ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ที่ครูควรอยู่กับนักเรียนมากที่สุด กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ครูจำนวนมากต้องจมอยู่กับเอกสาร การประเมิน งานพัสดุ และโครงการซ้ำซ้อนนับไม่ถ้วน จนไม่มีเวลาสอนเด็ก
ภาระงานของครู เป็นปัญหาที่มีมานาน และมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไข แต่รัฐบาลก่อน ๆ ก็ยังไม่มามารถแก้ได้
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำข้อมูลมาเปิดเผยในการประชุมผู้บริหารกระทรวงประจำเดือนพ.ค.69 ระบุว่า ครู 47.7% เห็นว่าภาระงานกระทบต่อคุณภาพการสอนโดยตรง และ มากกว่า 63% ไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตและการทำงานได้
ข้อมูลตัวเลขเหล่านี้มาจากการลงพื้นที่จริงของทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาไม่ใช่เรื่องของความขยันหรือทัศนคติของครู แต่คือโครงสร้างระบบที่สร้างภาระโดยไม่จำเป็น

ยกเลิก 7 โครงการประเมิน
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านการลดภาระครู ประกาศยกเลิกโครงการประเมินรวม 7 รายการ ซึ่งจะยกเลิกตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 โดยปี 2569 จะเป็นปีสุดท้าย
- โครงการสถานศึกษาสีขาว โครงการที่ริเริ่มร่วมกับ ป.ป.ส. ให้โรงเรียนดำเนินกิจกรรมตามเกณฑ์ จัดทำเอกสารหลักฐาน และเข้ารับการประเมินเพื่อรับรองระดับ “สีขาว” แบ่งเป็นระดับดี ดีเด่น และดีเยี่ยม
แม้ยาเสพติดในสถานศึกษายังเป็นปัญหาจริงในหลายพื้นที่ แต่กระทรวงยืนยันว่าเป้าหมายยังอยู่ แต่จะปรับให้บูรณาการเข้าสู่ระบบดูแลนักเรียนปกติแทน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารับผิดชอบการติดตามภาพรวม
- การประเมิน ITA ออนไลน์ ระบบประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐที่ริเริ่มโดย ป.ป.ช. โรงเรียนต้องกรอกข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลจำนวนมากผ่านระบบออนไลน์ทุกปี
งานนี้ตกที่ผู้บริหารเป็นหลัก แต่ครูมักถูกดึงมาช่วยจัดทำหลักฐานและเอกสารประกอบ กินเวลาช่วงต้นและปลายปีการศึกษา ซึ่งทับซ้อนกับระบบประเมินภายในจาก สมศ. และ สพฐ. ที่โรงเรียนต้องทำอยู่แล้ว บางตัวชี้วัดของ ITA ซ้อนทับกับรายงานที่ต้องส่งในระบบอื่น
- การประเมินโรงเรียนคุณภาพ 4-5 ดาว ระบบจัดระดับคุณภาพโรงเรียนโดยให้ดาว 1-5 ดาว วัดจากตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์ สภาพแวดล้อม และการบริหาร
โรงเรียนต้องจัดทำรายงานหลักฐานเพื่อขอรับการประเมิน ครูต้องช่วยรวบรวมพอร์ตโฟลิโอและหลักฐานเชิงเอกสาร ซึ่งใช้เวลามากแต่ไม่ได้สะท้อนคุณภาพการสอนที่แท้จริง ทับซ้อนกับการประเมินคุณภาพจาก สมศ. (รอบภายนอก) และการประเมินภายในของโรงเรียน ระบบดาวยังไม่ได้สะท้อนบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล
- โครงการยกระดับสมรรถนะผู้เรียนตามการประเมินระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นโครงการที่ให้โรงเรียนจัดกิจกรรม อบรมครู และรายงานผล
โครงการนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกคะแนน PISA และการทดสอบนานาชาติของนักเรียนไทย ต้องรายงานความก้าวหน้าและจัดกิจกรรมพิเศษที่ไม่ได้ต่อยอดจากการสอนปกติ บางโรงเรียนต้อง “โค้ช” เด็กเพื่อสอบ PISA โดยเฉพาะ ซึ่งบิดเบือนเป้าหมายการเรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนควรเกิดจากหลักสูตรและการสอนในชั้นเรียนปกติ ไม่ใช่โครงการแยกต่างหาก
- โครงการยกระดับ OBEC Channel ช่องทางสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ของ สพฐ. ที่ให้โรงเรียนและครูมีส่วนร่วมผลิตหรือใช้สื่อ รวมถึงรายงานการใช้งาน
ครูต้องบันทึกและรายงานการใช้งานสื่อเพิ่มเติม ในบางพื้นที่มีปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้การใช้งานทำได้ยากแต่ยังต้องรายงาน ขณะที่ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มสื่อการเรียนรู้หลายช่องทางทั้งจากภาครัฐและเอกชน ครูส่วนใหญ่เลือกใช้ช่องทางที่เข้าถึงง่ายกว่าอยู่แล้ว การบังคับรายงานการใช้ OBEC Channel จึงเป็นภาระโดยไม่มีประโยชน์จริง
- โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน โครงการที่ส่งเสริมให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียนและพัฒนานวัตกรรมการสอน
โครงการนี้มีระบบรายงานผลและนำเสนอผลงาน ครูหลายคนทำวิจัย “เพื่อรายงาน” ไม่ใช่เพื่อพัฒนาการสอนจริง กลายเป็นภาระเชิงพิธีกรรมมากกว่าการพัฒนาวิชาชีพที่แท้จริง ขณะที่การทำวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของวิทยฐานะและ PA (Performance Agreement) อยู่แล้ว การมีโครงการแยกทำให้ครูต้องจัดทำเอกสารวิจัยหลายชุดในรูปแบบที่ต่างกัน
- โครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย โครงการที่ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ รายงานผลการดำเนินการ และเข้าร่วมการประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด
ครูพลศึกษาและครูประจำชั้นต้องจัดทำรายงานกิจกรรมสุขภาพเพิ่มเติม นอกเหนือจากการสอนตามปกติ ขณะที่ กิจกรรมพลศึกษาและส่งเสริมสุขภาพอยู่ในหลักสูตรแกนกลางอยู่แล้ว การมีโครงการแยกทำให้เกิดการรายงานซ้ำในสิ่งที่โรงเรียนทำอยู่แล้ว
เป้าหมายยังอยู่ แค่ปรับวิธีทำงาน
ประเด็นที่กระทรวงศึกษาฯ ย้ำคือ การยกเลิกโครงการไม่ได้หมายความว่าละทิ้งเป้าหมาย โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันยาเสพติด ความปลอดภัย และการดูแลเยาวชน ยังคงเป็นภารกิจหลัก
“เราไม่ได้ลดเป้าหมายของการพัฒนาเด็ก แต่จะลดวิธีการทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น” ประเสริฐ กล่าว
สิ่งที่ถูกตัดออกคือ ภาระด้านเอกสารและการประเมิน ที่ตกอยู่กับโรงเรียน ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเข้ามารับบทบาทกำกับและประเมินภาพรวมเชิงประจักษ์มากขึ้นแทน
บูรณาการข้อมูล-โอนภารกิจธุรการ
นอกจากการยกเลิกโครงการ กระทรวงยังวางแผนระยะต่อไปอีก 2 แนวทางหลัก
- บูรณาการระบบข้อมูล ครูบันทึกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แต่ใช้รายงานได้หลายระบบ ตัดปัญหากรอกข้อมูลซ้ำตลอดปีการศึกษา
- โอนภารกิจธุรการ งานพัสดุ การเงิน และงานธุรการของโรงเรียนขนาดเล็กบางส่วนจะถูกโอนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาช่วยรับผิดชอบ
ส่วนการเพิ่มบุคลากรสายธุรการและมาตรการลดภาระด้านอื่น ๆ นั้น คณะทำงานฯ ลดภาระงานครู ยังอยู่ระหว่างพิจารณา และจะทยอยประกาศออกมาเป็นระยะ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




