คุณภาพชีวิต อันดับที่สอง คือ ชีวิตที่มีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดส าหรับทุกคนรัฐบาลจะดูแลรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศซึ่งเป็นปัจจัยที่ส าคัญในการพัฒนาประเทศและส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ส่งเสริมและเร่งฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินและน้ าคืนสู่ธรรมชาติ รักษาความสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ความหลากหลายพันธุ์สัตว์ป่าแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมและมลภาวะเพื่อคืนสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่คนไทย พร้อมทั้งวางแผนรับมือและป้องกันวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ก าลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รัฐบาลจะแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นวาระแห่งชาติโดยเฉพาะเรื่องฝุ่นควัน PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปีและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกคนด้วยการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจทั้งทางบวกและทางลบในภาคเกษตรกรรม ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อประเมินผลและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
รัฐบาลจะไม่ละเลยเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติรัฐบาลจะมุ่งลดความเหลื่อมล้ าในสังคมไทย การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีส าหรับทุกคนอาทิ ความปลอดภัยทางถนน การลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ควบคู่กับการสร้างสันติภาพและการปกป้องสิทธิมนุษยชนนอกจากนี้ รัฐบาลจะสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้น าของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ การพัฒนาที่ยั่งยืนจะเปิดประตูบานใหญ่สู่การค้าโลก ซึ่งเป็นโอกาสส าคัญของประเทศไทยและสร้างข้อได้เปรียบให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการในประเทศ ท าให้รัฐบาลสามารถเจรจาการค้าระหว่างประเทศภายใต้กฎกติกาใหม่ที่ให้ความส าคัญต่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรัฐบาลจะใช้การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นพลังส าคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในภาคการผลิต ภาคบริการและภาคการเงิน
รัฐบาลจะธ ารงดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาประเทศให้ทันสมัยและสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพทัดเทียมประเทศอื่น เพื่อให้ลูกหลานของเราสามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความรู้ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ เศรษฐกิจใหม่ สังคมใหม่ และการเมืองใหม่ที่เหมาะสมกับยุคสมัยที่ลูกหลานรุ่นถัดไปจะใช้ชีวิตในอนาคต

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เตือน ไทยกำลังเผชิญ วิกฤตสิ่งแวดล้อมไทย 3 วิกฤต ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) ขณะที่ห่วงวิกฤตพังงาน ลดความสำคัญปัญหาสิ่งแวดล้อมทำให้โลกหันไปใช้ถ่านหิน

กรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่ยุคที่ “ภัยพิบัติ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “กรุงเทพฯ จะรับมือวิกฤตแต่ละครั้งอย่างไร?” แต่คือ “เราจะสร้างระบบเมืองที่มองเห็น เตือนภัย ป้องกัน และดูแลคนได้ก่อนเกิดวิกฤตอย่างไร?”

กรุงเทพฯ ไม่ได้ขาดพื้นที่ แต่มีพื้นที่จำนวนมากที่ยัง “ว่างเปล่า” “รกร้าง” หรือ “ถูกใช้ไม่เต็มศักยภาพ” ในขณะเดียวกัน เมืองกำลังร้อนขึ้น และหลายชุมชนยังขาดพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน