ความพยายามแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ประกอบด้วย กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ,ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองทุนผู้สูงอายุ อยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77
อย่างไรก็ตามผลการรับฟังความเห็น ตามมาตร 77 ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เช่นเดียวกับเสียงขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน) เพื่อหนุนให้คงเสถียรภาพการเงินของกองทุน สสส. และรักษาภาษีเหล้า-บุหรี่ไว้ตามเดิม เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะ
ขณะที่เสียงจากนักวิชาการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และตัวแทนฝ่ายวิชาการ เห็นพ้องว่าการดึงงบกลับไปผ่านระบบงบประมาณปกติอาจเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงจากนักการเมืองหรือกลุ่มทุน
เช่นเดียวกับ ภาคประชาสังคมและคนกีฬาออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ เพื่อยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยกังวลว่าจะกระทบความต่อเนื่องในการดำเนินงานของกองทุนสร้างเสริมสุขภาพและการพัฒนากีฬา รวมถึงลดโอกาสของเด็กและเยาวชนที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือห่างไกลอบายมุข
ขณะที่คณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณใหม่ การเบิกจ่ายในช่วง 6 เดือนแรกอาจทำได้เพียง 50% ของงบประมาณ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว รวมไปถึง ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และเครือข่ายประชาชนปฏิรูประบบสุขภาพและสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิพลเมือง จัดเวทีเสวนา “ยกเลิกภาษีเฉพาะ กลับสู่ระบบงบประมาณปกติ : กองทุน-คนกีฬารอดจริงหรือ?” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนระบบจัดสรรงบประมาณของกองทุนที่เกี่ยวข้อง

ห่วงยกเลิกเงินบำรุง เปิดช่องงบประมาณถูกตัด
ธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน กล่าวว่า สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ คือการยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงเพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้การจัดสรรงบประมาณผ่านงบรายจ่ายประจำปีแทน
ธีรภัทร์มองว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจสุราและยาสูบไม่ต้องจ่ายเงินบำรุงเพิ่มเติม ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐยังต้องจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานทั้ง 4 แห่งมาทดแทนเงินส่วนนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่ธุรกิจไม่ต้องจ่ายเพิ่มอาจไม่ได้กลับมาเป็นรายได้ของแผ่นดินโดยตรงในรูปแบบที่เพียงพอจะชดเชยงบประมาณที่หายไป
ในภาวะที่เศรษฐกิจเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้และงบประมาณ การจัดสรรเงินให้หน่วยงานเหล่านี้อาจเผชิญความไม่แน่นอน โดยเฉพาะหากฝ่ายการเมืองเห็นว่าหน่วยงานใดไม่มีความจำเป็น หรือการดำเนินงานส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน ก็อาจจัดสรรงบประมาณให้ต่ำกว่าความต้องการได้ ส่วนข้อเสนอที่จะเพิ่มการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเพื่อนำมาชดเชยงบประมาณนั้น ยังมีข้อจำกัดในการดำเนินการ
เขายกตัวอย่างว่า ก่อนจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การดำเนินงานด้านการควบคุมยาสูบที่ได้รับงบประมาณผ่านกรมควบคุมโรคเคยเผชิญปัญหางบประมาณลดลงต่อเนื่อง จาก 32 ล้านบาทในปี 2534 เหลือเพียง 10 ล้านบาทในปี 2539 ขณะที่ปัจจุบัน งบประมาณรายจ่ายประจำปีขององค์การมหาชนหลายแห่งก็ถูกปรับลดลงจนไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
กังวลระบบเบิกจ่ายใหม่ กระทบการพัฒนากีฬา
ว่าที่ ร.ท.ยุทธการ รัตนมาศ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายกองทุนและเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยให้ไปอยู่ภายใต้ระบบของสำนักงบประมาณ อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการเบิกจ่ายและการพัฒนากีฬาของประเทศ
จากข้อมูลที่คณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง พบว่า หากใช้ระบบตามกฎหมายใหม่ การจัดสรรงบประมาณให้กองทุนในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 อาจอนุมัติเบิกจ่ายได้เพียง 50% ของงบประมาณทั้งหมด ต่างจากระบบเดิมที่กองทุนสามารถอนุมัติเบิกจ่ายล่วงหน้าได้สูงถึง 70% เนื่องจากในช่วงต้นปีงบประมาณ การจัดเก็บภาษีบาปยังไม่เข้าเป้าหมายเต็มจำนวน
ว่าที่ ร.ท.ยุทธการระบุว่า ธรรมชาติของงานกีฬาต้องอาศัยการฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมตลอดทั้งปี ไม่สามารถรอเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงครึ่งปีหลังได้ หากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในช่วง 6 เดือนแรก สมาคมกีฬาจังหวัดและสมาคมกีฬาต่าง ๆ อาจต้องแบกรับภาระสำรองเงินทุนไปก่อน ซึ่งเสี่ยงกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมและการแข่งขันกีฬา
ส่วนเหตุผลของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขระบบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เขาเห็นว่า กองทุนมีระบบตรวจสอบภายใน มีคณะกรรมการติดตามการใช้เงิน และยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมาย จึงตั้งคำถามว่าการดึงงบประมาณกลับไปไว้ที่ส่วนกลางจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด พร้อมมองว่าอาจทำให้กองทุนมีอิสระในการบริหารจัดการลดลง

ชี้ประชาชนไม่เห็นด้วย หวั่นเอื้อธุรกิจสุรา–ยาสูบ
ณรงค์ เทียมเมฆ จากมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ เพราะกังวลว่าการเปลี่ยนให้หน่วยงานต้องยื่นขอรับงบประมาณแผ่นดินตามความจำเป็นในแต่ละปี จะทำให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่งบประมาณของประเทศมีข้อจำกัดและมีภาระหนี้สินอยู่แล้ว
เขาเห็นว่า การลดหรือยกเลิกแหล่งเงินที่ใช้สนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ อาจกระทบต่อการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศ พร้อมระบุว่า ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พบผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย 89.47% ส่วนร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย มีผู้ไม่เห็นด้วย 67.88%
ณรงค์ตั้งข้อสังเกตว่า ความพยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ มากกว่าการให้ความสำคัญกับสุขภาวะของประชาชน ทั้งนี้ ข้อกังวลดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้คัดค้าน ขณะที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกฎหมายและแนวทางจัดสรรงบประมาณที่จะนำมาใช้ทดแทน
วรปัฐ อรุณภักดี หรือ “เจ วรปัฐ” สื่อมวลชนสายกีฬา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการดึงงบประมาณออกจากกองทุนทั้ง 4 แห่ง เนื่องจากแต่ละองค์กรมีภารกิจเฉพาะของตนเอง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นแผนงานที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า หากเปลี่ยนแหล่งเงินแล้ว จะบริหารจัดการงานเดิมอย่างไร จะทำให้การดำเนินงานต่อเนื่องจากระบบกองทุนได้หรือไม่ และประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด
ใต้ทางด่วน พื้นที่เล็ก ๆ ที่สร้างโอกาสให้เด็ก
ผลกระทบที่ภาคประชาสังคมกังวลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขงบประมาณ แต่ยังรวมถึงโอกาสของเด็กและเยาวชนในชุมชนที่เข้าถึงกิจกรรมกีฬาได้ไม่มากนัก
ณรงค์ แสงมณี หรือ “โค้ชบัง” ผู้ฝึกสอนฟุตซอลอาสาใต้ทางด่วนลาดพร้าว กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะมักถูกพิจารณาผ่านตัวเลขงบประมาณและเอกสารทางวิชาการ แต่ในพื้นที่ชุมชนแออัดและพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ อย่างใต้ทางด่วน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ช่วยให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากมีทางเลือกในการใช้ชีวิต ห่างไกลจากอบายมุข
โค้ชบังทำงานร่วมกับโครงการ SDN FUTSAL NO-L มาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ โดยใช้กีฬาฟุตซอลเป็นเครื่องมือสร้างความหวังและดึงเด็กออกจากสิ่งยั่วยุ โครงการได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทั้งในด้านกิจกรรมและการแข่งขันกีฬา โดยมีเป้าหมายช่วยให้เด็กห่างไกลจากยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ปัญหาครอบครัว และค่านิยมที่ไม่เหมาะสม
เขากล่าวว่า กิจกรรมกีฬาไม่ได้ให้เพียงทักษะการเล่นหรือแท็กติกการแข่งขัน แต่ยังช่วยให้เด็กมีเป้าหมายในชีวิต โดยเฉพาะเด็กที่อาจไม่เคยได้รับโอกาสหรือการยอมรับจากโรงเรียนและสังคม การมีโค้ชอาสาและกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเปิดพื้นที่ให้เด็กได้พัฒนาตนเอง
โค้ชบังเตือนว่า หากกลไกสนับสนุนเหล่านี้หายไป โอกาสที่เด็กจะใช้กีฬาเป็นทางเลือกในการหลีกหนีจากอบายมุขก็อาจลดลงตามไปด้วย สะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงระบบจัดสรรงบประมาณไม่ได้มีผลเฉพาะต่อหน่วยงานหรือสมาคมกีฬา แต่ยังอาจส่งผลต่อเด็กและเยาวชนที่พึ่งพากิจกรรมเหล่านี้ในการสร้างโอกาสให้กับชีวิต
ข้อถกเถียงเรื่องการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับจึงอยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างการตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐกับการรักษาความต่อเนื่องของงานสร้างเสริมสุขภาพและการพัฒนากีฬา โดยประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องชี้แจงคือ หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณปกติ จะมีหลักประกันอย่างไรว่าเงินจะเพียงพอ ทันเวลา และไม่ทำให้ภารกิจที่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชนและโอกาสของเยาวชนสะดุดลง
บทความที่เกี่ยวข้อง:




