กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวในปี 2569 ไม่สดใสนัก จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก ทำให้นักท่องเที่ยวลดการเดินทาง
แต่ภาคการท่องเที่ยวของไทย ยังได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ยังขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม่ว่าจะปรับลดลงอย่างมากในช่วงสงครามตะวันออกกลางจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและการขาดแคลนน้ำมัน
สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-8 ส.ค. 69 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 19.15 ล้านคน ลดลง 2.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ 9.27 แสนล้านบาท ลดลง 2.90%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ 2-8 ส.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 421,215 คน เพิ่มขึ้น 16.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนครั้งแรกนับตั้งแต่สงคราม แต่ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวในเอเชีย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยทั้งปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 31.36 ล้านคน ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แต่ดีขึ้นกว่าคาดการณ์เดิมที่ 30 ล้านคน ณ เม.ย. 69 โดยตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ กรณีสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ได้มีผลกระทบต่อการเดินทาง
คาดการณ์จำนวนท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยปี 2569

นักท่องเที่ยวตลาดสำคัญแนวโน้มลดลง
ตลาดที่มีความน่ากังวลและมีแนวโน้มลดลงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้และเป็นตลาดที่สำคัญของไทย เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีทิศทางเติบโต แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2569
ด้านรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กระจายในภาคธุรกิจท่องเที่ยวปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท ลดลง 3.1%YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 49,000 บาท เพิ่มขึ้น 2%YoY
ภาพรวมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคนต่อทริปยังค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากโครงสร้างนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีความระมัดระวังอย่างการปรับลดการใช้จ่ายในส่วนของฝากและของที่ระลึก และการท่องเที่ยววิถีชุมชนได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าและคุ้มค่ากับงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีทิศทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 โดยมีสัดส่วนราว 53% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดเอเชียแปซิฟิกอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 ที่มีสัดส่วน 30%
สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปต่ำกว่าเฉลี่ย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้
ตลาดแข่งขันสูง พฤติกรรมต่างชาติเปลี่ยน ปัจจัยลบท่องเที่ยวไทย
ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยยังเปราะบางจากหลายปัจจัยลบในช่วงระยะข้างหน้า เนื่องจากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป โดยชาวต่างชาติเที่ยวไทยลดลงเทียบกับหลายประเทศที่ยังเพิ่มขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แต่พฤติกรรมและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ทำให้ไทยเผชิญกับอัตราการลดลงของนักท่องเที่ยว ขณะที่บางประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเติบโต เช่น เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย
แม้นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักบางตลาดจะยังเติบโต แต่มีแนวโน้มเลือกเดินทางไปประเทศอื่นมากขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางไปญี่ปุ่นและอินโดนีเซียยังขยายตัว แม้จำนวนไม่สูงมาก ขณะที่การเดินทางมาไทยกลับลดลง ส่วนตลาดจีน แม้นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น แต่ยังพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเกาหลีใต้และเวียดนามสูงกว่าไทย
นักท่องเที่ยวเดินทางไปประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมากขึ้น แต่ไทยลดลง

นอกจากนี้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในหลายประเทศยังทำให้แผนการเดินทางและการใช้จ่ายเปลี่ยนไป โดยนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางท่องเที่ยวสอดคล้องไปกับงบประมาณและความคุ้มค่า เช่น ปัญหาตลาดหุ้นในเกาหลีใต้ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งของประชาชนบางกลุ่ม ทำให้แผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอาจต้องสะดุดลง สะท้อนได้จากชาวเกาหลีใต้ไปเที่ยวต่างประเทศช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ค. 2569 ลดลง 5.9%YoY โดยตลาดนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เที่ยวไทยมีจำนวนมากเป็นอันดับ 5
ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวอาจกดดันเพิ่มเติมจากเดิมที่ชาวเกาหลีใต้เที่ยวไทยก็ลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2568 และยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
ความผันผวนของค่าเงินรูเปียห์ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวอินโดนีเซีย รวมถึงการเดินทางมาไทย โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่เดินทางไปต่างประเทศลดลง 2.4% YoY ขณะที่นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาไทยลดลง 23.2% YoY จากหลายปัจจัย โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ณ วันที่ 5 ส.ค. 2569 ค่าเงินรูเปียห์เมื่อเทียบกับเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 7% ขณะที่ระยะข้างหน้าค่าเงินยังมีแนวโน้มผันผวน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันจำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่เดินทางมาไทยในช่วงที่เหลือของปี

แผนเที่ยวบินของสายการบินที่เดินมาไทยยังสะท้อนภาพแนวโน้มลดลงในบางเส้นทาง โดยแผนเที่ยวบินล่วงหน้ามาไทย ระหว่างเดือน ส.ค. – พ.ย. 2569 ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 ปรับลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 16 ก.ค. 2569 สะท้อนความไม่แน่นอนสูง โดยการลดลงส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มจานวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง สำหรับประเทศต้นทางที่มีเที่ยวบินมาไทยเพิ่มขึ้น เช่น อิสราเอล ขณะที่ภูมิภาคยุโรปหลายประเทศเที่ยวบินยังไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศยังเปราะบาง ทั้งเหตุการณ์ตะวันออกกลางและการสู้รบระหว่างยูเครน-รัสเซีย แม้จะยังอยู่ในวงจากัด แต่ประเด็นนี้จะยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นและแผนการเดินทางท่องเที่ยวบางกลุ่ม อาทิ นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง
ตะวันออกกลางคลี่คลาย-มีอีเวนต์ใหญ่ ช่วยหนุนได้เล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่าทิศทางตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อย เริ่มจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หากไม่ได้ลุกลามจนกระทบเป็นวงกว้าง และไม่มีการปิดน่านฟ้า อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากยุโรป
ขณะที่ราคาบัตรโดยสารหลายเส้นทางเริ่มปรับลดจากในช่วงที่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง แม้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีที่ผ่านมา โดยหลายสายการบินเริ่มกลับมาทาโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดและการเดินทางท่องเที่ย
นอกจากนี้ ไทยจะมีการจัดงานประชุมสัมมนาและงานเทศกาลดนตรีระดับโลก ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (IMF-WBG Annual Meetings 2026) และการจัดงานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ (EDM) เช่น Tomorrowland Thailand รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี เช่น การจัดงานเทศกาลปีใหม่
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




