
เริ่มต้นปี 69 ด้วยลานีญาที่อ่อนกำลังลง หลังจากที่ปรากฎการณ์ลานีญาอยู่มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 68 และคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติหรือเป็นกลางในช่วงเดือน เม.ย. 69 สภาพอากาศกำลังเข้าสู่ “เอลนีโญ” ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่จะทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงหรือไม่ ยังเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

แม้ว่าการประชุม COP30 ไร้ข้อสรุปด้านการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนที่ต้นตอ หลังภัยจากธรรมชาติเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากกว่าเดิม แต่ระบบการแจ้งเตือนภัย เป็นสิ่งจำเป็นและรอไม่ได้ จี้ประเทศพัฒนาแล้ว ทุ่มลงทุนช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา

COP30 รายงานสถานการณ์โลกร้อน ทั่วโลกยังปล่อยก๊าซจากฟอสซิลเพิ่มขึ้นทุบสถิติใหม่ ชี้ให้เห็นว่ายังห่างไกลกับเป้าหมายลดอุณหภูมิโลก เพื่อป้องกันหายนะ แม้ว่าตั้งแต่มีข้อตกลงปารีส ทั่วโลกลดการปล่อยก๊าซลงได้ แต่ยังไม่เพียงพอ ขณะนี้เจอปัญหาใหญ่คือความร่วมมือแก้ปัญหาจากประชาคมโลก

โลกกำลังเผชิญกับหายนะทางทะเลครั้งใหญ่ เป็น “Triple Planetary Crisis“ กำลังส่งผลกระทบต่อมหาสมุทร คือ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และมลพิษ ขณะที่ไทยทิ้งขยะพลาสติกปริมาณมหาศาลและปะการังเสี่ยงสูญพันธุ์

ความสูญเสียจากภัยพิบัติซ้ำซากสะท้อนว่าไทยกำลังแบกรับภาระงบประมาณและไล่ตามเยียวยา ถึงเวลาป้องกันเชิงรุก โดยมีชุมชนเป็นแกนหลักในการจัดการ ส่วนรัฐ-นักวิชาการ-ประชาสังคมเป็นพี่เลี้ยง ร่วมผลักดันให้เกิด “แผนรองรับการย้ายถิ่น” และ “GIS Map” เป็นเครื่องมือ ช่วยตัดสินใจว่าจะ “อยู่” หรือ "ย้าย"

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก หนักขึ้นเรื่อย ๆ หลังปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นทุบสถิติใหม่ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศรุนแรง ทำให้หลายภูมิภาคมีสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป บางพื้นที่ร้อน บางแห่งแล้งหนัก แต่บางภูมิภาคเผชิญกับฝนตกหนักและอุทกภัยครั้งใหญ่

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงและความถี่มากขึ้น โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหลายภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล ทั้งยังเป็นคำเตือนให้ประเทศไทยเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในอนาคต

ประเทศไทยประกาศเป้าหมายชัดเจนในการประชุมระดับสูงของ COP ครั้งที่ 29 ณ เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยมุ่งตามเป้า NDC สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ท่ามกลางการจับตาว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน และแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ อย่างไรบ้าง

ภัยพิบัติมีแนวโน้มเกิดมากขึ้นทั่วโลก สร้างความเสียหายรุนแรงต่อเนื่อง นำมาสู่การระดมสมองเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันและลดความสูญเสีย ด้วยกลไกทางกฎหมาย การบริหารจัดการ และนวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิกาศในยุคโลกเดือด

ระบบป้องกันภัยพิบัติที่ใช้กันทั่วโลกมีความแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ ซึ่งมีจุดแข็ง จุดอ่อนแตกต่างกันไป การเรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเปรียบเทียบและนำมาปรับใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม

ปี 2567 ไทยอยู่กับน้ำท่วมแทบตลอดทั้งปี ล่าสุดรวมพื้นที่น้ำท่วมแล้ว 51 จังหวัด ข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่าในช่วงวันที่ 29 ต.ค. - 4 พ.ย. 67 มีพื้นที่น้ำท่วม 1.66 ล้านไร่ กระทบ 2.4 แสนหลังคาเรือน ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าปีผ่านมา

โลกเดือด หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมาเร็วขึ้น คาดว่าในปี 2570 อุณหภูมิโลกจะแตะระดับ 1.5 องศาเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ทำให้ส่งผลกระทบรุนแรงและบ่อยขึ้น แต่ในแง่การค้าขาย จะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมาแก้ปัญหาโลกร้อน

ความเสียหายรุนแรงจากน้ำท่วมเชียงรายรอบนี้ นำมาสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกลไกการแก้ไขปัญหาที่หลาย ๆ รัฐบาลทุ่มงบประมาณหวังลดความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติยังพบปัญหาในหลายจุด ทั้งการแจ้งเตือน ระบบฐานข้อมูล จนต้องกลับมาตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำมาในอดีตมาถูกทางแล้วหรือไม่ และต้องทำอะไรเพิ่ม

ไทยเสี่ยงเจอภัยแล้งสลับกับน้ำท่วมฉับพลันที่รุนแรงมากขึ้นในแต่ละปี เนื่องจากวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้ว นักวิจัยวิจัยเศรษฐกิจป๋วยฯ ชี้จะกระทบเศรษฐกิจไทยในทุกภาคส่วนตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงระดับบน เตือนทุกฝ่ายร่วมกันลดปล่อยก๊าศเรือนกระจก และปรับตัวเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ธปท.ชี้ไทยต้องเริ่มปรับตัวภาคธุรกิจให้ลดก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ป้องกันตกขบวนการค้าโลก พร้อมให้สถาบันการเงินพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียวให้ครอบคลุมธุรกิจ SMEs ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ