คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติรับรองยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เดิมและจัดทำประกาศขึ้นบัญชีใหม่ตามผลคะแนนที่เกิดขึ้นจริงจากการสอบ ซึ่งมีผู้สอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานและมีคะแนนถูกต้องตามจริง มีประมาณ 12,000 คน โดยในวันที่ 6 ส.ค. จะมีการนำเรื่องดังกล่าวและแนวทางปฏิบัติเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อพิจารณารับทราบและอนุมัติตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ผู้เข้าสอบที่ถูกปรับเพิ่มคะแนนจนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง มีผู้สอบผ่านแต่ได้รับการเพิ่มคะแนนรวมประมาณ 774 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจำนวนประมาณ 400–500 คน กลุ่มนี้จะไม่ได้รับการขึ้นบัญชีใหม่ และอีกกลุ่มคือผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์เดิมอยู่แล้ว แต่ได้รับการปรับเพิ่มคะแนนและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้าทำงานไปแล้ว ซึ่งเมื่อตรวจเรียงลำดับตามคะแนนจริงจะเหลือผู้ที่ยังอยู่ในบัญชีจำนวน 97 คน ส่วนอีก 464 คนจะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอตามลำดับคะแนนที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม ตามหลักเกณฑ์ทางคณะกรรมการ จะต้องประกาศขึ้นบัญชีกลุ่ม 97 คนไว้ตามคะแนนจริงก่อน เพราะคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ โดยกระทรวงมหาดไทยและตำรวจจะสอบสวนเชิงลึกถึงที่มาของการได้คะแนนเพิ่ม หากพบว่าตัวผู้สอบ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินซื้อขายคะแนน จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายและรับโทษทั้งหมด
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในกรณีของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่มีจำนวนกว่า 100 คน ตามที่อยู่ในผลสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ปี 2568 นั้น เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรที่อยู่ในกระบวนการทุจริตการสอบ ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแก่ผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 5 ราย ที่มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงไปก่อนหน้านี้ หากผลการสอบสวนสรุปผลว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเสนอเรื่องให้คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย พิจารณาลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงส่งเรื่องดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีการละเว้น
เพิกถอนบรรจุ 3,404 ราย จัดลำดับใหม่ 561 ราย
กสถ. ประกาศสรุปผลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 438,277 คน มีผู้เข้าสอบ 279,949 คน และเดิมมีผู้สอบขึ้นบัญชี 55,193 คน
ภายหลังการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบ 5,925 คน ส่งผลให้ต้องทบทวนผลสอบและจัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันใหม่
จากผู้ที่มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน พบว่า 5,919 คน เดิมได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน ขณะที่อีก 6 คน ไม่ได้รับการขึ้นบัญชี เนื่องจากแม้มีการแก้ไขคะแนน แต่ไม่ได้เข้าสอบภาค ค
ในกลุ่ม 5,919 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- 5,145 คน เดิมสอบไม่ผ่าน แต่มีการแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน
- 774 คน เดิมสอบผ่านทั้งภาค ก และภาค ข อยู่แล้ว แต่ถูกเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น โดยในจำนวนนี้ 561 คน ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว
หลังปรับผลคะแนนใหม่ กสถ.จัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันใหม่ (ประกาศผลใหม่) ส่งผลให้เหลือผู้สอบผ่าน 50,048 คน แบ่งเป็น
- 49,274 คน เป็นผู้สอบผ่านตามเกณฑ์อย่างถูกต้อง
- 774 คน เป็นผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์อยู่แล้ว (คะแนนดิบผ่าน) แต่มีการแก้ไขเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น จึงยังคงมีสิทธิขึ้นบัญชี แต่จะเรียงลำดับใหม่ตามคะแนนที่แท้จริง
ในจำนวนผู้สอบผ่าน 774 คน เมื่อจัดลำดับคะแนนใหม่ พบว่า
- 561 คน ได้รับการบรรจุแล้ว
- 211 คน อยู่ระหว่างรอเรียกบรรจุตามลำดับใหม่
- 1 คน สละสิทธิ์
- 1 คน ไม่มารายงานตัว
ทั้งนี้ เมื่อเรียงลำดับบัญชีใหม่ในกลุ่ม 561 คน พบว่า 97 คน ยังอยู่ในลำดับที่ได้รับการเรียกบรรจุ ส่วนอีก 464 คน จะต้องถูกเพิกถอนการบรรจุในตำแหน่งเดิม และรอเรียกเข้ารับการบรรจุใหม่ตามลำดับคะแนนที่ถูกต้อง

กสถ. สรุปผลว่า จากผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว 14,988 คน จะมีผู้ถูกเพิกถอนการบรรจุ 3,404 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดิมสอบไม่ผ่านแต่มีการแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน ส่วนผู้สอบผ่านตามเกณฑ์เดิมจำนวน 561 คน แม้ตรวจพบการเพิ่มคะแนน ก็ยังคงได้รับการบรรจุ แต่จะถูกจัดลำดับบัญชีใหม่ตามคะแนนที่แท้จริง โดยในจำนวนนี้ 97 คน ยังอยู่ในลำดับที่ได้รับการบรรจุ ขณะที่ 464 คน จะต้องออกจากตำแหน่งเดิมและรอเรียกบรรจุใหม่ตามลำดับคะแนนที่ถูกต้อง
ก.กลาง ไฟเขียวบัญชีสอบท้องถิ่นใหม่ ถอดผู้ทุจริต คงชื่อ 97 รายสอบต่อ
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ระบุว่า ที่ประชุม ก.กลาง มีมติยึดตามมติ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยวันที่ 7 ส.ค. จะประกาศบัญชีใหม่ผู้ที่ผ่านการสอบ ส่วนคนที่ทุจริตการสอบ จะถูกส่งข้อมูลพร้อมแนวทางปฏิบัติไปยังจังหวัด ที่มีการบรรจุในวันที่ 10 ส.ค. โดยมีความเห็นตรงกันว่าหลังจากส่งเรื่องไปยัง ก.จังหวัด เสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องมีการประชุมกันก่อน เพื่อที่จะส่งไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้มีการถอดถอน เสร็จสิ้นภายใน 31 ส.ค.
สำหรับกรณี 97 คน ที่สอบผ่านเกณฑ์ แต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น จะยังมีชื่ออยู่ในประกาศใหม่ โดยมีเงื่อนไขคือให้ปลายทางทำเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริง ยังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่โดยมีเงื่อนไข เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช. และตำรวจ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการต่อในขั้นต่อไป ซึ่งไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด เพราะแต่ละที่จะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวไม่เหมือนกัน
เปิดปมทุจริตสอบท้องถิ่น ขบวนการใหญ่นอกห้องสอบ
การตรวจสอบการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 โดย คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พบว่า การทุจริตไม่ได้เกิดจากการลอกข้อสอบหรือทุจริตภายในห้องสอบ แต่เป็นเกิดในขั้นตอนการประมวลผลคะแนน โดยมีการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบในระบบเพื่อเปลี่ยนผลสอบของผู้เข้าสอบบางราย
ทั้งนี้การสอบสวนดำเนินการในรูปแบบบูรณาการหลายหน่วยงานคู่ขนานกัน โดยมี คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นผู้รับผิดชอบสรุปผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ
นอกจากนี้ยังมี สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน การกระทำความผิด และดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะนำผลทั้งหมดมาแลกเปลี่ยนและรวมกัน
ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ขบวนการนี้เริ่มตั้งแต่หาติดต่อผู้เข้าสอบ เรียกรับเงิน รวบรวมรายชื่อ และแก้ไขคะแนนสอบ โดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบนำข้อมูลผลคะแนนจริงที่นับเสร็จแล้ว ไปให้นายหน้าเพื่อแก้ไขคะแนนดิบ โดยผู้ที่สอบตกจริงถูกจะแก้คะแนนให้เป็นสอบผ่าน และผู้ที่สอบผ่านอยู่แล้วแต่จ่ายเงินเพิ่ม ก็ถูกแก้คะแนนให้สูงขึ้นเพื่อดันลำดับขึ้นไปให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของบัญชี
จากนั้น ไฟล์ที่ผ่านการแก้ไขคะแนนแล้ว ถูกส่งย้อนกลับไปใช้เป็นไฟล์ประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งผลให้มีผู้ผ่านการสอบแบบทุจริตปะปนอยู่ในบัญชีมากกว่า 5,900 คน ก่อนจะถูกตรวจพบในเวลาต่อมา
ขณะเดียวกันยังพบว่าเครือข่ายนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งบุคคลภายนอกและข้าราชการจำนวนหลายรายร่วมขบวนการ
ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่สำคัญและออกหมายเรียก ดังนี้
- 11 ก.ค. 69 อัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จับกุมได้ที่ สปป.ลาว
- 12 ก.ค. 69 ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาว ดร.วิน ถูกจับกุมได้ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
- 13 ก.ค. 69 จ.ส.ต. ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ตัวการสำคัญในคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย
- 27 ก.ค. 69 ตำรวจ ออกหมายเรียก 13 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 ก.ค. โดยหนึ่งในนั้นมี เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. และ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- 31 ก.ค. 69 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น 5 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย เรืองเดช ให้การปฏิเสธ และ 1 ในผู้ต้องหากลุ่มบริษัทเอกชนที่ร่วมแก้ไขข้อสอบ ให้การรับสารภาพ
- 1 ก.ค. 69 ตำรวจ ระบุว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ ดร.วิน ศตพร และจ่าพิชิต ในฐานความผิด สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
- 2 ส.ค. 69 ตำรวจ ระบุว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเรียกที่เหลืออีก 8 ราย ได้ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
- 5 ส.ค. 69 ตำรวจ ระบุว่า ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 6 ส.ค
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




