังหวัดเชียงใหม่
กระบวนการของร้านทอง จะซื้อขายทองกับผู้ค้าต่างประเทศเป็นเงินดอลลาร์โดยอ้างอิงราคาทองคำตลาดโลก ก่อนนำมาคิดราคาซื้อขายกับลูกค้าในประเทศเป็นเงินบาท จึงต้องทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงิน (FX) กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งร้านทองต้องบริหารความเสี่ยง (Square position) ทั้งการทำธุรกรรมทองคำกับต่างประเทศ และการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX)
ในส่วนนี้ ธปท. จะได้รับข้อมูลเฉพาะธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศเท่านั้น แต่ไม่มีข้อมูลหากร้านทองซื้อขายทองคำกับตลาดต่างประเทศ การทำธุรกรรม FX ผ่านบริษัทในเครือในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากส่งออกทองคำไปกัมพูชา และแลกกลับมาเป็นสกุลเงินดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ก็จะไม่เห็นธุรกรรมในส่วนนี้ด้วย
แม้ ธปท. ไม่มีอำนาจกำกับดูแลธุรกิจทองคำโดยตรง แต่ในระยะต่อไปเพิ่มบทบาทเข้าไปกำกับดูแลให้มากขึ้นเท่าที่ทำได้ โดยติดตามธุรกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนดอลลาร์เฉพาะที่เกี่ยวกับทอง ผ่านการใช้กฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับประกาศกระทรวงการคลัง ให้ร้านทองต้องรายงานข้อมูลการทำธุรกรรมของลูกค้าและร้านทอง เพื่อให้ได้ข้อมูลติดตามผลกระทบต่อค่าเงิน และกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องให้ตรงจุด
แทรกแซงบาทแข็งยาก ถูกสหรัฐฯ เพ่งเล็ง
มีนักวิชาการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดที่ผ่านมา ธปท. ไม่เข้าแทรกแซงค่าเงินให้หยุดแข็งค่า หรือพลิกกลับมาอ่อนค่า
ผู้ว่า ธปท. สะท้อนสาเหตุหลักที่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เป็นเพราะสหรัฐฯ มีมาตรการประเมินดูแลค่าเงินของประเทศคู่ค้ารวมถึงไทยที่เกินดุลการค้าระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศต่าง ๆ จะไม่ดูแลค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้ากับสหรัฐฯ
ประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงจะเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน (Currency manipulation) และอาจถูกมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ หากเข้าเงื่อนไข 3 ข้อ คือ 1. เกินดุลการค้าและบริการกับสหรัฐฯ มากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไทยเข้าเงื่อนไขแล้ว 2. เกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในระยะ 12 เดือน และ 3. ซื้อเงินดอลลาร์เพื่อแทรกแซงค่าเงินรวมมากกว่า 2% ของ GDP
จากเงื่อนไขในข้อ 3 ทำให้ ธปท. ไม่สามารถแทรกแซงค่าเงินด้วยปริมาณเงินจำนวนมาก เพื่อหยุดการแข็งค่าของเงินบาท หรือทำให้พลิกกลับมาอ่อนค่า แม้จะมีความสามารถทำได้ก็ตาม ดังนั้น ธปท. จึงทำได้เพียงทยอยแทรกแซงลดความผันผวนของค่าเงินบาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จุดยืนของ ธปท. ยังคงต้องการให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจไทย
อ้างอิง : แนวโน้มค่าเงินบาทและราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกันมากขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- ราคาทองจะไปหนใด? เมื่อถูกขุดขึ้นมาใช้แล้วครึ่งโลก เริ่มหายาก-ผลิตน้อย-ต้องการสูง
- ความต้องการทองคำทั่วโลก มาจากไหน-ใช้ทำอะไร? ทำให้ราคาขึ้น-ลง
- ส่งออกทองก.ย.โต 212% รับราคาพุ่ง ดันยอดส่งออกทุบสถิติ 42 เดือน





