ตามหลักแล้วผังเมืองควรมีการทบทวนทุก 5 ปี และที่ผ่านมา กทม.มีความพยายามปรับปรุง ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร จากฉบับปัจจุบันที่ใช้มานานกว่า 13 ปี คือ “ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร 56” หรือที่เรียกว่า “ผังเมืองรวมฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3”
ผังเมืองรวม กทม.แก้มาแล้ว 3 ครั้ง
ที่ผ่านมา การแก้ไขผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่ ผังเมืองรวม กทม. ฉบับแรก ปี2535 เริ่มประกาศใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับ
- ปรับปรุงครั้งที่ 1 ปี 2542 ปรับการใช้ที่ดินและโครงสร้างเมือง รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจและชุมชน
- ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปี 2549 ปรับตามการเติบโตของเมือง ระบบคมนาคม และแนวรถไฟฟ้า
- ปรับปรุงครั้งที่ 3 ปี 2556 เป็นผังเมืองที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีการกำหนด FAR Zoning (Floor Area Ratio) หรือ “อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน” เพื่อกำหนดขนาดความหนาแน่นสูงสุดของอาคารที่สร้างได้บนที่ดินแปลงหนึ่ง เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความหนาแน่นของเมือง ป้องกันความแออัด และกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ตามผังเมืองสีต่าง
- ปรับปรุงครั้งที่ 4 : เริ่ม กระบวนการรับฟังความเห็นตั้งแต่ปี 2566–2567 ปัจจุบันคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด กรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญคือการ “ปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็น 90 วัน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
สาระสำคัญร่างผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร ปรับปรุงครั้งที่ 4 ซึ่ง “วิศณุ ทรัพย์สมพล” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย “อาสา ทองธรรมชาติ” ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง และผช.ดร.พรสรร วิเชียรประดิษฐ์ ที่ปรึกษาโครงการฯ ได้เปิดเนื้อหาและสาระสำคัญดังนี้
ยกเลิกแนวถนนโครงการ 148 สายเหลือ 96 สาย
การตัดเพิ่มแนวถนน 148 สาย คือ ประเด็นที่เป็นข้อกังวลต่อร่างผังเมืองรวม ฯ (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่ง“อาสา ทองธรรมชาติ” ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง บอกว่า ประชาชนมีข้อข้อกังวลใจมากที่สุดของประชาชน คือผังเมืองรวมด้าน คมนาคม เนื่องจาก มีถนนขนาดเล็ก หรือ (ก) ที่มีเขตทาง 12 เมตร และ 16 เมตรที่ประชาชนเห็นว่าผาจมีผลกระทบ
ตามผังเมืองรวมกทม.ปี 2556 มีถนนทั้งหมดทุกขนาด 136 สาย และ ได้การปรับปรุงร่างผังเมืองรวมฯ ที่ได้ติดประกาศไปแล้วจำนวน 148 สาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถนนขนาดเล็ก แต่เมื่อฟังเสียงประชาชนในรอบที่ผ่านมาปรับปรุงร่างผังเมืองอย่างต่อเนื่องและเสนอคณะกรรมการชุดต่างๆ ทำให้ลดจำนวนถนนลดลงจาก 148 สายเป็น 96 สาย
- การยกเลิกแนวถนนโครงการตาม ร่างผังเมืองรวมฯ ซึ่งในขั้นตอนการปิดประกาศ 15 วันและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ได้กำหนดถนนโครงการไว้จำนวน 148 สาย หลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผ่านความเห็นของคณะกรรมการ ชุดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว คงเหลือจำนวน 96 สายเท่านั้น
- การยกเลิกถนนสาย ก (เขตทาง 12 เมตร)ถนนสาย ข (เขตทาง 16 เมตร) ออกไปหลายสาย โดยเฉพาะในเขตพญาไท ดินแดง จตุจักร และวัฒนา เป็นต้น
สำหรับถนนโครงการบางสายทางที่กำหนดให้มีขนาดเขตทาง 20 เมตร และ 30 เมตร ก็ได้มีการปรับลดขนาดเขตทางให้เล็กลงเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด และบางสายทางยังจำเป็นต้องคงไว้เพื่อให้การสัญจรของเมืองให้ยังคงมีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน

ปรับพื้นที่เว้นขาวในบริเวณที่ทับซ้อนกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ส่วน การปรับเปลี่ยนแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางบริเวณ เช่นการกำหนดพื้นที่เว้นขาวในบริเวณที่ทับซ้อนกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย EEC ดังนี้
- การปรับระดับการพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.8 บริเวณรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และบริเวณรอบสถานีมักกะสัน
- การปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ย.7 (บางส่วน) เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) พ.5 บริเวณโดยรอบโครงการนอร์ธปาร์คและสถานีทุ่งสองห้องตามศักยภาพของพื้นที่
- การปรับลดการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่ชายทะเลเขตบางขุนเทียนจากประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.2 เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ก.1 บริเวณทะเลบางขุนเทียน
- การปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) พ.7 เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก (สีน้ำตาล) ย.15 ย่านอโศกมนตรี เขตวัฒนา เป็นต้น
การยกเลิกพื้นที่พักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม
นอกจากนี้ การยกเลิกพื้นที่พักน้ำเพื่อการป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5 บริเวณ ได้แก่ บึงหมู่บ้านชวนชื่น บางเขน บึงหมู่บ้านมณียา บึงสวนสยาม บึงหมู่บ้านชวนชื่นพาร์ควิลล์ และ บึงหมู่บ้านเคซีเลควิว
เหตุผล เพราะว่าไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันแล้ว
ยกเลิกมาตรการปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคาร TDR
นอกจากนี้ ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดิน หรือมาตรการโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Rights : TDR) ซึ่งเป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างเป็นธรรมให้กับประชาชน ให้สามารถปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินภายในที่ดินประเภทเดียวกัน และบริเวณเดียวกัน
นอกจากนี้ ปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมระหว่างแปลงที่ดินโดยโอนจากแปลงที่ดินที่มีอาคารประวัติศาสตร์หรืออาคารอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ตามระเบียบที่กรุงเทพมหานครกำหนด ไปยังแปลงที่ดินที่อยู่ภายในระยะ 500 เมตร รอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
กรมโยธาธิการและผังเมืองมีข้อห่วงใยถึงความชัดเจนในทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ จึงเห็นควรหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เรียบร้อยก่อนนำมาตรการนี้มากำหนดในผังเมืองรวมต่อไป และให้ยกมาตรการนี้ออกจากร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ออกไปก่อน

ปิดประกาศเปิดคัดค้าน 90 วัน
ในขั้นตอนต่อไป กรุงเทพมหานครจะดำเนินการปิดประกาศแผนผังพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569
ประชาชนสามารถตรวจสอบร่างผังเมืองรวมได้ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานครสำนักงานเขต 50 เขต ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร สวนสาธารณะในสังกัดกรุเทพมหานคร สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (webportal.bangkok.go.th/cpud และ plan4bangkok.com)

ใครคือผู้มีส่วนได้เสียยื่นคัดค้าน
สำหรับผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดได้ด้วยตนเอง ที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งเปิดเป็นศูนย์รับคำร้องและบริการข้อมูลให้คำแนะนำกับประชาชนตลอดช่วงระยะเวลาการปิดประกาศ 90 วัน หรือส่งไปรษณีย์มาที่สำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกรุงเทพมหานคร เลขที่ 45 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 หรือ สำนักงานเขตทุกเขต หรือทางเว็บไซต์ของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร (webportal.bangkok.go.th/cpud)
ทุกคำร้องจะได้รับการรวบรวมและเสนอต่อคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาอย่างครบถ้วนต่อไป หลังจากนั้นจะมีการปรับปรุงแก้ไขร่างผังเมืองรวมอีกครั้งหนึ่ง และดำเนินการตามขั้นตอนการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ได้ภายในปลายปี 2570
วิธีการเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องและการยื่นร้อง
ตามระเบียบคณะกรรมการผังเมือง พ.ศ. 2564 (และที่เกี่ยวข้อง) กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสีย (เจ้าของที่ดิน, ผู้อยู่อาศัยในเขตผังเมืองรวม) ยื่นคำร้องขอแก้ไข/เปลี่ยนแปลงผังเมืองได้ภายใน 90 วันโดยนับแต่วันที่ประกาศรับฟังความคิดเห็น ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์กรมโยธาธิการฯ/ท้องถิ่น หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงา
สาระสำคัญวิธีการยื่นคำร้องตามระเบียบฯ
- ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง: ผู้มีส่วนได้เสียในเขตผังเมืองรวมที่อยู่ในระหว่างการวางและจัดทำผังเมืองนั้นระยะเวลาการยื่นคำร้อง: ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศรับฟังความคิดเห็นเริ่มมีผล
- วิธีการยื่นคำร้อง:ยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต: ผ่านเว็บไซต์ กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือเว็บไซต์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จัดทำผังเมือง
- ยื่นเป็นหนังสือ: ยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง, สำนักงานโยธาธิการจังหวัด หรือ อปท. ผู้วางและจัดทำผังเมืองรวม
- การพิจารณาคำร้อง: คณะกรรมการจะตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสาร ลักษณะของคำร้อง และประเด็นที่ร้องขอแก้ไข เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงผังเมืองให้เหมาะสม
ทั้งนี้ผู้มีส่วนได้เสียควรรวบรวมหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือหลักฐานที่แสดงว่าได้รับผลกระทบ เพื่อประกอบการยื่นคำร้องตามแบบที่ราชการกำหนด
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:





