คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อ 29 ก.ย. 69 มีมติเห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รอบทบทวนสิทธิ ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิได้ระหว่าง 17 ก.ค.-31 ส.ค. 69
ก่อนหน้านี้ มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ในการตรวจสอบคุณสมบัติรอบแรกประมาณ 5.05 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมดประมาณ 19.65 ล้านคน โดยคิดเป็นผู้ผ่านเกณฑ์รอบแรกราว 14.6 ล้านคน แต่ต่อมามีการปรับเกณฑ์และเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิใหม่

มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านราย และจากการตรวจสอบ มีผู้ผ่านคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิ 1.75 ล้านราย ซึ่งได้ประกาศผล เมื่อ 30 ก.ย. 69 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่าน 4 ช่องทางหลัก
- เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th)
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง
- แอปพลิเคชันทางรัฐ
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ))
สำหรับผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป เพียงดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง และที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ถึง 12 ม.ค. 70 หรือที่ ธ.ก.ส.ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. ได้ถึง 14 ต.ค. 69 (เฉพาะผู้มีบัตรฯ รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน)

ผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (เพิ่มเติม) ได้ เพียงกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่ 1 – 15 ต.ค. 69 โดยจะต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเล็งเห็นความสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อบูรณาการข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่การจัดสรรสวัสดิการที่ถูกฝาถูกตัวลดหลั่นกันไปอย่างเหมาะสม

โครงการฯ ปี 2569 มีผู้ได้รับสิทธิ รวมทั้งสิ้น 11.25 ล้านคนโดยการลงทะเบียนรอบใหม่นี้ได้ขยายการเข้าถึงกลุ่มตกหล่นจากฐานข้อมูลของ พม. และ มท. รวมถึงการลงพื้นที่เชิงรุกทั่วประเทศ ทำให้ภาครัฐสามารถปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและคัดกรองได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ส่งผลให้พบผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ในภาวะยากลำบากและเดือดร้อนจริง เพิ่มเติมกว่า 2.66 ล้านคน
บทความที่เกี่ยวข้อง:




