ผลระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อยาวนานตั้งแต่ต้นปี ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกพึ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพไปทั่วทุกกลุ่ม ในขณะที่ปีนี้จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมีความเสี่ยงจะกระทบต่อภาคเกษตรตั้งแต่ปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังทรงตัวสูงในระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศแพงขึ้น และกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทั่งประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ค่าขนส่ง แต่ยังกระทบต่อต้นทุนสินค้าบริการ
คนไทยต้องเผชิญกับค่าครองชีพสูงกว่าครึ่งปี และยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนให้เห็นจาก ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย ก.ย. 69 ที่ยังอยู่ที่ 102.93 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี ส่งผลให้เกิดความกังวล และความเสี่ยงต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบฝั่งเอเชียที่อาจถูกจำกัด
อัตราเงินเฟ้อและภาพรวมดัชนีราคาผู้บริโภค ก.ย. 69 และไตรมาส 3 ปี 69

อีกทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย เนื่องจาก การเจรจาทางการทูตระดับทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน
นอกจากนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุน การผลิตที่เพิ่มขึ้นในหลายด้าน ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ซึ่งส่วนหนึ่งผลผลิต ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 0.25% โดยปัจจัย สำคัญมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น จากผลกระทบของวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ราคาเนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ และผลไม้สดปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเฉลี่ย 9 เดือน (ม.ค.–ก.ย.) ของปี 2568 สูงขึ้น 1.54%
ทั้งนี้ เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้น 1.50% ในขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สูงขึ้น 0.01% และเมื่อเทียบกับเฉลี่ย 9 เดือน (ม.ค.–ก.ย.) ของปี 2568 สูงขึ้น 1.01%
เงินเฟ้อไตรมาส 4 ยังสูง จากผลกระทบราคาน้ำมัน
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาส 4 ปี 69 คาดว่า จะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อ ทั่วไปสูงขึ้น
- ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย เนื่องจากการเจรจาทางการทูตระดับทวิภาคี ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน
- ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงกว่าปีก่อนหน้า จากต้นทุนที่ปรับขึ้นในหลายด้าน
- ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทางตามต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา
- ราคาอาหารสดที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศมีแนวโน้ม ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจาก สภาพอากาศที่แปรปรวน
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 4 ปี 69
สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ประกอบด้วย
- ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบ ก.ย.-ธ.ค. 69 ปรับลดลง เหลือหน่วยละ 3.86 บาท ซึ่งต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท
- ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวการณ์ แข่งขันที่สูง และผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง
เงินเฟ้อปีนี้สูงกว่าเป้าหมายที่ 2%
Krungthai COMPASS คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปปี 69 มีแนวโน้มอยู่ที่ 2.7% ปรับลดลงจากเดิมที่ 3.1% เนื่องจากการส่งผ่านต้นทุนไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานน้อยกว่าที่ประเมินไว้
เงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 69 ยังมีแนวโน้มสูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 2.0% จากราคาน้ำมันดิบดูไบซึ่งยังอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมทั้งผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ ต่อผลผลิตภาคเกษตรในระยะถัดไป
สถานการณ์น้ำท่วมในเดือน ก.ย.สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อจากสภาพภูมิอากาศในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในปี 69 ซึ่งภาวะเอลนีโญมีแนวโน้มเข้าสู่ระดับรุนแรงมาก (Very Strong El Niño) นับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 30 ปี และคาดว่าจะรุนแรงที่สุดในช่วงไตรมาส 4/69 โดยภาวะอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติในบางพื้นที่เสี่ยงกระทบผลผลิตและทำให้อุปทานสินค้าเกษตรตึงตัว
เตรียมรับราคาอาหารแพงปี 70
จากประสบการณ์ Very Strong El Niño ปี 2558-59 ชี้ว่าการส่งผ่านผลกระทบจากภาวะเอลนีโญไปยังราคาอาหารไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกหมวด โดยราคาผักและผลไม้เพิ่มขึ้นสะสมสูงถึง 18.4% ภายใน 5 เดือนหลังเอลนีโญผ่านช่วงรุนแรงที่สุด ก่อนที่แรงกดดันด้านราคาจะปรากฎเด่นชัดในหมวดเนื้อสัตว์ รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเพิ่มขึ้นสะสม 2.3% ในเดือนที่ 6 ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับขึ้นเพียง 0.6% จึงมีความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านราคาอาหารจากเอลนีโญรอบนี้จะเริ่มปรากฏในช่วงปลายปี 69 และชัดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 70
มองไปข้างหน้า แรงกดดันด้านราคาอาหารจากเอลนีโญมีแนวโน้มเข้ามาซ้ำเติมผลกระทบจากราคาพลังงานที่ดำเนินต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 69 กระทบภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง หากราคาอาหารเริ่มปรับสูงขึ้นในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการอาจมีข้อจำกัดในการดูดซับต้นทุนมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการส่งผ่านไปยังราคาอาหารสำเร็จรูป ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ครัวเรือนอาจเผชิญแรงกดดันจากรายจ่ายจำเป็นทั้งสองด้านพร้อมกัน (ราคาอาหารและราคาพลังงาน) โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและกลุ่มที่มีภาระหนี้สูง ซึ่งมีข้อจำกัดในการรองรับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

คาดอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 1.8%
เช่นเดียวกับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดว่าเงินเฟ้อยังสูงในปีนี้และต่อเนื่องในปีหน้าจากราคาน้ำมันและอาหาร
แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5% จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ
• ราคาพลังงาน คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน และเส้นทางขนส่งพลังงานบริเวณตะวันออกกลางยังมีความเปราะบาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังมีแนวโน้มทรงตัวสูงและผันผวน
อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปี อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมให้อัตราเงินเฟ้อในปี 2569 ปรับสูงขึ้นกว่าคาด ขณะที่มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐอาจต้องคำนึงถึงภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มติดลบถึงระดับ 100,000 ล้านบาทภายในช่วงต้น ต.ค.2569 ซึ่งเข้าใกล้ระดับ 130,000 ล้านบาทในปี 2565 มากขึ้น
• ราคาสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากความเสี่ยงของปรากฎการณ์เอลนีโญที่อาจพัฒนาไปสู่ระดับขั้นรุนแรงในช่วงไตรมาสที่ 4/2569 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570 โดยเอลนีโญอาจทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและภัยแล้งตามมา ซึ่งจะกระทบต่อการเพาะปลูกตลอดจนราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะ ข้าว ผักและผลไม้ให้ปรับเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ เทศกาลกินเจในช่วง 10-18 ต.ค. 69 อาจเข้ามาหนุนให้ราคาสินค้าเกษตรและอาหารปรับสูงขึ้นในเดือนต.ค. เพิ่มเติมจากความต้องการสินค้าที่มากขึ้น ท่ามกลางผลกระทบจากน้ำท่วมที่ส่งผลให้ราคาผักสดปรับเพิ่มสูงขึ้นในบางพื้นที่ อย่างไรก็ดี คาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมต่อราคาอาหารสดและเงินเฟ้อในภาพรวมจะมีจำกัด
ที่มา: สำนักนโยบายละยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์
บทความที่เกี่ยวข้อง:




