จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จากพรรคเพื่อไทยกำลังเป็นที่จับตาจากสมาชิกกองทุนประกันสังคมและคนที่ติดตามปัญหาประกันสังคมว่าจะทำอย่างไรกับกองทุนประกันสังคม หลังจากที่ผ่านมา มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปและการใช้สูตรใหม่ ในการจ่ายบำนาญประกันสังคม หรือ สูตร CARE ซึ่งย่อมาจาก Career-Average Revalued Earnings หรือ “เฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงาน”
การประกาศใช้สูตร CARE นับว่ามีปัญหาขั้นตอนหลายอย่าง ทำให้ผู้ได้รับบำนาญยังคงได้รับตามสูตรเดิม แม้ที่ผ่านมา บอร์ดประกันสังคมเห็นชอบแนวทางการปรับสูตร CARE แล้ว และเข้าสู่กระบวนการยกร่างกฎกระทรวง เพื่อเป็นกลไกทางกฎหมายรองรับการปรับสูตร ตั้งแต่ พ.ย. 68 จนถึงปัจจุบัน ยังอ้างว่า “อยู่ระหว่างการศึกษา” ในขณะที่กองทุนประกันสังคม มีการจัดเก็บเงินเพิ่มไปแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ซึ่งก่อนหน้านี้ เคยชี้แจงว่า “สูตร CARE” จะใช้พร้อมกับการเก็บเงินสมทบใหม่
อ่านเพิ่มเติม:
- ปรับเพิ่มเพดาน ส่งเงินสมทบประกันสังคม เริ่ม 1 ม.ค. 69
- สูตรใหม่บำนาญประกันสังคม ม.33-ม.39 เริ่ม 1 ม.ค.69
ความล่าช้าในการประกาศใช้สูตร CARE ส่วนหนึ่งอ้างว่าเนื่องจากยุบสภา ทำให้กระบวนการทางกฎหมายล่าช้า เพราะต้องต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกฎหมายกระทรวงแรงงาน จากนั้นให้รมว.แรงงานเสนอ ครม. เดิมทีคาดว่าประกาศใช้ได้ประมาณกลางปี 69
แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ ยังไม่มีความแน่นอน โดยรมว.แรงงานอ้างว่ารอฟังความเห็นอย่าง”รอบด้าน” แต่ยิ่งล่าช้าและไม่เปิดเผยรายละเอียดก็ยิ่งทำให้สังคมสงสัยเรื่องความโปร่งใสของกองทุนประกันสังคม ทั้ง ๆ ที่ผ่านการศึกษาและบอร์ดประกันสังคมมาแล้ว
ล่าสุดเมื่อ 11 พ.ค. 69 จุลพันธ์ ร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา รวมถึงมอบนโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม ก็ยัีงไม่มีรายละเอียดและความชัดเจนอะไรออกมา เพียงแต่ประกาศแต่หลักการว่า “ต้องการให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยกว่า 24 ล้านคน”
จุลพันธ์ รมว.แรงงาน บอกว่าได้มอบนโยบายร่วม 3 องค์ประกอบหลักของระบบประกันสังคม ได้แก่ คณะกรรมการประกันสังคม และที่ปรึกษา คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน และสำนักงานประกันสังคม โดยกำหนดแนวคิดและเน้นย้ำ 4 ภารกิจสำคัญ คือ
- การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความโปร่งใส
- การขยายความคุ้มครองผู้ประกันตน เปิดโอกาสให้ Plattform Worker , Gig Worker เข้าสู่ระบบประกันสังคม
- การยกระดับมาตรการความปลอดภัย อาชีวอนามัย
- การป้องกันโรคและอุบัติเหตุ รวมถึงระบบฟื้นฟูแรงงานกลับเข้าสู่การทำงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลระยะยาว และยกระดับการให้บริการให้ครบคลุมทุกมิติ
รมว.แรงงาน มองว่าการบริหารกองทุนโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ภาพลักษณ์องค์กรจะได้รับผลกระทบจากประเด็นการสื่อสารในสังคม พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายยึดหลัก “โปร่งใส ตรวจสอบได้” และสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกันตนด้านการขยายฐานผู้ประกันตน
“ที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับแรงงานแพลตฟอร์มและ Gig Workers ซึ่งปัจจุบันมีไรเดอร์กว่า 300,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 1 ล้านคนใน 3–5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ยังเร่งผลักดันแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคมอย่างถูกต้อง ผ่านการบูรณาการระหว่างกรมการจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ”
ในด้านสิทธิประโยชน์ รัฐมนตรีแรงงาน สั่งเดินหน้า “Quick Wins” โดยเฉพาะสิทธิรักษาพยาบาลและสวัสดิการที่สามารถเพิ่มประโยชน์ให้ผู้ประกันตนได้ทันที โดยไม่กระทบเสถียรภาพกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยอมรับว่าระบบ SSO Core ยังมีปัญหา และอยู่ระหว่างเร่งวิเคราะห์สาเหตุและจัดทำแผนแก้ไข
แต่เมื่อพูดถึงประเด็น “สูตร CARE” รมว.แรงงาน บอกว่า “จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ทั้งผู้มีส่วนได้และส่วนเสียก่อนตัดสินใจ โดยพร้อมรับผิดชอบต่อผลการตัดสินใจในฐานะผู้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี”
ส่วนแนวคิดผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม ผมอยากให้มีความเป็นอิสระปลอดจากการเมือง และยกระดับความเป็นมืออาชีพของฝ่ายลงทุน แม้รูปแบบองค์กรยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน
สำหรับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จะเดินหน้าตามระเบียบเดิม โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




