ปมความขัดแย้งการจัดการปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่มีมายาวนานกว่า 50 ปี กำลังจะคลี่คลายหรือจะสร้างปัญหาใหม่ หลังจาก ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบการเพิกถอนการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานบางส่วน ที่มีปัญหาร้องเรียนว่าทับซ้อนกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน
บริเวณประกาศเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลาน

อุทยานฯมีมติเพิกถอนกว่า 2 แสนไร่
มติเพิกถอนพื้นที่ ตามการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (One Map) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 พื้นที่ที่เสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม
- กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว
- กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ
- กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.)ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทาง คทช.
- กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง พื้นที่กลุ่มนี้มี เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ
- กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร
เตรียมขยายอุทยานฯทับลาน 8 หมื่นไร่
ส่วนที่ 2 พื้นที่เตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีความเห็นประกอบการดำเนินการ ได้แก่ การรักษาพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์และพื้นที่สาธารณประโยชน์ไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม การเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ตามข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่ การกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศ
อ่านเพิ่มเติม: แนวเขตทับลาน เทียบแผนที่3ฉบับ เหลือพื้นที่เท่าไร
เดินหน้าดำเนินคดี “ทุนเอกชน”รุกป่า
ส่วนการดำเนิน นายทุนและเอกชน ที่ถูกดำเนินคดีอยู่ก่อนแล้วในข้อหาบุกรุกป่า อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า คดีบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นก่อนการปรับปรุงแนวเขตยังต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพื้นที่ที่เตรียมเพิกถอนในกลุ่มที่ 1–3 จะไม่รับรองสิทธิแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดี
เร่งพิสูจน์สิทธิชาวบ้าน 5 พันรายบนที่ทับซ้อน
ส่วนพื้นที่ทับซ้อนที่ดินของประชาชน 5,200 ราย นั้น สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่าจะต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิของประชาชนกว่า 5,000 ราย พร้อมชี้แจงว่าข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด
แต่เป็นการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินของประชาชนและชุมชนดั้งเดิม รวมถึงพื้นที่สาธารณูปโภคบางส่วน ควบคู่กับการเตรียมประกาศพื้นที่เพิ่มเติมเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
“จะไม่ปล่อยให้มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าโดยมิชอบ ทุกการตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม” สุชาติ ระบุ
มูลนิธิสืบฯค้านเพิกถอนพื้นที่ทับลาน
อย่างไรก็ตาม มติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เพิกถอนอุทยานฯ ดังกล่าว มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดย ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกมาคัดค้านการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานแบบเหมาเข่ง 265,286.58 ไร่ โดยใช้วิธีการปรับแนวเขตใหม่มาตลอด
“ผมยอมรับว่า มีบางพื้นที่ที่เป็นปัญหา ก็ควรต้องแก้ไข กลุ่มคนที่เขาอยู่ในพื้นที่มาก่อนอย่างยาวนาน กลุ่มคนที่เข้าโดยหน่วยงานของรัฐจัดให้ เขากลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบจนเดือดร้อนมีจริง แต่คนที่มาสวมสิทธิ์ใหม่ ก็มีไม่น้อย จนมีคดีความกับอุทยานแห่งชาติทับลาน”
ขณะที่ความน่ากังวลที่มูลนิธิสืบมีความกังวล เนื่องจากอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่อยู่ตรงกลางผืนป่าพอดี พื้นที่นี้ทำหน้าที่เชื่อมต่อแนวนิเวศสัตว์ป่าไป-มา ระหว่างเขาใหญ่กับป่าดงใหญ่ ปางสีดา ตาพระยา ฯลฯ การเพิกถอนพื้นที่ จะมีจุดที่ตัดขาดการเชื่อมต่อ ทำให้กระทบต่อความเป็นมรดกโลก
ขณะที่ อรยุพา สังขะมาน เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า ขอให้พิจารณาการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 อย่างรอบคอบ
มูลนิธิฯ เห็นว่า การจัดการปัญหาการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ควรพิจารณาเป็นรายกรณีบนพื้นฐานของข้อมูล และข้อเท็จจริงที่มีความแตกต่างหลากหลาย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย มากกว่าการปรับเปลี่ยนหรือเพิกถอนพื้นที่อนุรักษ์ในวงกว้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสามารถในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงบทบาทของผืนป่าทับลานในฐานะส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติดงพญาเย็น–เขาใหญ่
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




