อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ 79,610 กองทุน
โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” นำเงินทุนเข้าไปใกล้ประชาชน ผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน ให้สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ลงทุนค้าขาย หรือสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยมีภาระดอกเบี้ยลดลงตามแนวทางของโครงการ
รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมักจะใช้กลไกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่ระดับหมู่บ้าน ซึ่งกองทุนฯจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับท้องถิ่น โดยดำเนินการมากว่า 20 ปี มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ
- กระจายโอกาสทางการเงิน ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบ
- สร้างกระบวนการเรียนรู้และพึ่งพาตนเอง ให้ชุมชนบริหารจัดการเงินทุนกันเอง ผ่านคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือกจากคนในพื้นที่
- กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนการลงทุนในอาชีพเกษตรกรรม การค้าขายขนาดเล็ก และวิสาหกิจชุมชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเหตุผลเช่นเดียวกับรัฐบาลก่อน ๆ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก เพราะสำหรับประชาชนจำนวนมาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีอาชีพ แต่อยู่ที่ “ขาดทุนตั้งต้น” หรือเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง
“เป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาทที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศจึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินให้กองทุน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน”
รัฐบาลต้องการให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งทุน และสร้างทางเลือกให้ผู้ที่อาจต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเกิดผลเป็นรูปธรรม
โครงสร้าง-การบริหารกองทุนหมู่บ้าน
กองทุนหมู่บ้าน มีสำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล และจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชนเมือง ซึ่งผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือกจากคนในหมู่บ้าน ทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จัดเก็บเงินคืน และบริหารบัญชี
ทั้งนี้ เงินทุนจัดตั้ง ทางรัฐบาลเริ่มต้นจัดสรรเงินทุนให้หมู่บ้าน/ชุมชนละ 1 ล้านบาท และมีการเติมทุนหรือจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมตามนโยบายในแต่ละยุคสมัย
การบริหารงาน จะปล่อยเงินกู้เพื่อการประกอบอาชีพ โดยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับสมาชิกนำไปลงทุนหรือขยายกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาหลายกองทุนที่มีความเข้มแข็งได้พัฒนายกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน รับฝากเงิน และให้บริการทางการเงินมากขึ้น ทั้งนี้ผลกำไรจากดอกเบี้ยจะถูกแบ่งไว้เป็นทุนหมุนเวียนเพิ่ม สวัสดิการชุมชน (เช่น เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ/งานศพ) และค่าตอบแทนคณะกรรมการ
แม้ว่าเป้าหมายของกองทุนจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ลดช่องว่างทางการเงิน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม แต่ที่ผ่านมา มีปัญหาหนี้เสีย (NPL) ในบางพื้นที่ โดยมีจากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องวินัยทางการเงิน การขาดทักษะด้านบริหารบัญชีของกรรมการในบางแห่ง รวมถึงบางแห่งมีข่าวว่าทางการเมืองในระดับท้องถิ่นแทรกแซงการดำเนินงาน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




