หลังจากประเทศไทยประกาศยกระดับเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 จากเดิมที่กำหนดไว้ในปี ค.ศ. 2065 โดยตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี ค.ศ. 2035 ทำให้ภาคพลังงานซึ่งเป็นภาคที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปี พ.ศ. 2567 สูงที่สุด 93.9 ล้านตัน หรือคิดเป็น 38% มุ่งมั่นที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมาย Net Zero ให้ได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ภาคเอกชน โดย บริษัท ป่าสาละ จำกัด บริษัทวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืนแห่งแรกของไทย เปิดตัว Net Zero Tracker www.netzerotracker.co แพลตฟอร์มติดตามและตรวจสอบความก้าวหน้าของบริษัทพลังงานไทย 10 แห่ง ที่ประกาศนโยบายและดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ศิวัช อ่วมประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ เผยว่า แพลตฟอร์ม Net Zero Tracker ติดตามการดำเนินนโยบาย Net Zero ของรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสูงสุดในระบบการจัดการพลังงานของประเทศ และบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 10 แห่ง เพื่อให้สามารถติดตามได้ว่าบริษัทพลังงานเหล่านี้มีความก้าวหน้าในการดำเนินนโยบายเพื่อไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างไร
โดยการประเมินจะแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก มีคะแนนเต็ม 40 คะแนน อ้างอิงข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ คือ การกำหนดเป้าหมาย การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล ผลการดำเนินการ และการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม
ผลการประเมินในปีแรก พบว่า บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดมีจำนวน 3 บริษัท ดังนี้
- บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) (15 คะแนน)
- บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) (15 คะแนน)
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) (15 คะแนน)
- บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) (14.11 คะแนน)
- บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) (14 คะแนน)
- บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) (12.11 คะแนน)
- บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) (12 คะแนน)
- บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) (11 คะแนน)
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) (6 คะแนน)
- บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) (2.25 คะแนน)

3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ
ศิวัช กล่าวถึง ข้อเสนอที่มีต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จากข้อสังเกตสามารถสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
- ปัจจุบันบริษัทพลังงานยังต้องเจอความท้าทายเพราะนโยบายของภาครัฐในเรื่องนี้ยังไม่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะยังไม่มีนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำหนดปีเป้าหมายการปลดระวางโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหินและก๊าซ) ก่อนกำหนดอย่างชัดเจน ถ้ามีการประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะเพิ่มแรงจูงใจให้บริษัทพลังงานมากขึ้น
- ภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ เพราะจะทำให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นมากขึ้น
- เรื่องกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปาก เรื่องพลังงานมักเป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังไม่มีกฎหมายชัดเจนจากภาครัฐ ถ้ามีการประกาศเรื่องนี้ชัดเจน จะเป็นกลไกที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคพลังงานเองก็จะมีข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงนโยบายเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เส้นทาง Net Zero ไทย: ความท้าทายร่วมของภาคพลังงาน
สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ จำกัด กล่าวว่า จากการทำโครงการนี้มองเห็นว่า บริษัทพลังงานไทยมีความตื่นตัวอย่างมาก แต่ความท้าทายคือจะทำอย่างไรถึงจะเป็นไปตามความคาดหวัง ซึ่งการกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ของ Net Zero Tracker ถือเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ การแข่งขัน นอกจากนี้ยังเห็นว่า ภาคพลังงาน มีเสียงตอบรับที่ที่ดีหากเทียบกับในช่วงแรกของการทำ Sair Finance เมื่อ 8 ปีก่อน โดยในการติดตามภาคพลังงานจะมีเรื่องของ “ความคาดหวัง” ที่จะเกิดขึ้น เป็นตัวชี้วัดเชิงความคาดหวัง Benchmark เชิงบรรทัดฐาน
“Net Zero Tracker กลุ่มเป้าหมาย คือ “เส้นทางพัฒนาการ” ต้องการทำต่อเนื่องเพื่อให้เห็นเทรนด์และแนวโน้วว่าใครทำเรื่องนี้ได้ดีกว่ากัน เป็นแนวทางการพัฒนา แข่งขัน เพื่อไปสู่แนวทางที่ดีขึ้น อยากเห็นบริษัทเอาไปใช้ อยากให้ภาคนโยบาย ประชาชน ภาคประชาสังคม ใช้เป็นเครื่องมือในการจับตา” สฤณี อาชวานันทกุล
นภัส เตชะวัฒนกิจกุล นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ภารกิจของกรมไม่ได้ดูเฉพาะเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่จะดูไปถึงเรื่องการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) การสนับสนุนการด้านการเงินในการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนในการลดก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคประชาสังคม ประชาชน เยาวชน เด็กเล็ก ภารกิจอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือ งานวิจัยและอบรมสร้างจิตสำนึกให้กับทางทุกภาคส่วนในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพสภาพภูมิอากาศ
นภัส มองว่า แฟลตฟอร์ม Net Zero Tracker จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานรัฐ ที่จะมีข้อเสนอทางนโยบายที่สามารถนำไปปรับปรุง หรือเพิ่มเติมในการกำหนดนโยบายหรือเป้าหมาย เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero และการรายงานข้อมูลของภาคเอกชนนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. … ที่ผ่านความเห็นชอบในหลักการของคณะรัฐมนตรี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในวาระการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งความหวังว่า รัฐบาลใหม่จะประกาศใช้ตัวภายโดยเร็ว ส่วนแนวทางของกรมีฯ ที่จะทำให้ประเทศมุ่งสู่ Net Zero นอกเหนือจากนโยบาย “เทคโนโลยี” ถือว่ามีส่วนสำคัญ
“ประเทศข้างเคียงของไทยเองมีกำหนดเป้าหมายปี 2050 มาแต่แรก ไทยจึงต้องปรับให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในโลกด้วย โดยที่ผ่านมาไทยเองก็มีการติดตามเรื่องนี้และต้องรายงานไปยังกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) การจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ให้ได้ ลำพังการตั้งเป้าหมายและวางนโยบายเรื่องการปลดระวางถ่านหินอย่างเดียวยังไม่พอ เราอาจต้องใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วยด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้มีต้นทุนค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นส่วนที่เราต้องการความช่วยเหลือด้านเงินทุนจากต่างประเทศ” นภัส เตชะวัฒนกิจกุล
อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวถึง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการร่าง มีการวางเป้าหมายสอดคล้องกับ Net Zero เพราะแผนพลังงาน หรือแผนเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับนโยบายระดับประเทศจะต้องสอดคล้องกันทุกแผน เป็นระบบบูรณาการกัน เสนอว่า แผน PDP ฉบับใหม่ที่จะสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero จะต้องมีสัดส่วนพลังงานสะอาดไว้ประมาณ 70% ภายในปี 2050 การจะทำให้เกิดสิ่งนี้ได้จำเป็นต้องมีนโยบายจากทุกภาคส่วนและแรงขับเคลื่อนเพื่อทำให้ตัวเลข 70% เป็นจริงให้ได้
ความท้าทาย ทุนผูกขาด
ด้าน สฤณี ได้ย้ำให้เห็นถึงอุปสรรคในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน คือ “เจตจำนงทางการเมือง” (Political Will) เพราะเห็นว่าภาคการเมือง ยังไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และเป็นที่รู้กันดีว่า “อำนาจรัฐกับอำนาจทุน” ผูกกันอยู่ เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถาม ไม่เฉพาะกับอำนาจรัฐ แต่ต้องอำนาจทุนที่อาจอยู่เบื้องหลังรัฐด้วย




