สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานการส่งออกของไทยใน ก.ย. 69 มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ก.ย. 69 การส่งออก มีมูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 24.0% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 44,295.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 50.4% ดุลการค้า ขาดดุล 5,856.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การส่งออก 9 เดือนแรกของปี 69 การส่งออก มีมูลค่า 304,588.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 19.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 348,282.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 37.8% ดุลการค้า ขาดดุล 43,693.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหลักยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่การส่งออกเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตโลก เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกับที่ IMF ระบุว่าไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ของโลก

แนวโน้มการส่งออกปี 70
แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 69 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แม้เผชิญแรงกดดันจากพลังงาน เงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี
หลายหน่วยงานปรับเพิ่มคาดการณ์ปริมาณการค้าโลกทั้งในปีนี้และปีหน้าจากแรงหนุนของการลงทุน AI และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันที่ขยายตัวจากราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง และการเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี
นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) คาดการณ์ว่าในปี 69 นี้ มูลค่าการส่งออกของไทย อาจขยายตัวได้ 15-16% จากก่อนหน้า ที่ประเมินไว้ที่ 11%
แต่มีโอกาสที่การส่งออกปีนี้ จะขยายตัวได้สูงถึง 19.6% ที่มูลค่า 404,876 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากอุปสงค์สินค้าเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
“หากจะให้การส่งออกปี 69 ขยายตัวได้ 15% มูลค่าการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่เหลือ (ต.ค.-ธ.ค.) จะต้องทำได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 28,892 ล้านดอลลาร์ หรือหากจะให้การส่งออก ขยายตัวได้ 16% มูลค่าการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่เหลือ จะต้องทำได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30,027 ล้านดอลลาร์ และหากจะให้การส่งออก ขยายตัวได้ถึง 19% มูลค่าการส่งออกในช่วง 3 เดือนที่เหลือ จะต้องทำได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 34,000 ล้านดอลลาร์”
การส่งออกในปี 70 สนค. ประเมินเบื้องต้นว่า อาจจะขยายตัวได้ลดลงเหลือเพียง 2-4% ซึ่งต่ำกว่าในปี 69 เนื่องจากผลของฐานที่สูงมากในปีนี้เป็นสำคัญ
คาดปีหน้าชะลอตัว จากปีนี้ฐานสูง
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ประเมินว่าในระยะข้างหน้าส่งออกและนำเข้าของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลายความเสี่ยงยังต้องจับตา การค้าระหว่างประเทศของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวข้องกับดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
- ทิศทางการค้าโลกขยายตัวต่อเนื่องและดีกว่าคาด WTO ปรับประมาณการปริมาณการค้าโลกในปี 2026 และ 2027 ขึ้นเป็น 3.9% และ 4.1% จาก 1.9% และ 3.8% ตามลำดับ ขณะที่ IMF ปรับปริมาณการค้าและบริการโลกขึ้นเป็น 4.6% และ 4.7% จาก 2.8% และ 3.8% ในปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง (Resilience) แม้เผชิญสงครามยืดเยื้อ และแรงหนุนจากความต้องการและการลงทุนในสินค้า AI เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเอเชียเป็นแรงหนุนหลัก
- ข้อมูลภาคอุตสาหกรรมโลกขยายตัวต่อเนื่อง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือนที่ระดับ 53.0 สูงสุดในรอบ 55 เดือน ขณะที่ดัชนีย่อย Exports Order สะท้อนอุปสงค์การค้าระหว่างประเทศในระยะข้างหน้าอยู่ที่ 51.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และสูงสุดในรอบ 62 เดือน
- ข้อมูลเร็วการค้าอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ตัวเลขส่งออก 25 วันแรกในเดือน ต.ค. 2026 ของเกาหลีใต้ขยายตัวสูง 77.1%YOY โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูงถึง 251.9% และ 263.5% ตามลำดับ สะท้อนแนวโน้มความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สูงต่อเนื่อง
การเติบโตของการนำเข้าและส่งออกปีหน้ามีแนวโน้มชะลอลงมากจากปัจจัยฐานสูงในปีนี้ โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออกและนำเข้าขยายตัวสูง 19.5% และ 37.8% ตามลำดับ
5 ปัจจัยลบ กระทบส่งออก
นอกจากนี้ ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงด้านลบหลายปัจจัยที่ต้องจับตา
- ภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ภายใต้ Sec.301 ซึ่งอาจประกาศภายใน 1-2 เดือนนี้
- สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ เสี่ยงรุนแรงขึ้น หากไม่ขยาย Trade truce หลังครบกำหนด 10 ม.ค. 2027
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเสี่ยงรุนแรงขึ้น กระทบราคาน้ำมัน ค่าระวางขนส่ง เส้นทางการค้า และเงินเฟ้อ กดดันอุปสงค์โลก
- การลงทุน AI ในโลกเสี่ยงหยุดชะงัก กระทบความต้องการสินค้าส่งออกเกี่ยวกับ AI ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศในภูมิภาคเอเชียเช่น ไทย
- ดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้นทั่วโลก และความผันผวนค่าเงิน
จับตาดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลมากขึ้น
Krungthai COMPASS ประเมินว่าดุลบัญชีเดินสะพัดยังเผชิญแรงกดดันจากการขาดดุลการค้าและความเสี่ยงด้านราคาพลังงานแม้การส่งออกจะเติบโตได้ดี แต่มูลค่าการนำเข้าในเดือน ก.ย. 69 ขยายตัวเร่งขึ้น 50.4% ปัจจัยหลักจากการนำเข้าสินค้าทุน (เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 38%) และวัตถุดิบสำหรับการผลิตและประกอบสินค้าเพื่อส่งออก (เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 21%) ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลเพิ่มขึ้นที่ 5,856.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทรงตัวสูง จากความกังวลต่อปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ช่วงระหว่างเดือน ก.ย-ต.ค. 69 เฉลี่ยที่ 103.71 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 18%) อันจะกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าพลังงานและสร้างแรงกดดันต่อดุลการค้า รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อดุลบัญชีเดินสะพัดให้มีแนวโน้มขาดดุลมากขึ้นในระยะถัดไป
บทความที่เกี่ยวข้อง:




