ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส
ความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตามคำยืนยันล่าสุดของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อรับสิทธิในวันที่ 25 พ.ค. 2569 และเริ่มใช้จ่ายภายในวันที่ 1 มิ.ย. เป็นระยะเวลา 4 เดือน
สำหรับ ไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการลักษณะ “ลูกผสม” ระหว่างโครงการ คนละครึ่งพลัส ที่รัฐร่วมสมทบค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการบางส่วน กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซึ่งมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจควบคู่กันไป
ทั้งนี้ การใช้สิทธิจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งสามารถสแกนจ่ายได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เดิมสามารถใช้จ่ายได้เฉพาะร้านธงฟ้าเท่านั้น

คนละครึ่งรัฐช่วยจ่าย 60%
รายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ คนละครึ่งพลัส รัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่ายผู้ได้รับสิทธิเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลานาน 4 เดือน รวมทั้งหมด 4,000 บาท โดยมีเงื่อนไขการใช้แต่ละครั้ง คือ รัฐบาลจะช่วยจ่ายสัดส่วน 60% ของยอดใช้จ่าย ขณะที่ประชาชนจะต้องจ่ายในส่วนที่เหลืออีก 40% ส่วนวงเงินต่อวันนั้นยังไม่มีความชัดเจนจากกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ใช้จ่ายได้เฉพาะร้านค้าทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ไม่สามารถถอนออกมาเป็นเงินสดหรือโอนสิทธิให้กับคนอื่นได้
เบื้องต้นคาดว่าให้สิทธินี้กับประชาชนประมาณ 30 ล้านคน อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ได้รับสิทธิสุดท้ายยังขึ้นคงอยู่กับกรอบวงเงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้โครงการดังกล่าวด้วย
ทบทวนสิทธิใหม่บัตรคนจน 13.2 ล้านคน
ขณะที่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ เพื่อคัดกรองและทบทวนคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการ ให้ความช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐจริง ๆ เนื่องจากการเปิดลงทะเบียนครั้งล่าสุดมีขึ้นตั้งแต่ปี 2565 เดิมมีจำนวน 13.4 ล้านคน ปัจจุบันเหลือ 13.2 ล้านคน ทำให้จำเป็นต้องปรับปรุงฐานข้อมูลและทบทวนสิทธิใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและฐานะรายได้ของประชาชนในปัจจุบัน
เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยขณะนี้ กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างกำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้มีสิทธิใหม่ ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและยืนยันสิทธิจากภาครัฐ
สำหรับรูปแบบการช่วยเหลือบัตรคนจน รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินในการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค อีก 700 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับ 300 บาทต่อเดือน ส่งผลให้รวมจะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยสามารถเงินที่ได้รับดังกล่าวไปใช้จ่ายได้เต็มจำนวน 100% เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเปิดลงทะเบียนและทบทวนสิทธิครั้งใหญ่ต้องใช้เวลา รัฐบาลจึงเตรียมออกแบบมาตรการช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ผู้ถือบัตรเดิม 13.25 ล้านคน จะได้รับสิทธิทันที เดือนละ 1,000 บาท ขณะที่ระยะสองในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. จะเริ่มใช้ฐานข้อมูลจากการลงทะเบียนรอบใหม่มาพิจารณาการให้สิทธิ เดือนละ 1,000 บาทเ
ดังนั้น หากผู้ถือสิทธิเดิมรายใดไม่ผ่านเกณฑ์และหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ กระทรวงการคลัง จะออกแบบมาตรการรองรับ โดยเปิดทางให้สามารถย้ายไปรับสิทธิในโครงการ คนละครึ่งพลัส แทนได้ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย คือ ส.ค.-ก.ย. ซึ่งอาจต้องมีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติมเฉพาะสำหรับประชาชนกลุ่มนี้
ใช้แหล่งเงินกู้ 4 แสนล้านบางส่วน
แหล่งเงินของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดย เอกนิติ คาดการณ์ว่า แหล่งเงินส่วนหนึ่งอาจมาจากเงินกู้ หลังรัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 200,000 ล้านบาท จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพในช่วงวิกฤต
ส่วนแหล่งเงินที่เหลือจะมาจากงบกลาง ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินคงเหลือราว 20,000 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาอีกประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยโครงการนี้จะต้องเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ต้องใช้เงินกู้ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีคาดว่าวันที่ 19 พ.ค. 2569
คาดดันเศรษฐกิจ 0.6 – 0.8%
ขณะที่ผลในทางเศรษฐกิจ ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ทำแบบจำลองหลังการออก พ.ร.ก. เงินกู้วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยคาดว่าเม็ดเงินทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.8%
ด้านวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การกู้เงินของรัฐบาล 400,000 ล้านบาท ที่ใช้ในการบรรเทาวิกฤตและกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ จะทำการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทย ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY%) และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปีนี้ เพิ่มขึ้นที่ระดับ 3 – 3.1% จากเดิมคาดการณ์ 2.9%
เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง:
- “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.
- “สินค้า-บริการ” พาเหรดขึ้นราคา ตามราคาน้ำมัน-ต้นทุนเพิ่ม
- TDRI: เสนอนโยบายเร่งด่วน 6 ด้าน ที่ประเทศต้องการ รัฐบาลใหม่ควรทำ
- คลังคาดสงคราม ฉุดเศรษฐกิจปีนี้โตแค่ 1.6% เงินเฟ้อพุ่ง 3%
- กู้เงิน 400,000 ล้าน รับผลกระทบวิกฤตพลังงาน สกัดเศรษฐกิจ”ช็อก”




