ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานเศรษฐกิจไทย เดือน พ.ค. 2569 มีภาวะทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า (MoM) ได้แรงสนับหนุนจากรายรับภาคท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มระยะไกล หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งสะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง ขณะที่การบริโภคและการลงทุนในหมวดอื่น ๆ ทรงตัว รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง
ทั้งนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับลดลงจากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องประดับที่ชะลอลง ซึ่งส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลง ขณะที่ภาคบริการทรงตัว
ท่องเที่ยวฟื้นแค่ตลาดระยะไกล
รายรับภาคท่องเที่ยวโดยรวมเดือนนี้เพิ่มขึ้น 2.3% MoM สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.5% MoM (ปรับฤดูกาลแล้ว) จากจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการมากขึ้น และมีวันหยุดในเดือน พ.ค. ปีนี้ที่กระจุกตัวมากกว่าปีก่อน
การฟื้นตัวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลที่ฟื้นตัวสอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการมากขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณปรับดีขึ้น ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียฟื้นตัวจากที่ชะลอลงในเดือนก่อน
อย่างไรการตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนยัง8’ปรับลดลง ส่วนหนึ่งจากการยกเลิกเส้นทางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำหลังต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูง
จำนวนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปี 69

สินค้าอิเล็กฯ หมดแรง กดส่งออกชะลอ
การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับลดลงเล็กน้อย 0.6%MoM จากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ไปสหรัฐอเมริกา และอาเซียน และการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปอาเซียน ที่ชะลอลงหลังเร่งส่งออกสูงในช่วงก่อนหน้า
ขณะที่การส่งออกเครื่องประดับลดลงจากอุปสงค์ในตะวันออกกลาง ฮ่องกง และอินเดียที่อ่อนแรง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอินเดียมีมาตรการจำกัดการนำเข้าเครื่องประดับ รวมถึงยานยนต์และชิ้นส่วน ตามการส่งออกรถกระบะและรถยนต์นั่งไปออสเตรเลียที่ชะลอตัว
มูลค่าการส่งออกรายสินค้า

การนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลง 3.6%MoM จากหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน และหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงจากด้านปริมาณ โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ลดลง หลังจากมีการเร่งจัดหาและสำรองน้ำมันในประเทศไปมากในเดือนก่อน
ขณะที่การนำเข้าในบางหมวดสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค จากการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากจีน และการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากสหภาพยุโรป รวมทั้งหมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน
ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนนี้ ขาดดุล 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนที่ขาดดุล 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามดุลการค้าจากการนำเข้าพลังงานที่ลดลงเป็นสำคัญ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนจะขาดดุลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน เนื่องจากตรงกับรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผล
ทั้งนี้ ธปท. คาดว่าในระยะต่อไปการขาดดุลจะดีขึ้น เนื่องจากเร่งนำเข้าน้ำมันจะละชอลงและราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงจากสงครามในตะวันออกกลางคลี่คลาย อีกทั้งได้ผ่านช่วงฤดูกำไรส่งกลับกำไรและเงินปันผล รวมถึงเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี จึงคาดว่าจะส่งผลให้ทั้งปี 69 ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะกลับมาสมดุลหรือขาดดุลเพียงเล็กน้อย

คนไทยแห่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหนีน้ำมนแพง
การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6%MoM จากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูง
ขณะที่หมวดสินค้าไม่คงทนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เริ่มกลับเข้าสู่ปกติมากขึ้นหลังจากมีการเร่งซื้อไปในช่วงต้นของสงคราม ทั้งนี้หมวดบริการสุทธิทรงตัว สอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวของคนในประเทศ อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทนลดลงจากปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
อุตฯ ผลิตลดตามการส่งออกรถยนต์
ภาคอุตสาหกรรมลดลงเล็กน้อย 0.3%MoM โดยการผลิตของกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% ลดลง ตามการผลิตยานยนต์โดยเฉพาะรถกระบะ สอดคล้องกับอุปสงค์ต่างประเทศที่
ชะลอลง
ขณะที่กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% ลดลงเล็กน้อยตามการผลิตน้ำมันปาล์มที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันน้อยลง และการผลิตเครื่องดื่มตามอุปสงค์ในประเทศที่ลดลง
ดัชนีการผลิตแยกรายอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าะ 60% ทรงตัว โดยหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการผลิตเครื่องปรับอากาศ ขณะที่การผลิตหมวดอิเล็กทรอนิกส์ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ
ดัชนีในภาคบริการ

ด้านภาคบริการไม่รวมการซื้อขายทองคำ ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคการค้าเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ และกิจกรรมภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับจำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น แต่กิจกรรมด้านการขนส่งลดลงจากการขนส่งสินค้าที่ปรับลดลงตามผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ขณะที่การขนส่งผู้โดยสารทรงตัว
เงินเฟ้อยังสูง เอกชนทยอยขึ้นราคาสินค้า
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับสูง 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน (YoY) และใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยหมวดพลังงานลดลงเล็กน้อยตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก แต่ยังอยู่ในระดับสูงเนื่องจากยังมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาอาหารสดลดลงจากราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่
สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.92%YoY เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยผู้ประกอบการเริ่มทยอยส่งผ่านต้นทุนที่สูงไปในหมวดอาหารสำเร็จรูป และอุปกรณ์ซักล้าง แต่ยังไม่เห็นการปรับขึ้นราคากระจายตัวเป็นวงกว้าง

สงครามเริ่มกระทบจ้างงาน
ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่เพิ่มขึ้น 0.2%MoM แต่ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดแยกรายสาขา เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมกำลังปรับปรุงข้อมูล
อย่างไรก็ตามการจ้างงานในบางอุตสาหกรรมเริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะภาคโรงแรมและภาคขนส่งมีจำนวนผู้ทำงานปรับลดลง ขณะเดียวกันจากข้อจากข้อมูลสถานการณ์การเปิดและปิดโรงงาน สะท้อนว่าโรงงานที่เปิดใหม่มีแนวโน้มใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดแรงงานในระยะข้างหน้า
จำนวนผู้ประกันตนมาตรา33 ในระบบประกันสังคม

เศรษฐกิจระยะต่อไปชะลอลง
ปรานี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปมีแนวโน้มชะลอลง ตามแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนจากค่าครองชีพของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวจากทั้งความต้องการเดินทางที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินหลังต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้แนวโน้มการส่งออกและการลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม
“เศรษฐกิขยังขยายตัวได้ แต่ฟื้นไม่ทั่วถึง ภาคที่เป็นห่วงที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่แย่ลง และยังได้รับกระทบตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนเพิ่ม และกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอลง ธุรกิจที่เป็นห่วง คือ ภาคการค้า โรงแรม และขนส่ง โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ยังปรับตัวได้ยากและเข้าไม่ถึงสินเชื่อจากความเสี่ยงที่สูงขึ้น” ปรานี กล่าว
ขณะที่การจ้างงานที่เริ่มปรับลดลงในบางกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนแรงงานคนมากขึ้น อาจไม่ทำให้การเลิกจ้างแรงงานครั้งใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างฉับพลัน แต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้แรงงานอยู่กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน
สำหรับระยะต่อไปต้องติดตาม
- ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงขึ้นต่อครัวเรือนและธุรกิจ
- ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าสหรัฐฯ
- ผลของมาตรการภาครัฐ
- พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ
เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง:




