ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงมาตรการแก้ปัญหาที่ผ่านมาว่ามาถูกทางหรือมีประสิทธิภาพเพียงพอกับการรับมือสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงทุกวันหรือไม่ รวมทั้งควรจะต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขในจุดใดเพื่อทำให้สถานการณ์กลับมาดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ภาควิชาการ-ประชาสังคม ขอร่วมออกแบบแนวทางการแก้วิกฤตฝุ่น ประมวล “ความเห็น” ออกมาเป็น “ความรู้” พัฒนาข้อเสนอ ผนึกกำลังนักสื่อสารสร้างกลไกขับเคลื่อนข้อมูลสร้างความเข้าใจต่อสังคม พร้อมเสนอสร้าง “พื้นที่กลาง” ทบทวนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในช่วงที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง หวังตัดวงจรฝุ่น ก่อนกฎหมายมาถึง
ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครที่พุ่งสูงอยู่ในช่วงนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ยืนยันด้วยสถิติการเข้ารับการรักษาด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นเพิ่มขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งมาตรการการแก้ปัญหากลับยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะจัดการถึงต้นเหตุของปัญหา
หลายปีมานี้ คนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในภาคเหนือ ต้องเผชิญกับวิกฤต PM 2.5 ที่สูงเกินค่ามาตรฐาน จนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงมกราคม-มีนาคมของทุกปี
เมื่อรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” ยกระดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ด้วยการประกาศให้การแก้ไขมลภาวะทางอากาศเป็น “วาระแห่งชาติ”
ฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาระดับชาติที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง และต้นกำเนิดฝุ่นที่รัฐบาลอาจพูดถึงไม่มากนัก นั่นคือ “อุตสาหกรรม” มูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้สะท้อนผ่านบทความ ตอนที่ 1 “ในม่านมัวของปัญหาฝุ่น PM2.5 มี อุตสาหกรรมซ่อนเร้นอยู่” พร้อมเผยข้อมูล พื้นที่ฝุ่นหนาสอดคล้องกับจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม