สำนักงานประกันสังคม เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. … ระหว่างวันที่ 15 ม.ค. 69 ถึงวันที่ 14 ก.พ. 69
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปสามารถร่วมแสดงความคิดเห็น ได้ผ่าน ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม รวมถึง มุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา ทั่วประเทศ
การเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนไปใช้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขร่างระเบียบดังกล่าว ให้มีความเหมาะสม ทันสมัย โปร่งใส และสอดคล้องกับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับทางกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบประกันสังคม

1 ผู้ประกันตนเลือกผู้แทนได้ 1 คน
สาระสำคัญของ ร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. …. ประกอบด้วย
1. ปรับปรุงยกเลิกระเบียบเดิมและยกร่างระเบียบใหม่ทั้งฉบับ
2. ให้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลมาใช้บังคับโดยอนุโลม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เกี่ยวข้องตามความพร้อม ความเหมาะสมและความจำเป็นในระดับสูงสุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้
3. กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน และสิทธิออกเสียงลงคะแนนดังนี้
- จำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน มีฝ่ายละ 7 คน
- ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน เลือกผู้แทนได้ 1 คน
4. กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนแยกตามประเภทผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ผู้ประกันตนแต่ละมาตราจะพึงมี ให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณ ดังนี้
- 4.1 กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ให้ผู้ประกันตน หมายความถึง ผู้ประกันตนที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งตามร่างระเบียบฯ ข้อ 20 (1) (2) และ (3)
- 4.2 ให้ใช้จำนวนผู้ประกันตนทุกมาตราทั้งหมดตามฐานทะเบียนที่สำนักงานประกาศในวันสิ้นปีของปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน ผลลัพธ์ของจำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนผู้ประกันตนต่อผู้แทนหนึ่งคน
- 4.3 หากผู้ประกันตนตามมาตราใดมีผู้ประกันตนไม่ถึงเกณฑ์จำนวนผู้ประกันตนต่อผู้แทน 1 คน ให้มีผู้แทนฝ่ายผู้ประกันของมาตรานั้นได้ 1 คน
- 4.4 หากผู้ประกันตนตามมาตราใดมีผู้ประกันตนเกินจำนวนผู้ประกันตนต่อผู้แทน 1 คน ให้มีผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนของมาตรานั้นเพิ่มขึ้นอีก 1 คนทุกจำนวนผู้ประกันตนที่ถึงเกณฑ์จำนวนผู้ประกันตนต่อผู้แทน 1 คน
- 4.5 เมื่อได้จำนวนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนของแต่ละมาตราตามข้อ 4.3 และข้อ 4.4 แล้ว ถ้าจำนวนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนยังไม่ครบ 7 คน มาตราใดมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตามข้อ 4.4 มากที่สุดให้มาตรานั้นมีผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นอีก 1 คน และให้เพิ่มผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามวิธีการดังกล่าวแก่มาตราที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน 7 คน
5. กำหนดจำนวนเงินสมทบของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างหรือผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ต้องมีการส่งเงินสมทบตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมในมาตราใดมาตราหนึ่งหรือหลายมาตรารวมกันแล้ว ไม่น้อยกว่า 48 เดือน ภายในระยะเวลา 60 เดือนก่อนเดือนที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง
6. วิธีการออกเสียงลงคะแนน
- การออกเสียงลงคะแนน ให้เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง หรือผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 หรือมาตรา 40 ได้ไม่เกิน 1 คน โดยให้เขียนหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวเลขอารบิกลงในบัตรเลือกตั้ง ใน “ช่องเขียนหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้ง” ได้ 1 หมายเลข
- ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้สมัครผู้ใด ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมาย “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”
เงื่อนไขผู้สมัครต้องเป็นกลางทางการเมือง
7. กำหนดหลักเกณฑ์การเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติม ดังนี้
- เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถหรือประสบการณ์ด้านแรงงาน ด้านการประกันสังคมหรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารกองทุนประกันสังคม
- เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงามและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
- เป็นผู้สามารถอุทิศเวลาทำหน้าที่เป็นผู้แทนได้อย่างเต็มที่ ในกรณีที่เป็นพนักงานราชการ หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ ต้องมีหนังสืออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา
- เป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง และไม่เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสีย และไม่อยู่ภายใต้การควบคุม ครอบงํา หรือชี้นําไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมกับข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือที่ปรึกษาของพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
- ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
- ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทนฝ่ายนายจ้างและกรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคมต้องดำรงตนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เว้นแต่ กรณีที่ผู้ประกันตนมีการเปลี่ยนแปลงสถานะการเป็นผู้ประกันตนแตกต่างไปจากที่ได้ยื่นสมัครไว้ให้ถือว่าผู้ประกันตนนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนในมาตราที่ยื่นสมัครไว้
8. การกำหนดให้มีผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง
- ผู้ทำหน้าที่สังเกตการณ์ในการเลือกตั้งต้องเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันจากภาคเอกชน หรือเป็นองค์กรชุมชน หรือสถาบันการศึกษา
- ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความเป็นกลางและช่วยแจ้งเหตุเบาะแส เพื่อป้องกันการต่อต้านการทุจริตในการเลือกตั้ง
เลือกตั้งแบบใหม่สกัดนั่งบอร์ดยกทีม
รศ. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตนจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า เปิดเผยกับ Policy Watch เปรียบเทียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแบบเดิม เหมือนกับเลือกตั้งเทศบาล โดยผู้ประกันตนและนายจ้าง 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้ยกทีม 7 คน เพื่อเข้าไปเป็นกรรมการประกันสังคม แต่กติกาใหม่เปลี่ยนให้ผู้ประกันตนและนายจ้าง 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คน
ดังนั้นในทางปฏิบัติอาจมีผู้สมัครที่ได้อันดับหนึ่ง คะแนนเสียง 100,000 คะแนน ได้รับเลือกให้เป็นกรรมการในบอร์ด และคนที่ได้อันดับ 7 อาจได้คะแนนเสียงประมาณ 2,000 คะแนน ก็สามารถเข้าไปเป็นกรรมการได้เช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีช่องว่างเยอะเมื่อเทียบกับกติกาเดิมที่ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1 – 7 จะได้คะแนน Popular Vote (ได้คะแนนเสียงมากสุด) เหมือนกับทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่ได้รับเลือกยกทีม อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งครั้งหน้าภายใต้กติกาใหม่นี้ อาจทำให้ตนได้รับเลือกให้เป็นกรรมการเพียงคนเดียว
นอกจากนี้ระเบียบเลือกตั้งใหม่ได้เพิ่มเงื่อนไขผู้มีสิทธิสมัคร ต้องผ่านดุลพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย เช่น ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ มีจริยธรรม ไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง ซึ่งความจริงแล้วตามหลักถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ คือ คนไทยทุกคนสามารถมีจุดยืนทางการเมืองได้ แต่เงื่อนไขนี้จะให้ใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่สำนักงานประกันสังคมแต่งตั้งขึ้นมา เพื่อคัดกรองผู้สมัครที่ข้องเกี่ยวทางการเมืองและสามาารถตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครได้
สำหรับอีกประเด็นเรื่องการแบ่งผู้ประกันตนตามมาตรา ซึ่งกติกาเดิมให้ผู้ประกันตนทุกมาตราอยู่ในกลุ่มเดียวกันจะได้ผู้แทนในบอร์ด 7 คน แต่กติกาใหม่จะแบ่งผู้ประกันตนเป็นมาตรา 33 มาตรา 39 มาตรา 40 และคิดจำนวนผู้แทนตามสัดส่วนผู้ประกันตน ซึ่งหากคิดตามสูตรนี้ผู้ประกันมาตรา 40 จะได้ผู้แทน 1 คน มาตรา 39 จะได้ผู้แทน 1 คน ทั้ง ๆ ที่สัดส่วนผู้ประกันตนไม่ถึงหนึ่งในเจ็ด
“ถ้าเป็นแบบใหม่ 1 คน เลือก 1 สิทธิ ที่เราเคยได้ 100% ก็จะเหลือสิทธิประมาณ 18% เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่อาจไม่ต้อง Popular มาก สามารถเข้ามาได้ และถ้าเข้ามาแล้วมีการกระจัดกระจาย คือ โอกาส ความไม่เป็นปึกแผ่น การล็อบบี้ การคุยนอกรอบต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย” รศ. ษัษฐรัมย์ กล่าว
บทความที่เกี่ยวข้อง:




