ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส
ความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตามคำยืนยันล่าสุดของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส ในวันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เพื่อรับสิทธิ และเริ่มใช้จ่ายภายในวันที่ 1 มิ.ย. เป็นระยะเวลา 4 เดือน
สำหรับ ไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการลักษณะ “ลูกผสม” ระหว่างโครงการ คนละครึ่งพลัส ที่รัฐร่วมสมทบค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการบางส่วน กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซึ่งมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจควบคู่กันไป
ทั้งนี้ การใช้สิทธิจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งสามารถสแกนจ่ายได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เดิมสามารถใช้จ่ายได้เฉพาะร้านธงฟ้าเท่านั้น

คนละครึ่งรัฐช่วยจ่าย 60%
รายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เบื้องต้นจะให้สิทธินี้กับประชาชน 30 ล้านคน โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่ายผู้ได้รับสิทธิเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลานาน 4 เดือน รวมทั้งหมด 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขการใช้แต่ละครั้ง
ทั้งนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่ายสัดส่วน 60% ของยอดใช้จ่าย และประชาชนจะต้องจ่ายในส่วนที่เหลืออีก 40% โดยสามารถใช้จ่ายได้ที่ ร้านอาหาร, เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง, รถสามล้อ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นต้น
ขณะร้านค้าที่ใช้จ่ายได้จะต้องเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการ มีทั้งรายเก่าและรายใหม่
- ร้านค้าเดิม ต้องกดยอมรับเงื่อนไข วันที่ 25 พ.ค. – 30 ก.ย. 69
- ร้านค้าใหม่ เริ่มลงทะเบียน วันที่ 25 พ.ค. – 31 ก.ค.69
- ร้านค้าเดิม/ใหม่ ผูกกับฟู้ดเดลิเวอรี่ วันที่ 10 มิ.ย. – 30 ก.ย.69 ตั้งแต่ช่วงเวลา 6.00 – 23.00 น.
เริ่มใช้จ่ายได้ทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น. ของทุกวัน ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (G-Wallet) ของธนาคารกรุงไทย เท่านั้น
อย่างไรก็ตามไม่สามารถใช้กับบริการนวด, สปา, ทำเล็บ หรือทำผมได้ รวมถึงไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ หรือโอนสิทธิให้กับคนอื่นได้
สำหรับคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 18 พ.ค. 69 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการรัฐที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง เฟส 1 – 5 และคนละครึ่งพลัส
ทบทวนสิทธิใหม่บัตรคนจน 13.2 ล้านคน
ขณะที่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ เพื่อคัดกรองและทบทวนคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการ ให้ความช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐจริง ๆ เนื่องจากการเปิดลงทะเบียนครั้งล่าสุดมีขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เดิมมีจำนวน 13.4 ล้านคน ปัจจุบันเหลือ 13.2 ล้านคน ทำให้จำเป็นต้องปรับปรุงฐานข้อมูลและทบทวนสิทธิใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและฐานะรายได้ของประชาชนในปัจจุบัน
เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยขณะนี้ กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้มีสิทธิใหม่ ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและยืนยันสิทธิจากภาครัฐ
สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือบัตรคนจน รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินในการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค อีก 700 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับ 300 บาทต่อเดือน ส่งผลให้รวมจะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยสามารถเงินที่ได้รับดังกล่าวไปใช้จ่ายได้เต็มจำนวน 100% เหมือนเดิม
นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิบัตรประชารัฐสวัสดิการ ได้แก่
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินรวมค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
- เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (มติ ครม. 28 ม.ค.63) จำนวน 200 บาทต่อเดือน ให้กับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเปิดลงทะเบียนและทบทวนสิทธิครั้งใหญ่ต้องใช้เวลา รัฐบาลจึงเตรียมออกแบบมาตรการช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ผู้ถือบัตรเดิม 13.25 ล้านคน จะได้รับสิทธิทันที เดือนละ 1,000 บาท ขณะที่ระยะสองในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. จะเริ่มใช้ฐานข้อมูลจากการลงทะเบียนรอบใหม่มาพิจารณาการให้สิทธิ เดือนละ 1,000 บาทเ
ดังนั้น หากผู้ถือสิทธิเดิมรายใดไม่ผ่านเกณฑ์และหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ กระทรวงการคลัง จะออกแบบมาตรการรองรับ โดยเปิดทางให้สามารถย้ายไปรับสิทธิในโครงการ คนละครึ่งพลัส แทนได้ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย คือ ส.ค.-ก.ย. ซึ่งอาจต้องมีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติมเฉพาะสำหรับประชาชนกลุ่มนี้
ใช้แหล่งเงินกู้ 4 แสนล้านบางส่วน
แหล่งเงินของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดย เอกนิติ คาดการณ์ว่า แหล่งเงินส่วนหนึ่งอาจมาจากเงินกู้ หลังรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 200,000 ล้านบาท จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพในช่วงวิกฤต
ส่วนแหล่งเงินที่เหลือจะมาจากงบกลาง ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินคงเหลือราว 20,000 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาอีกประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยโครงการนี้จะต้องเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ต้องใช้เงินกู้ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคาดว่าวันที่ 19 พ.ค. 2569
คาดดันเศรษฐกิจ 0.6 – 0.8%
ขณะที่ผลในทางเศรษฐกิจ ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ทำแบบจำลองหลังการออก พ.ร.ก. เงินกู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยคาดว่าเม็ดเงินทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.8%
ด้านวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การกู้เงินของรัฐบาล 400,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการบรรเทาวิกฤตและกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ จะทำการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทย ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY%) และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปีนี้ เพิ่มขึ้นที่ระดับ 3 – 3.1% จากเดิมคาดการณ์ 2.9%
วิธี-ขั้นตอนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส
- เริ่มแรกผู้ลงทะเบียนทุกคนจะต้องนำสมาร์ทโฟน โหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ผ่านทาง App Store และ Google play
- จากนั้นให้สมัครใช้บริการ G Wallet โดยเข้าแอปฯ เป๋าตัง
- กดเข้าใช้งาน G-Wallet เพื่อเริ่มสมัครใช้บริการ
- กดตกลงรับทราบรายละเอียดข้อตกลงและเงื่อนไขการเข้าใช้บริการ เพื่อเริ่มสมัคร G-Wallet
- หน้าข้อมูลบัตรประชาชน ให้กรอกข้อมมูลหน้าและรหัสหลังบัตร โดยพิมพ์เรียงต่อกันได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ขีด (-)
- หน้าข้อมูลการติดต่อ ให้กรอกอีเมล (Email)
- ข้อมูลที่อยู่ กรอกข้อมูลที่อยู่ปัจจุบัน และข้อมูลที่อยู่บัตรประชาชน ทั้งนี้ไม่สามารถแก้ไขภายหลังได้
- หน้าการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ให้ กดยินยอม และ ยืนยัน หากเลือกไม่ยินยอมจะไม่สามารถสมัครต่อได้
- เตรียมสแกนใบหน้า โดยกดสแกนใบหน้า เพื่อใช้ยืนยันตัวตนและความปลอดภัยของบัญชี
- หลังสแกนหน้าเสร็จ จะเข้าหน้า ยืนยันข้อมูล โดยให้ตรวจสอบข้อมูลการสมัครก่อนทําการยืนยันการสมัคร
- กลับไปที่หน้าแอปฯ เป๋าตัง และกดตรวจสอบสถานะล่าสุด ทั้งนี้หลังการสมัครอาจจะต้องรอผลสักครู่
- หากระบบแจ้งว่าสมัคร G Wallet สําเร็จ ให้กดไปที่หน้าหลักเพื่อเข้าใช้งาน
- หน้าหลัก G Wallet จะแสดงแถบใช้สิทธิโครงการภาครัฐ

ขั้นตอนลงทะเบียนผู้ที่ “เคยเข้าร่วม” โครงการคนละครึ่งพลัส มาก่อน
- เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ (รูป) ที่เขียนว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส และกดแบนเนอร์คล้ายกันอีกครั้งหน้า G Wallet
- อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- ระบบจะแสดงข้อความการได้รับสิทธิ และวันที่เริ่มใช้สิทธิโครงการ โดยให้กดปุ่ม “ตกลง”
ทั้งนี้ผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไข เช่น เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไข รวมถึงนอกเหนือเวลา 06.00 – 22.00 น. ของทุกวัน จะไม่สามารถสมัครได้

ขั้นตอนลงทะเบียน ผู้ “ไม่เคยเข้าร่วม” โครงการคนละครึ่งพลัส มาก่อน
- เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ (รูป) ที่เขียนว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส และกดแบนเนอร์คล้ายกันอีกครั้งที่หน้า G Wallet
- อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- ระบบจะตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะแจ้งผลภายใน 3 วัน ผ่านทาง SMS และการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง
- ระบบจะแสดงข้อความการได้รับสิทธิ และวันที่เริ่มใช้สิทธิโครงการ โดยให้กดปุ่ม “ตกลง”
- ทั้งนี้ผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไข เช่น เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไข รวมถึงนอกเหนือเวลา 06.00 – 22.00 น. ของทุกวัน จะไม่สามารถสมัครได้

เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง:
- “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.
- “สินค้า-บริการ” พาเหรดขึ้นราคา ตามราคาน้ำมัน-ต้นทุนเพิ่ม
- TDRI: เสนอนโยบายเร่งด่วน 6 ด้าน ที่ประเทศต้องการ รัฐบาลใหม่ควรทำ
- คลังคาดสงคราม ฉุดเศรษฐกิจปีนี้โตแค่ 1.6% เงินเฟ้อพุ่ง 3%
- กู้เงิน 400,000 ล้าน รับผลกระทบวิกฤตพลังงาน สกัดเศรษฐกิจ”ช็อก”





