ศาลฎีกาสหรัฐเมริกา ตัดสินให้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ตามกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) โดยไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าที่อัตรา 19%
ต่อมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้อำนาจมาตรา 122 ตามกฎหมาย The Trade Act of 1974 ซึ่งกำหนดให้ต้องเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เริ่มตั้งแต่ 24 ก.พ. ถึง 24 ก.ค. 2569 ส่งผลให้ไทยโดนสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าลดลงจากเดิม 19% เหลือที่ 10%
จากการคำนวณของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ให้เห็นว่า อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จัดเก็บจริงโดยเฉลี่ยจากสินค้านำเข้าจากไทย เมื่อพิจารณาครอบคลุมทุกหมวดสินค้า ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.3% ในเดือน มี.ค. 2569 จากระดับ 8.2% ในเดือน ส.ค. 2568 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้
เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค พบว่า เวียดนามเผชิญอัตราภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 7.0% ฟิลิปปินส์ 5.1% และมาเลเซีย 4.2%
อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจริงจากรวมทุกสินค้านำเข้าจากไทยเทียบกับประเทศคู่แข่ง

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าสินค้าเฉลี่ยก่อนและหลังการบังคับใช้มาตรา 122 ของกฎหมาย The Trade Act of 1974 เพื่อทดแทนกฎหมาย IEEPA พบว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในหลายประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะบราซิลลดลงมากสุด 15.56% จีน 9.95% อินเดีย 8.45% และเวียดนาม 5.61% ตามลำดับ
ขณะที่ไทยมีอัตราภาษีนำเข้า ที่สหรัฐฯ จัดเก็บลดลง 4.57% เมื่อเทียบกับช่วงที่มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้มีผลบังคับใช้
ตารางแสดงการลดลงของภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หลังใช้มาตรา 122 ในตลาดนำเข้าสำคัญสหรัฐฯ

ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง พบว่า สินค้าส่วนใหญ่มีอัตราภาษีที่เก็บจริงของสหรัฐฯลดลงเดือน มี.ค. 2569 สอดคล้องกับอัตราภาษีที่เก็บจริงรวมทุกรายการสินค้า โดยเฉพาะ
- หม้อแปลงไฟฟ้า มีสัดส่วน 3.62% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทยไปสหรัฐฯ โดยอัตราภาษีลดลงมาอยู่ที่ 8.68% จาก 17.10% ในเดือนก่อนหน้า
- เครื่องปรับอากาศ สัดส่วน 2.86% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทยไปสหรัฐฯ มีอัตราภาษีลดลงมาอยู่ที่ 13.30% จาก 18.67% ในเดือนก่อนหน้า
- โซลาร์เซลล์ สัดส่วน 1.76% ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทยไปสหรัฐฯ มีอัตราภาษีลดลงมาอยู่ที่ 10.00% จาก 16.99% ในเดือนก่อนหน้า
- แผงควบคุมกระแสไฟฟ้า สัดส่วน 1.55%ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของไทยไปสหรัฐฯ มีอัตราภาษีลดลงมาอยู่ที่ 11.96% จาก 19.51% ในเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งสำคัญในอาเซียน พบว่า สินค้าส่วนใหญ่มีอัตราภาษีที่เก็บจริงในระดับที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่จีน แม้อัตราภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บจริงจากสหรัฐฯ ลดลงจากเดิม แต่ยังคงอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง
สำหรับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 122 (Exemptions) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 61.2% ของสินค้าทั้งหมดที่สหรัฐฯ นำเข้าจากไทย พบว่า การส่งออกของไทยในกลุ่มสินค้าดังกล่าวยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเดือน ม.ค. 2569 ขยายตัวในเกณฑ์สูงถึง 64.4% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มเดียวกันกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้เดิม โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ หน่วยประมวลผล สัดส่วน 34.4% ขยายตัว 247% เครื่องส่งวิทยุและเครื่องรับวิทยุ สัดส่วน 33.9% ขยายตัว 87.3% และแผงวงจรพิมพ์ที่ประกอบแล้ว ร้อยละ 4.7% ขยายตัว297.8%
อย่างไรก็ตาม สินค้าในกลุ่มเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรส่วนใหญ่ยังมีการส่งออกลดลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง และการแข่งขันด้านราคาที่ยังค่อนข้างรุนแรง
ในระยะต่อไป มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ในการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ทำให้ไทยมีแนวโน้มเผชิญอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นในระยะถัดไปโดยเฉพาะมาตรา 301 ตามกฎหมาย The Trade Act of 1974 ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้ารวมทั้งไทย ในประเด็น
1. กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) โดยสหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัยกับไทยเกี่ยวกับ
- การเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรและส่วนประกอบ และยางพารา เป็นต้น
- ภาคการผลิตของไทยมีกำลังการผลิตส่วนเกินที่ค่อนข้างสูง สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของไทยที่ต่ำกว่า 60% อย่างต่อเนื่อง แต่มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวสูง
2 การใช้แรงงานที่ถูกบังคับให้ทำงาน (Forced Labor) โดยสหรัฐฯ ได้มีการตรวจสอบนโยบายและการดำเนินการ เพื่อห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานภาคบังคับใน 60 ประเทศคู่ค้า
ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้ส่งความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวให้สหรัฐฯ พิจารณาแล้ว และอยู่ระหว่างเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Public Hearing) ทั้งนี้ คาดว่าสหรัฐฯ จะประกาศผลการไต่สวนภายในเดือน ก.ค. 2569
สรุปความคืบหน้ามาตรการ 301 ของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับไทย (ณ เม.ย. 2569)

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




