คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero GHG Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ พ.ศ. 2593
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดส่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวต่อสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC โดยหากต้องมีการปรับแก้รายละเอียดที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย กระทรวงฯ สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
พันธกรณีของไทยต่อเวทีโลกร้อน
การจัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศต่อ UNFCCC เป็นไปตามพันธกรณีของประเทศไทย ซึ่งได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UNFCCC เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2538 ต่อมา ไทยได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีความตกลงปารีสเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานกลางของประเทศในการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้ UNFCCC และความตกลงปารีส ในข้อ 4 วรรค 19 ของความตกลงปารีสกำหนดให้ประเทศภาคีควรจัดทำและสื่อสารยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ หรือ Long-term Low Greenhouse Gas Emission Development Strategy: LT-LEDS เพื่อร่วมกันจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
การดำเนินงานดังกล่าวยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากขีดความสามารถและบริบทของแต่ละประเทศ
ยกระดับเป้าหมายสู่ Net Zero ปี 2050
ประเทศไทยเคยจัดส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำฉบับแรกต่อ UNFCCC ในปี 2564 และจัดส่งฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปี 2565 ซึ่งกำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2593 หรือ ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608 หรือ ค.ศ. 2065
สำหรับฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นการยกระดับความมุ่งมั่นของประเทศ โดยวางเป้าหมายสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 เพื่อให้เป้าหมายและแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกของไทยมีทิศทางสอดคล้องกันทั้งในระยะกลางและระยะยาว
ยุทธศาสตร์ครอบคลุม 5 ภาคส่วนหลัก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องิมีการหารือรายสาขารวม 15 ครั้ง ครอบคลุม 5 ภาคส่วนสำคัญ
- พลังงานและคมนาคมขนส่ง
- กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ หรือ IPPU
- เกษตร
- ของเสีย
- ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือ LULUCF
นอกจากนี้ ยังมีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดลำดับเวลาการเปลี่ยนผ่านของแต่ละสาขาให้มุ่งไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
กรอบขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ยุทธศาสตร์ระยะยาวฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันเจตนารมณ์ของไทยต่อประชาคมโลกตามความตกลงปารีสเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกรอบกำหนดทิศทางการดำเนินงานของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจก
สาระสำคัญของยุทธศาสตร์คือการบูรณาการนโยบายและแผนของทุกภาคส่วนให้สอดคล้องกับ NDC 3.0 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ โดยต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ
อีกทั้ง ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพของไทยในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
Net Zero 2050 เชื่อมเป้าหมาย NDC 3.0
ที่ผ่านมา ไทยได้ส่งยุทธศาสตร์ LT-LEDS ฉบับแรกต่อ UNFCCC ในปี 2564 และฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปี 2565 ซึ่งกำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065
สำหรับฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ไทยได้ยกระดับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นเป็นปี 2050 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามเส้นวิถี 1.5 องศาเซลเซียส รวมถึงเชื่อมโยงกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 เพื่อให้แผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะกลางและระยะยาวเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดส่งยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 หรือ COP31 ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี
เปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การมุ่งสู่ Net Zero 2050 ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
แนวทางสำคัญ คือการส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด การสร้างงานสีเขียว การพัฒนาทักษะแรงงาน และการดูแลกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถปรับตัว เติบโต และได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม
เป้าหมายของยุทธศาสตร์จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังมุ่งสู่ภาพอนาคตที่ประเทศไทยเติบโตบนฐานเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศจากเป้าหมายสู่การปฏิบัติ
หลังจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเป้าหมายและทิศทางภายใต้ LT-LEDS ไปบูรณาการในนโยบาย แผนงาน และมาตรการรายสาขา
การขับเคลื่อนจะต้องอาศัยกลไกสนับสนุนหลายด้าน ทั้งการจัดหาเงินทุน การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การไปสู่ Net Zero 2050 เกิดผลเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ และสร้างการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน
เตรียมส่ง UNFCCC ก่อนการประชุม COP31
คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อ 9 ก.ย. 69 ได้เห็นชอบในหลักการต่อร่างยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอน
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นตามข้อ 4.19 ของความตกลงปารีส และไม่มีลักษณะเป็นหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่มีถ้อยคำที่มุ่งให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวของไทย แต่เอกสารนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลไทย จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนดำเนินการ
หลังได้รับความเห็นชอบจากครม. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดส่งยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ต่อสำนักเลขาธิการ UNFCCC ภายใน พ.ย. 69 ก่อนการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 หรือ COP31 ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี
บทความที่เกี่ยวข้อง:




