ThaiPBS Logo

ประกันสังคมจ่อปรับ “เงินนำส่ง-สิทธิประโยชน์” รอบ 31 ปี

2 ธ.ค. 256717:46 น.
ประกันสังคมจ่อปรับ “เงินนำส่ง-สิทธิประโยชน์” รอบ 31 ปี
  • สำนักงานประกันสังคม เปิดรับฟังความเห็นเรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์เมื่อปรับเพดานค่าจ้างของผู้ประกันตน ม.33 เพื่อใช้คำนวณสิทธิประโยชน์และนำส่ง
  • จะทยอยปรับขึ้นเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ตั้งแต่เงินเดือน 17,500 บาท จ่ายสูงสุด 875 บาท/เดือน เริ่มปี 69 ไปจนถึงเงินเดือน 23,000 บาท จ่ายสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน เริ่มปี 75
  • เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ความพอเพียงของสิทธิประโยชน์ เพิ่มรายได้ให้กับกองทุนประกันสังคมเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และกระจายรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย
สำนักงานประกันสังคม เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดเพดานค่าจ้าง เพื่อใช้คำนวณเงินนำส่งสำหรับผู้ประกันตน ม.33 คาดเริ่มปี 69 เริ่มจากเพดานเงินเดือน 17,500 บาท และทยอยปรับจนถึง 23,000 บาทตั้งแต่ปี 75 โดยผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินเพิ่มขึ้น แต่ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวนเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ…. ผ่านระบบกลางกฎหมาย (www.law.go.th) และเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 ธ.ค. 67 และควบคู่ไปกับมุมรับฟังความเห็น ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา รวมถึงการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. – 31 ธ.ค. 67

เหตุผลของการออกกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้กำหนดค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 ไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ที่ใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 38 ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำรายวันสูงสุดในขณะนั้นคือ 135 บาท

หากมีการปรับในปี 69 จะทำให้มีการปรับฐานเงินนำส่งและสิทธิประโยชน์ครั้งแรกในรอบ 31 ปี

ดังนั้นจึงสมควรปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามมาตรฐานเพดานค่าจ้างขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ตามอนุสัญญาฉบับที่ 102 เรื่องสิทธิประโยชน์ประกันสังคมขั้นพื้นฐาน เพื่อความเพียงพอของสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับกองทุนรองรับรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เพื่อการกระจายรายได้จากผู้มีรายได้มากไปสู่ผู้มีรายได้น้อยภายในระบบประกันสังคม และเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคม เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกันตนร้อยละ 62.5 มีค่าจ้างต่ำกว่า 15,000 บาท และมีผู้ประกันตนร้อยละ 37.5 มีค่าจ้างเท่ากับหรือสูงกว่าเพดานค่าจ้างปัจจุบัน

ทยอยขึ้นเงินสมทบ ม.33

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และมาตรา 46 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่3) พ.ศ.2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

1. กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 เป็นต้นไป

2. ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533

3. ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่ละคนให้กำหนดขั้นต่ำและขั้นสูง แต่ไม่เกิน 5% ของค่าจ้าง ดังนี้

  • ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.69 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.71 ค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาท ส่งเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน
  • ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.72 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.74 ค่าจ้างไม่เกิน 20,000 บาท ส่งเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน
  • ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.75 เป็นต้นไป ค่าจ้างไม่เกิน 23,000 บาท ส่งเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม นายจ้างและรัฐบาลก็จะต้องส่งเงินสมทบในอัตราเดียวกันกับลูกจ้างด้วยเช่นกัน

สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น

ขณะที่ประโยชน์ของผู้ประกันตน คือ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้น เนื่องจากฐานที่ใช้ในการคำนวณเพื่อรับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวจะคำนวณจากค่าจ้างที่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม ประกอบด้วย

  • เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย สูงสุด 6 เดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน / 10,000 บาทต่อเดือน / 11,500 บาทต่อเดือน
  • เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน / 10,000 บาทต่อเดือน / 11,500 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร เพิ่มเป็น 26,250 บาทต่อครั้ง / 30,000 บาทต่อครั้ง / 34,500 บาทต่อครั้ง
  • เงินสงเคราะห์กรณีตาย เพิ่มเป็น 105,000 บาท / 120,000 บาท / 138,000 บาท
  • เงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีว่างงาน (ถูกเลิกจ้าง) สูงสุด 6 เดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน / 10,000 บาทต่อเดือน / 11,500 บาทต่อเดือน

เงินบำนาญชราภาพ

  • ส่งเงินมา 15 ปี เพิ่มเป็น 3,500 บาทต่อเดือน / 4,000 บาทต่อเดือน / 4,600 บาทต่อเดือน
  • ส่งเงินมา 25 ปี  เพิ่มเป็น 6,125 บาทต่อเดือน / 7,000 บาทต่อเดือน / 8,050 บาทต่อเดือน
  • ส่งเงินมา 35 ปี เพิ่มสูงสุด 11,500 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้เงินบำเหน็จชราภาพจะได้รับเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีการนำส่งเงินสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพเพิ่มขึ้นจากการปรับฐานที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบ

ก่อนหน้านี้สำนักงานประกัน ได้เคยเปิดรับฟังความเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. …. มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 66 – 28 ก.พ. 66 ปรากฏว่ามีผู้ร่วมเสนอความเห็น 55,584 คน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับร่างกฎกระทรวงฯดังกล่าวถึง 73%

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

 

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

ระบบประกันสังคม

ประกันสังคม เป็นเครื่องมือทางสังคมที่ใช้สร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำเนินชีวิต จัดการความเสี่ยงจากสถานการณ์ไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้เพื่อให้หลักประกันชีวิตแก่ประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5

ผู้เขียน: