ครั้นลงรายละเอียด ว่าจะกระจายอำนาจหน้าที่ในเรื่องอะไรบ้าง แค่ไหน ความเห็นแตกต่างจะเพิ่มมากขึ้น
ทำนองเดียวกันเมื่อลงมาสู่การบริหารราชการจริง ซึ่งต้องเป็นไปตามตัวบทกฏอำนาจ ตามระเบียบราชการที่ให้อำนาจไว้ อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริง กฏหมายย่อมไม่สามารถเขียนให้ครอบคลุมรายละเอียดทุกด้านได้ จึงต้องมีส่วนที่ต้องใช้ วิจารณญาณ หรือ การตีความว่าเรื่องบางอย่างทำได้หรือไม่
ตรงจุดนี้เอง ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างเคยมีบทเรียนว่าเมื่อดำเนินการไปแล้ว ถูกตรวจสอบภายหลังว่า ไม่สามารถทำเกินไปได้ก็จะถูกเรียกเงินคืน หรือถูกพิจารณาโทษ
โดยเฉพาะองค์กรตรวจสอบที่เจ้าหน้าที่รัฐต่างหวั่นเกรงมากที่สุด คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) เพราะจะเป็นผู้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของ หน่วยงานรัฐและท้องถิ่นว่า ใช้จ่าย ตรงตามระเบียบราชการ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่
อย่างไรก็ดี บางครั้งการตีความ ของสตง. ว่า อปท. ไม่มีอำนาจดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็อาจส่งผลกระทบเสียหาย ดังกรณีตัวอย่างที่ สตง.ตีความว่า อปท. ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ สตง. ทำให้เทศบาล อบต. ต่าง ไม่กล้าใช้งบประมาณเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ผลที่ตามมาก็คือ เกิดโรคพิษสุนัขบ้าระบาด
ทั้ง ๆ ที่ ในความเข้าใจของหลายคน ต่างเข้าใจว่า อำนาจในการดูแลด้านสาธารณสุขพื้นฐาน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น ควรครอบคลุมเรื่องอื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายกรณีที่มีความคลุมเครือ หรือบางครั้งที่หากใช้เหตุผลด้วยความสุจริตใจ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ หรือ กฏระเบียบ ควรจะมีความยืดหยุ่น ให้ อปท. ต่าง ไปดำเนินการตามความเหมาะสม แต่ในทางระเบียบกลับแข็งตึง จนทำงานได้ลำบาก เช่น
หนึ่ง การให้ทุนการศึกษา อปท. ต่าง ๆ ล้วนมีโครงการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กที่ยากไร้ แต่สามารถให้ทุนการศึกษาได้เฉพาะค่าลงทะเบียนเรียนเท่านั้น ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนตัวซึ่งก็เป็นส่วนที่จำเป็นของนักเรียนและนิสิตนักศึกษา ยกตัวอย่าง หากให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนระดับมัธยมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยที่มีความสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ให้เฉพาะทุนการศึกษา นักศึกษาที่ยากจนย่อมไม่สามารถเรียนได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือน
ด้วยเหตุนี้ อปท. หลายแห่ง จึงต้องเลี่ยงด้วยการไปจัดตั้งมูลนิธิเพื่อให้ทุนการศึกษา และนำรายได้ที่ประชาชนบริจาค ตลอดจนรายได้จากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มาเข้าที่มูลนิธิ และแจกเด็กนักเรียนแทน ทั้งที่ ควร เปิดช่องให้พิจารณาได้ว่า จะนำงบประมาณมาสนับสนันให้ทุนการศึกษาได้หรือไม่
สอง การให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี อินเทอร์เน็ตแก่ครัวเรือนยากไร้ ปัจจุบันเราต่างยอมรับถึงความจำเป็นของการเข้าถึงอินเตอร์เนตเพื่อเข้าถึงบริการด้านต่าง ๆ แต่สังคมความเหลื่อมล้ำด้านดิจิตอล (digital divide) ที่คนจำนวนหนึ่งไม่มีทุนทางเศรษฐกิจในการเข้าถึงระบบการสื่อสารดิจิตอล หรือขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล กลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับการสนับสนุนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เช่นครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่มีคนดูแลในเวลากลางวันที่สมาชิกต้องออกไปทำงาน การติดตั้ง อินเทอร์เน็ต และกล้องวงจรปิด ยังช่วยให้ครัวเรือนสามารถดูผู้สูงอายุทางกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
อย่างไรก็ดี เนื่องจากการติดตั้งฟรีไวไฟ ไม่สามารถทำในครัวเรือนส่วนบุคคลได้ อปท. บางแห่ง จึงใช้วิธีติดตั้งระบบสัญญาณฟรีไวไฟ ใกล้บ้านพักอาศัยของครัวเรือนที่มีผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่าย
สาม การนำทรัพยากรของเทศบาลไปปฏิบัติการนอกพื้นที่เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องหมิ่นเหม่ ว่าผิดระเบียบหรือไม่ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่กล้าทำ ส่วนที่ดำเนินการไปก็มีความเสี่ยง ทั้ง ๆ ที่เหตุผลที่ไปดำเนินการนอกพื้นที่ก็เพื่อประโยชน์ของคนในพื้นที่เอง ตัวอย่างรูปธรรมที่น่าสนใจมากคือ การป้องกันปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาล เช่นเทศบาลนครยะลา ซึ่งในทางปฏิบัติ การป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ไม่อาจทำได้ด้วยท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง ต่อให้เทศบาลจะขุดลอกคูคลองในพื้นที่ตัวเองดีเพียงใด ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ หากน้ำที่เข้าเมืองนั้นมากเกินกว่า กำลังของขนาดคูคลองที่จะระบายน้ำได้ จึงต้องหาทางเบี่ยงไม่ให้มวลน้ำทั้งหมด เข้าตัวเมืองยะลา
การจะทำเช่นนี้ได้ ต้องไปดำเนินการนอกเขต เพราะ แม้องค์การบริหารส่วนตำบอลรอบนอกจะเห็นด้วย แต่ไม่มีทรัพยากรเครื่องจักรที่จะไปขุดลอก ทำทางเบี่ยงน้ำ ต้องนำทรัพยากรจากเขคเทศบาลเมืองไปใช้ในพื้นที่อบต. รอบนอก ซึ่งก็หมิ่นเหม่ว่า ทำได้หรือไม่
วิธีการที่เทศบาลนครยะลา ต้องทำเพื่อป้องกันตัวเองคือ เทศบาลนครยะลาประสานงานให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา (อบจ.ยะลา) ทำบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมกันป้องกันและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม จึงได้แต่คาดหวังว่า หน่วยงานตรวจสอบจากรัฐบาลกลาง จะไม่เห็นว่าเป็นการละเมิดระเบียบข้อบังคับ
อย่างไรก็ดี กรณีนี้ควรเป็นกรณีที่หน่วยงานตรวจสอบเช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีความชัดเจน เพราะหากยังไม่มีความชัดเจน เทศบาลหรืออปท.อื่น ๆ ก็จะไม่กล้าดำเนินการในลักษณะที่เทศบาลนครยะลาดำเนินการ
ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ ไม่ได้มีประโยชน์ทับซ้อน ทำไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนในเขตพื้นที่ แต่กลับต้องคอยหวาดผวา ว่าจะผิดหรือไม่ ราวกับว่า การทำความดียากกว่าทำทุจริต
บทความที่เกี่ยวข้อง:





