ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไทยมีปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไม่สามารถแข่งขันกับเอสเอ็มอีจากจีนและญี่ปุ่นที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างมาก
อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม:
- ขีดแข่งขันไทยวิกฤต “ถดถอยทุกด้าน” ร่วงอยู่อันดับ 30 โลก
- ตั้งเป้า 3 ปี ความพึงพอใจ-ขีดแข่งขันภาครัฐเพิ่ม
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของเอสเอ็มอีเริ่มส่งสัญญาณไม่ดีนัก ดังจะเห็นการปิดกิจการเพิ่มขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเอสเอ็มอีไม่สามารถปรับตัวรับการแข่งขันได้ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งเรื่องการเพิ่มศักยภาพการประกอบการและเงินทุน
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าจากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นว่าปิดกิจการเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเปิดดำเนินการใหม่
ในไตรมาสแรกของปี 2569 โรงงานเปิดกิจการใหม่มีจำนวน 139 โรงงาน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 63.9% ขณะที่โรงงานปิดกิจการมีจำนวน 156 โรงงาน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.4% สะท้อนว่าจำนวนโรงงานปิดกิจการ มากกว่าโรงงานเปิดกิจการใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส หรือนับตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2566

ขณะที่จำนวนโรงงานขยายกิจการมีจำนวน 106 โรงงาน เพิ่มขึ้นถึง 82.8% สอดคล้องกับเงินลงทุนขยายกิจการที่มีมูลค่าอยู่ที่ 152.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.5 พันล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า แม้จำนวนโรงงานเปิดกิจการใหม่จะลดลง
แต่จำนวนโรงงานที่ขยายกิจการปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ (การจ้างงาน 200 คนขึ้นไป) และขนาดกลาง(การจ้างงานมากกว่า 50 คน แต่ไม่เกิน 200 คน) ซึ่งมีการจ้างงานรวมกันสูงถึง 25,126 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนการจ้างแรงงานมากถึง 99.3% ของจำนวนแรงงานในโรงงานที่ขยายกิจการทั้งหมด
หากพิจารณาในรายอุตสาหกรรม พบว่า โรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร การผลิตเครื่องจักรกล และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีการเปิดกิจการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและยังมีโรงงานขยายกิจการเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลมีเงินลงทุนขยายกิจการสูงสุดในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 52.0 พันล้านบาท เทียบกับ 0.04 พันล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สอดคล้องกับการจ้างงาน 7,886 คน เพิ่มขึ้นจาก 50 คน ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับโรงงานในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลจ านวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในภาคการผลิต และสอดคล้องกับการส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

แต่เริ่มเห็นสัญญาณการปิดตัวลงของโรงงานขนาดเล็ก (การจ้างงานไม่เกิน 50 คน) สะท้อนจากเงินลงทุนและจำนวนแรงงานของโรงงานปิดกิจการที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.8% และ 15.8% ตามลำดับ อาทิ โรงงานในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ และอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์จากพืช เป็นสำคัญ
การปิดตัวลงของโรงงานดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดลงของขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมดั้งเดิมโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบปัญหาความต้องการสินค้าที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันของสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงซ้ำเติมจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดตะวันออกกลางยังได้รับผลกระทบทั้งจากการลดลงของความต้องการสินค้าและปัญหาการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาทิ กลุ่มสินค้ายานยนต์และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป และเครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งมีสัดส่วนการพึ่งพาตลาดตะวันออกต่อการส่งออกรวมอยู่ที่ 35.4%, 7.8%, 4.6%, 3.7% และ 3.5% ตามลำดับ
ที่มา: ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2569 และและแนวโน้มปี 2569
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
- ควิกบิ๊กวินเติมเงินเอสเอ็มอี 1 แสนราย ผ่าน 7 สถาบันการเงินรัฐ
- งัดมาตรการบีโอไอปลุกเอสเอ็มอี แข่งขันในตลาดโลก
- พักดอกเบี้ยรายย่อย ช่วยลูกหนี้ “บ้าน-รถ-เอสเอ็มอี”




