แม้ที่ผ่านมาในแวดวงการศึกษา จะออกมาเรียกร้องให้แก้ไขพรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ใช้มานาน 26 ปีมาหลายรัฐบาล แต่การแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาที่จะเป็นจุดเปลี่ยน หรือ แม่บทของการปฏิรูปการศึกษามักจะสะดุดที่การเมือง รัฐบาลยุบสภาก่อนที่จะกฎหมายจะได้รับการพิจารณาบังคับใช้
การผลักดันเพื่อแก้ พ.ร.บการศึกษาแห่งชาติในรัฐบาลอนุทินก็เช่นเดียวกัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ซึ่งเป็นฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาในวาระของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน “รัฐบาลอนุทิน” ประกาศยุบสภาฯทำให้กฎหมายไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร ทำให้ “อาจารย์สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา อยากเห็น พรรคการเมืองผลักดันเรื่องการศึกษาในการเลือกตั้ง 69 เนื่องจากที่ผ่านมา การปฏิรูปการศึกษามักจะสะดุดจากการเมือง เพราะ ขาดเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
“อยากให้ประชาชนใช้โอกาสในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. เลือกพรรคที่มีนโยบายการศึกษามีการกำหนดกรอบททิศทางที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาการศึกษาระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายอำนาจทางการศึกษา
นอกจากนี้นักวิชการด้านการศึกษาอยากเห็นพรรคการเมืองนำเสนอ รัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารงานด้านการศึกษาที่เป็นมืออาชีพ มีความรู้ ความเข้าใจระบบการศึกษา เพื่อเข้ามากำหนดกรอบทิศทางการศึกษาในระยะสั้นและระยะยาว
ทำไมต้องแก้ พ.ร.บ.การศึกษา 42
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 42 ที่ใช้มานานกว่า 26 ปี ขณะที่ความรู้ ปัญหาการศึกษา และเทคโนโลยี มีความซับซ้อนมากขึ้น จนทำให้การกำหนดกรอบทิศทางด้านการศึกษาต้องเท่าทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
การผลักดันให้แก้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 42 จึงเกิดขึ้นมาตลอด แม้ที่ผ่านมากฎหมายการศึกษาจะกำหนดกรอบ เป้าหมายพัฒนาคนไทยให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และมีมาตราสำคัญ เช่น การศึกษาภาคบังคับ 12 ปี (ตามรัฐธรรมนูญ), การกระจายอำนาจการบริหาร, การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และการจัดหลักสูตรที่หลากหลาย แต่ยังมีขีดจำกัดของความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ในยุค AI
แก้ พ.ร.บ.การศึกษา หัวใจการปฏิรูปการศึกษา
ขณะที่ ร่าง พ.รบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีเป้าหมายปฏิรูปการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์ผู้เรียนและประเทศในอนาคต โดยเน้น “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” หลักการสำคัญคือ การยกระดับคุณภาพ, ลดความเหลื่อมล้ำ, สร้าง ขีดความสามารถในการแข่งขัน, และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ผ่านการกระจายอำนาจ โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้
- ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
พัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย (Learning for Life) พร้อมสวัสดิการที่ครอบคลุม เช่น อาหาร, สุขภาพจิต
- หลักสูตรยืดหยุ่น
ให้สถานศึกษาสามารถปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และตลาดแรงงานได้มากขึ้น
- ลดภาระครู
ลดงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มเวลาให้ครูทุ่มเทกับการสอนและการพัฒนาผู้เรียน.
- กระจายอำนาจ
เพิ่มอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณและวิชาการสู่สถานศึกษาและท้องถิ่นโดยตรง
- พัฒนาครูและบุคลากร
สร้างกลไกพัฒนาและคัดกรองครูที่มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู.
- สร้างธรรมาภิบาล
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดความซ้ำซ้อนในระบบ.
- เน้นการมีส่วนร่วม
เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน (ชุมชน, เอกชน, ปกครองท้องถิ่น) เข้ามามีบทบาทจัดการศึกษา
เนื้อหาร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่
สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับนี้ ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชน และได้มีการปรับปรุงมาตราต่าง ๆ ให้เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 110 มาตรา
7 สาระสำคัญรายหมวด
- หมวด 1
วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการจัดการศึกษา มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวันและบูรณาการในการทำงาน พร้อมกำหนดรายละเอียดแต่ละช่วงวัยเป็น 7 ช่วงวัย
- หมวด 2
สถานศึกษา กำหนดหลักการเรื่องสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ความปลอดภัย อุปกรณ์ ครูและบุคลากรที่เพียงพอ ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานชั้นต้นของงบประมาณที่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- หมวด 3
ครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา โดยกำหนดหน้าที่ของครู ให้เป็นผู้เอื้ออำนวย (facilitator) เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตามช่วงวัย การหล่อหลอมการผลิตครูในรูปแบบสมรรถนะ ตลอดจนระบบการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ครูต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาของผู้เรียน
- หมวด 4
การจัดการศึกษา สิ่งสำคัญคือ จะปรับระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นตามความต้องการผู้เรียนและเท่าทันโลก ปรับให้เป็นไปตามเป้าหมายของผู้เรียน ทั้งการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับ การศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเอง การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งมีระบบเทียบเคียง/เทียบโอนการศึกษา การสะสมหน่วยการเรียน และจัดตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ด้วย
- หมวด 5
หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ที่จะต้องเอื้อต่อการจัดการศึกษาแต่ละช่วงวัยให้มีการบูรณาการกัน ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานสายสามัญ การศึกษาขั้นพื้นฐานสายอาชีพ โดยเฉพาะสายอาชีพ ที่ต้องจัดการศึกษาให้ตอบสนองภาคแรงงาน พร้อมมีหลักการบริหารจัดการข้อมูลทางการศึกษาขนาดใหญ่ (big data)
- หมวด 6
แผนการศึกษาแห่งชาติและทรัพยากรเพื่อการศึกษา ที่เกิดจากการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผน กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
- หมวด 7
คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เพื่อยกระดับเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องระดับชาติ
อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ไม่สามารถผลักดันเข้าสู่การพิจารณาในวาระของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่สำคัญด้านการศึกษาได้เนื่องจากรัฐบาลอนุทินประกาศยุบสภา ทำให้การแก้ไขกฎหมายต้องตกไป และรอลุ้นรัฐบาลใหม่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- ทำไมแก้พ.ร.บ.การศึกษา เป็นของแสลงสำหรับรัฐบาล
- ศธ.เร่งปรับหลักสูตรตาม PISA หลังไทยจ่อเข้า OECD
- ไทยพัฒนาทุนมนุษย์: งบลงทุนต่ำ คาดหวังสูง




