ThaiPBS Logo

สังคมสูงวัย

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ผู้สูงอายุกลายเป็นนโยบายระดับรัฐบาลครั้งแรกที่มีบทบัญญัติไว้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ จากนั้นมาทุกรัฐบาลก็มีนโยบายต่อประชากรผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และยิ่งสังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุขั้นสุดยอด ทำให้รัฐบาลต้องมาดูแลมากยิ่งขึ้น

อ่านเพิ่มเติม

  • เริ่มนโยบาย
  • วางแผน
  • ดำเนินงาน
  • ตรวจสอบ
  • ประเมินผล

เริ่มนโยบาย

รัฐบาลแถลงนโยบาย กล่าวการเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์

วางแผน

รัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจน มีเพียงมาตรการเดิมของหน่วยงานภาครัฐ

ดำเนินงาน

อยู่ระหว่างการใช้แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566-2580) โดยแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วนใน 5 ปีแรก (พ.ศ. 2566-2570) และทบทวนใหม่

ตรวจสอบ

ขั้นตอนการตรวจสอบการทำงาน

ประเมินผล

ขั้นตอนการประเมินผลการดำเนินการตามนโยบาย

อ่านเพิ่มเติม

อัปเดท 19 เม.ย.

ในคำแถลงของรัฐบาลปัจจุบันระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ (Aged Society) โดยมีคนสูงวัยมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร ซึ่งจะส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจจากการลดลงของสัดส่วนประชากรช่วงวัยทำงาน และมีแนวโน้มที่รัฐจะต้องให้การดูแลช่วยเหลือเพิ่มขึ้น

รัฐบาลระบุว่าสัดส่วนของผู้สูงวัยที่มากขึ้นเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะทางการคลังของรัฐบาลทั้งในเรื่องของสวัสดิการและงบประมาณด้านสาธารณสุข ขณะที่การสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อมาทดแทน กลายเป็นความท้าทายจากการที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ในแต่ละปีมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย แต่หน่วยงานด้านการวางแผนของรัฐบาล ซึ่งคือ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  ได้ออกรายงาน “การประเมินผลกระทบและความยั่งยืนของการบริโภคของผู้สูงอายุภายใต้ระบบบำนาญของไทย” ในปี 2566

จะเกิดอะไรขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว โดยรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุในไทยคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2566 นี้ และเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในอีก 10 ปีข้างหน้า (ปี 2576) โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 28 หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจจากการลดลงของประชากรวัยแรงงานกว่า 3 ล้านคนในทุก 10 ปี ขณะที่ความต้องการแรงงานจะยังคงเพิ่มขึ้น จาก 37.55 ล้านคน ในปี 2560 เป็น 44.71 ล้านคน ในปี 2580

โครงสร้างประชากร

ด้านการคลังภาครัฐ ทั้งรายรับจากภาษีที่มีแนวโน้มลดลงจากประชากรวัยแรงงานที่ลดลง และรายจ่ายโดยเฉพาะด้านสวัสดิการสังคมที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามจำนวนประชากรสูงอายุ

ด้านการศึกษาที่ประชากรวัยเรียนลดลงเหลือเพียงไม่ถึง 1 ใน 10 ของประชากรรวมปี 2583 และด้านสิ่งแวดล้อมจากแนวโน้มการขยายตัวของเขตเมืองก่อให้เกิดปัญหาชุมชนแออัด มลพิษ ขยะมูลฝอย

รัฐบาลต้องเตรียมตัวอ่างไร

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็วจึงมีความจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการขาดดุลรายได้ (รายจ่ายเพื่อการบริโภคสูงกว่ารายได้จากแรงงาน)ที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ

ระดับของการบริโภค ระดับของรายได้และรูปแบบการปิดช่องว่างระหว่างรายได้และการบริโภคของประชากรในแต่ละช่วงอายุให้เห็นเป็นตัวเลขที่ชัดเจนเพื่อให้เห็นถึงสถานการณ์การขาดดุล/เกินดุลรายได้ในปัจจุบัน พร้อมทั้งประมาณการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรต่อความยั่งยืนของการบริโภคในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะต่อไป ทำให้การมีหลักประกันรายได้ในช่วงการเกษียณอายุเป็นประเด็นเชิงนโยบายที่สำคัญ โดยความท้าทายในการสร้างหลักประกันรายได้สำหรับผู้สูงอายุคือการสร้างเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ

ในการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ภายใต้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่อาจชะลอตัวลงจากขนาดกำลังแรงงานที่ลดลง โดยต้องประเมินความยั่งยืนของการบริโภคของผู้สูงอายุภายใต้ระบบบำนาญของประเทศไทยด้วย เพื่อสะท้อนภาพรวมระบบรายได้ยามชราภาพของประเทศไทย รวมถึงช่องว่างความยั่งยืนของการบริโภคของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการวางแผนพัฒนาระบบบำนาญของประเทศไทยสำหรับเป็นหลักประกันด้านรายได้ให้ตอบโจทย์สังคมสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ผลการสำรวจสถานการณ์ล่าสุดปี 2564

1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ยังคงทำงาน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ โดไม่มีลูกจ้าง ร้อยละ 64.8 และช่วยธุรกิจครัวเรือน โดไม่ได้รับค่า ร้อยละ 18.8 ส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรม รองลงมาคือ ภาคบริการและการค้า

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้สูงอายุยังมีความเปราะบางในเรื่องระบบการดูแล โดผู้สูงอายุร้อยละ 25.8 อาศัยอยู่ในครัวเรือนข้ามรุ่น และร้อยละ 23.2 อาศัยอยู่ตามลำพัง

ยังมีผู้สูงอายุมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 34 หรือ 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุทั้งหมด และมากกว่าร้อยละ 78.3 มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท/ปี

เมื่อพิจารณา ด้านการออม พบว่าผู้สูงอายุประมาณร้อย 41.4 มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท

 

ภาพรวม

ลำดับเหตุการณ์

  • กระทรวงการคลัง เปิดตัวหวยเกษียณช่วยคนไทยเก็บออมเงินไว้ใช้ตอนชรา และลดภาระงบฯรัฐบาล โดยแจกรางวัลทุกวันศุกร์ ส่วนค่าซื้อหวยจะเป็นเงินออมให้ผู้ซื้อส่งเข้ากอช. ซึ่งจะถอนออกมาได้ตอนอายุ 60 ปี   ดูเพิ่มเติม ›

    6 มิ.ย. 2567

  • กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำร่องโครงการ "ครอบครัวอุปถมภ์ผู้สูงอายุ" สนับสนุนดูแลผู้สูงอายุเดือนละ 2,000-3,000 บาท แต่จำกัดเพียง 1,107 ราย   ดูเพิ่มเติม ›

    19 เม.ย. 2567

  • คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ ปรับขี้นเบี้ยผู้สูงอายุในรอบกว่า 10 ปี เป็น 1,000 บาท/เดือน และเปลี่ยนวิธีจ่ายเป็นแบบได้ทุกคนเท่ากัน ตามข้อเสนอของ กมธ.สวัสดิการสังคม   ดูเพิ่มเติม ›

    21 ก.พ. 2567

  • เครือข่ายภาคประชาชนร่วมกันยื่นรายชื่อ 43,826 รายชื่อ เพื่อเสนอกฎหมายร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ  ดูเพิ่มเติม ›

    21 ธ.ค. 2566

  • จัดทำแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566-2580)

    8 ส.ค. 2566

  • จัดทำแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2545-2565) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2563

    19 มี.ค. 2563

  • จัดทำแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุายุ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2545-2565) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง สังคม

    3 เม.ย. 2561

  • รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 ยังคงบทบัญญัติเกี่ยวกับภารกิจของรัฐต่อประชากรผู้สูงอายุ ประกาศใช้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 แก้ไข เพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560  ดูเพิ่มเติม ›

    6 เม.ย. 2560

  • ประกาศใช้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553  ดูเพิ่มเติม ›

    15 ก.ย. 2553

  • จัดทำแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552

    3 มี.ค. 2552

  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ยังคงบทบัญญัติเกี่ยวกับภารกิจของรัฐต่อประชากรสูงอายุ  ดูเพิ่มเติม ›

    24 ส.ค. 2550

  • ตราพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ. 2549 เพื่อเป็นหลักประกันด้าน รายได้ของข้าราชการเมื่อถึงวัยเกษียณ

    3 มี.ค. 2546

  • ตราพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2547

    1 ม.ค. 2546

  • จัดทำแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564)

    27 ก.ย. 2545

  • ประกาศปฏิญญาผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2542

    11 ก.ย. 2542

  • กำหนดภารกิจของรัฐต่อประชากรสูงอายุไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540  ดูเพิ่มเติม ›

    11 ต.ค. 2540

  • ตั้งคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติโดยจัดทำแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2525-2544) และมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2525 กำหนดให้วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ

    14 ธ.ค. 2525

  • กรมประชาสงเคราะห์เปิดศูนย์บริการผู้สูงอายุ

    4 ก.พ. 2522

  • กรมประชาสงเคราะห์สร้างบ้านบางแคให้แก่ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือยากจน

    3 มี.ค. 2496

รายละเอียด

ความสำเร็จของนโยบาย

เชิงโครงการ

แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566-2580)
เป็นกรอบและแนวทางปฏิบัติงานด้านผู้สูงอายุของประเทศต่อเนื่องจากแผนปฏิบัติการระยะที่ 2
ที่มา: กรมกิจการผู้สูงอายดูเพิ่มเติม ›

เชิงกระบวนการ

เตรียมการก่อนยามสูงอายุ
ส่งเสริมให้ประชากรอายุ 25-59 ปี 65% มีการเตรียมความพร้อมในช่วง 5 ปี (2566-2570)
ด้านสุขภาพ
ยกระดับอายุคาดเฉลี่ย(Healthy Life Expectancy) ไม่น้อยกว่า 70 ปี, ผู้สูงอายุที่มีปัญหาภาวะสมองเสื่อม ไม่เกิน 10% และผู้สูงอายุที่มีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ 65%
การเข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสาร
ส่งเสริมการจัดการสื่อสารสนเทศเพื่อผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุ 60% เข้าถึงได้
ลดความยากจน
ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านเศรษฐกิจ ลดความยากจนในผู้สูงอายุ 10% จากปีฐาน (พ.ศ.2565)
สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการสาธารณะ
สถานที่สาธารณะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ได้จริง ไม่น้อยกว่า 60%

อินโฟกราฟิก

01-0-202-0-203-038-4-01-038-4-02-0

บทความ/บทวิเคราะห์

ดูทั้งหมด
ระเบิดเวลาประชากร: เกิดน้อย แก่มาก

ระเบิดเวลาประชากร: เกิดน้อย แก่มาก

อัตราการเกิดของไทยลดลงเรื่อย ๆ ทำให้จำนวนการเกิดของเด็กลดน้อยลง แต่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ในอนาคต หากไม่มีมาตรการรองรับอย่างจริงจัง
คนไทย 40 ล้านเป็น"ผู้มีงานทำ" ทำอะไรและอยู่ที่ไหน

คนไทย 40 ล้านเป็น"ผู้มีงานทำ" ทำอะไรและอยู่ที่ไหน

สถิติตัวเลขผู้มีงานทำของคนไทยราว 40 ล้านคน แต่เมื่อจำแนกออกมา จะพบว่าส่วนใหญ่ ทั้งนายจ้างและลูกจ้างกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มการค้า บริการและท่องเที่ยว จึงไม่น่าแปลกใจที่เศรษฐกิจไทยจะมีความอ่อนไหวอย่างมากจากสถานการณ์ภายนอกและภาคในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
ไทยต้องขึ้นภาษี เลี่ยงวิกฤตการคลัง

ไทยต้องขึ้นภาษี เลี่ยงวิกฤตการคลัง

ธนาคารโลกแนะไทยต้องขึ้นภาษี ลดความเสี่ยงทางการคลัง คาดปี 68 หนี้สาธารณะไทยจะสูงขึ้นที่ 64.6% ต่อจีดีพี รัฐบาลจะเผชิญแรงกดดันด้านรายจ่ายสูงขึ้นจากสังคมสูงวัย และขยายการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน