คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบประกาศ กกพ. เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดรับคำขอเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีปริมาณรับซื้อครบตามเป้าหมายของโครงการ
โครงการครั้งนี้ กำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้ารวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ ปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า อัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2570 และการพิจารณาคำขอจะใช้หลัก First Come First Served (ใครยื่นก่อน ได้พิจารณาก่อน) ตามลำดับวันและเวลาที่ได้รับคำขอพร้อมเอกสารครบถ้วน
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 5 กิโลวัตต์ เพื่อใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ โดยสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และไม่มีข้อห้ามในการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) เพื่อใช้งานร่วมกับระบบผลิตไฟฟ้าด้วย
อย่างไรก็ตาม กกพ. กำหนดนิยาม “การติดตั้งบนหลังคา” หมายความว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยเทคโนโลยีแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Photovoltaic Panel) ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดบนอาคาร ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ แต่ไม่หมายความรวมถึงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดิน(Ground-Mounted)
คุณสมบัติผู้ขอยื่นขายไฟ
ตามประกาศของ กกพ. กำหนดให้ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากต้องมีคุณสมบัติ ณ วันยื่นคำขอขายไฟฟ้า ดังต่อไปนี้
- เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
- เป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จ่ายไฟฟ้าให้แล้วและมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม “การติดตั้งบนหลังคา” หมายความว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยเทคโนโลยีแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Photovoltaic Panel) ที่ติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดบนอาคาร ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ แต่ไม่หมายความรวมถึงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดิน(Ground-Mounted
ขั้นตอนเซ็นสัญญา
หลังการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้รับคำขอขายไฟฟ้าและเอกสารประกอบครบถ้วน จะประกาศรายชื่อและผลการพิจารณาภายใน 30 วันนับถัดจากวันที่ได้รับคำขอขายไฟฟ้าครบถ้วน พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในเวลาดังกล่าว
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องมาติดต่อการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายภายในระยะเวลาที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายกำหนด เพื่อเปลี่ยนเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเป็นประเภทดิจิทัล ในกรณีที่เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเดิมไม่รองรับการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการ รวมถึงชำระค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า การตรวจสอบระบบอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ตามหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย
ทั้งนี้ หากผู้ผลิตไฟฟ้าไม่สามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนดในสัญญา การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
สำหรับการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายและผู้ยื่นคำขอจะร่วมกันกำหนดวันเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ซึ่งต้องกำหนดให้แล้วเสร็จภายในปี 2570
วาระแห่งชาติส่งเสริมโซลาร์เซล
โครงการการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน เกิดจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 27 เม.ย. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาค่าไฟและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสถานการณ์พลังงานโลกที่มีความผันผวนและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเองและลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก โดยประชาชนผู้ผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สามารถขายไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าระบบไฟฟ้าได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนที่ติดตั้ง Solar Rooftop
โดย ครม. มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณากำหนดหลักการในการดำเนินการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สำหรับภาคประชาชน และกำหนดหลักการการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าระบบไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวในรูปแบบ Net Billing และมอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาปรับปรุง ลดขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา รวมทั้งกระบวนการขออนุญาต เชื่อมขนานกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้มีความรวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคในการติดตั้งและจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับเข้าระบบไฟฟ้า โดยปรับขั้นตอนการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
ทั้งนี้ กรณีที่มีการขายไฟฟ้าส่วนเหลือเข้าระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการกระบวนการที่เกี่ยวกับขั้นตอนการอนุญาตต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่หากเป็นกรณีที่ไม่มีการขายไฟฟ้าเข้าระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และให้พิจารณาลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอเชื่อมต่อระบบสำหรับประชาชนที่ประสงค์ขอติดตั้ง Solar Rooftop
มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กฟภ. และกฟน. พิจารณาปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การปรับปรุงข้อกำหนดปริมาณกำลังการผลิตติดตั้งรวมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (หน่วยเป็นกิโลวัตต์) ของผู้เชื่อมต่อทุกรายที่เชื่อมต่อในหม้อแปลงจำหน่ายลูกเดียวกันต้องไม่เกินขีดจำกัด 15% ของพิกัดหม้อแปลงจำหน่าย (หน่วยเป็นกิโลโวลต์-แอมแปร์)
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ กฟภ.และ กฟน. สามารถพิจารณาปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ หม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop สำหรับภาคประชาชนได้ตามเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม:


