
น้ำท่วม ถือเป็นอีกปัญหาใหญ่ของคนกรุงเทพฯ แม้จะมีความพยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกครั้งที่ฝนตกหนักหลายพื้นที่ในเมืองหลวงก็ยังต้องเผชิญกับน้ำท่วม น้ำขัง น้ำรอระบาย ในช่วงนี้ที่เข้าสู่การหาเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. ผู้สมัครหลายคนได้นำเสนอนโยบายแก้น้ำท่วมหลายรูปแบบ

หลักเกณฑ์เมืองสิ่งแวดล้อมดีตามมาตรฐาน WHO กำหนดไว้ที่ประมาณ 10 ตารางเมตรต่อคน แต่กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวอยู่ที่ 7.6 ตารางเมตรต่อคน อีกทั้งยังมีลักษณะ “เขียวไกล” คือระยะทางเฉลี่ยที่จะเข้าถึงพื้นที่สีเขียวที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ 60 นาที หรือประมาณ 4.5 กิโลเมตร

วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.50 เขต วันที่ 28 มิ.ย.2569 ใกล้เข้ามาถึง โดยมี ผู้สมัครผู้ว่าฯ จำนวน 18 คน และ ผู้สมัคร สก. 258 คน เป็นอีกครั้งที่ชาวกรุงเทพฯ จะต้องจับตานโยบายหาเสียงและผลงานของผู้สมัครที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่ยุคที่ “ภัยพิบัติ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “กรุงเทพฯ จะรับมือวิกฤตแต่ละครั้งอย่างไร?” แต่คือ “เราจะสร้างระบบเมืองที่มองเห็น เตือนภัย ป้องกัน และดูแลคนได้ก่อนเกิดวิกฤตอย่างไร?”

กรุงเทพฯ ไม่ได้มีแค่ตึก ถนน ห้าง และระบบขนส่ง แต่ประกอบขึ้นจาก “ย่าน” จำนวนมาก แต่คำถามสำคัญคือ เมืองนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใคร? และเศรษฐกิจของเมืองยังเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กอยู่รอดได้จริงหรือไม่?

กรุงเทพฯ มีพื้นที่มากมาย มีโรงเรียน ห้องสมุด ศูนย์เยาวชน สวน ตลาด ทางเท้า วัด ชุมชน และพื้นที่สาธารณะอยู่ทั่วเมือง แต่ทำไมพื้นที่เหล่านี้ยังไม่กลายเป็น “โอกาสการเรียนร

กรุงเทพฯ ไม่ได้ขาดพื้นที่ แต่มีพื้นที่จำนวนมากที่ยัง “ว่างเปล่า” “รกร้าง” หรือ “ถูกใช้ไม่เต็มศักยภาพ” ในขณะเดียวกัน เมืองกำลังร้อนขึ้น และหลายชุมชนยังขาดพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน

เด็กและเยาวชนไม่ได้ต้องการแค่โรงเรียนที่สอนหนังสือเก่ง แต่ต้องการโรงเรียนที่มองเห็นความทุกข์ ฟังอย่างเข้าใจ และมีระบบช่วยเหลือก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง วันนี้ สุขภาพจิตของนักเรียนจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเด็กคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของโรงเรียน ครอบครัว เมือง และระบบนโยบายสาธารณะทั้งหมด

กรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญปัญหา "สุขภาพจิตในโรงเรียน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์เชิงนโยบายที่ท้าทายผู้บริหารเมือง รายการ Bangkok Pitch แผนพลิกบางกอก โดย Bangkok Active Election 2026 Thai PBS จึงร่วมออกแบบนโยบายผ่านการฟังเสียงของกลุ่มเด็กและเยาวชน

หนึ่งในปัญหาที่ถือเป็นเรื่องใหญ่คนกรุง คือ บริการบัตรทองและใบส่งตัว ที่เกิดความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา แต่จะแก้ได้แค่ไหน และอาจเป็นความหวัง เมื่อผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ตัวเต็ง 2 ทีม คือ "ชัชชาติ" และดร.โจ จากพรรคประชาชน ต่างก็เสนอแนวทางการแก้ปัญหาการบริการสุขภาพ โดยเฉพาะใบส่งตัวบัตรทอง

เป็นที่รู้กันว่า "กรุงเทพมหานคร" เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"พิเศษ" มีอำนาจการบริหารเป็นอิสระหลายด้าน แต่เป็นศูนย์กลางทุกด้านของประเทศ เป็น "เมืองหัวโต"และ โตขึ้นเรื่อย ๆ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา มองว่าเป็น "เมืองพิเศษแค่ชื่อ" เพราะอยู่ภายใต้ระบอบราชการรวมศูนย์

ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วาระสำคัญของผู้บริหารกรุงเทพฯ ในอนาคต ไม่ใช่แค่การบริหารเมืองแบบเดิม แต่ต้องเป็น “การบริหารความไม่แน่นอน” ต้องสร้างเมืองใหม่ ไม่ใช่แค่ซ่อมเมือง ต้องมองภาพรวมของเมืองเชื่อมโยงกัน ออกแบบระบบเมืองรวมให้ยืดหยุ่นปรับตัวรับโลกร้อน

เลือกตั้งผู้ว่ากทม69 ผู้สมัครและทีมงานต่างชูนโยบายเพื่อแก้ปัญหาคนกรุง "อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี" ที่ปรึกษาของผู้ว่ากทม. โชว์การบริหารจัดการน้ำ กทม. 4 ปี ของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตผู้ว่ากทม ที่ลงชิงชัยอีกสมัย มั่นใจทำระบบจัดการน้ำครบถ้วน ไม่ท่วมซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54 หรือ อุทกภัยหาดใหญ่

หากเมืองหนึ่งถูกวัดขนาดจากจำนวนประชากรในทะเบียนราษฎร์เพียงอย่างเดียว กรุงเทพมหานครอาจดูเหมือน “มหานครขนาดกลาง” ที่มีประชากรราวหกล้านคน แต่ในความเป็นจริงเมืองแห่งนี้กลับแบกรับชีวิตการเดินทาง การทำงาน และความหวังของผู้คนมากกว่านั้นเกือบเท่าตัว

วันที่ 21 พ.ค 69 “ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะครบวาระ 4 ปีในการทำงานนับจากวันแรก 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่เริ่มรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กับนโยบายเส้นเลือดฝอย 9 ด้าน 9 ดี ผ่าน 244 โครงการ ที่ล่าสุดทำได้แล้วทั้งหมด

“ทวิดา กมลเวชช“ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้คะแนนตัวเอง 6 เต็ม 10 กับการทำงานในฐานะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯในทีม “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใกล้จะครบวาระการทำงาน 4 ปีใน 21 พ.ค.69 โชว์ 214 นโยบายถึงวันนี้ทำสำเร็จมากกว่าครึ่ง

กทม. ขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูลเมืองเผยแพร่ในระบบ open data มากกว่า 1,200 ชุด ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมเร่งจัดทำ “คู่มือประชาชนรับมือภัย” แบบสั้นเข้าใจ ใช้ข้อมูลเมืองคาดการณ์ความเสี่ยง–สื่อสารฉุกเฉินแม่นยำขึ้น เพื่อเตรียมรับมือความเสี่ยง

ตราบใดที่กรุงเทพฯยังเป็นเมืองศูนย์กลางการเมืองเศรษฐกิจ ก็จะยิ่งกลายเป็นเมือง "หัวโต" มากขึ้น และดึงดูดให้คนอพยพเข้ามาอยู่อาศัย พร้อมนำลูกหลานเข้ามาศึกษาเรียน กรุงเทพมหานครมองตัวเองต้องเป็นที่เพิ่งและต้องช่วยลดภาระผู้ปกครองให้ได้ ในเวลาเดียวกันต้องช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กให้มีสมรรถนะครบถ้วน

สำรวจระบบระบายน้ำกทม. รองผู้ว่าฯมั่นใจ คนกรุงจะไม่เห็นภาพน้ำท่วมซ้ำรอยปี 54 หลัง 3 ปีเข้ามาบริหาร เร่ง"พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำโดยใช้ฐานข้อมูล" สร้างกำแพงกันแม่น้ำเจ้าพระยา 88 กิโลเมตร ปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด ติดเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำทั่วกรุง จับมือญี่ปุ่น พัฒนาระบบพยากรณ์ล่วงหน้า 3 ชั่วโมง