การทำกรอบงบประมาณของรัฐบาลแต่ละครั้งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ เดือน ต.ค. ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาและกลั่นกรองตามลำดับ ก่อนจัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อนำส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และประกาศใช้เป็นกฎหมายภายในเดือน ต.ค. ปี ถัดไป
แต่ในปีช่วงปลายปี 2568 เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ และอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ส่งผลให้กระบวนการจัดทำและพิจารณางบประมาณปี 2570 ต้องล่าสะดุดลงตามทิศทางของการเมือง ซึ่งส่งผลให้การประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ต้องล่าช้าด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ หากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณล่าช้า ย่อมส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุนที่ไม่สามารถเดินหน้าโครงการใหม่ได้เต็มที่ ขณะที่รายจ่ายประจำต้องใช้งบปีเดิมไปพลางก่อน ทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐชะลอลง
งบปี 70 อาจเร็วขึ้นกว่าที่ประเมินไว้
เดิม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2570 จะออกล่าช้าออกไป 1 ไตรมาส หรือเริ่มประกาศใช้ในเดือน ม.ค. 2570 แต่ในการรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา
ธปท.ได้ปรับประมาณการใหม่ โดยคาดว่า พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2570 จะล่าช้าเร็วขึ้นกว่าที่ประเมินไว้เดิม 1 เดือน และสามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ช่วงปลายปี 2569
“ที่คิดว่าจะเร็วขึ้น เพราะเราเห็นพรรคที่ชนะเลือกตั้งมีเสียงข้างมากค่อนข้างเยอะพอสมควร ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเร็วขึ้นได้ แต่เร็วขึ้นประมาณ 1 เดือน เพราะฉะนั้นเงินอาจจะออกปลายปีนี้ แต่ออกไม่ได้เยอะ เราก็เลยบอกว่าอาจจะไม่ได้กระทบมาก แต่ไม่ได้ล่าช้า” ดอน นาครทรรพ เลขานุการ กนง. กล่าว
การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

ม.ค. 69 เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง
ในงานแถลงข่าว BOT Monthly Briefing ภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ของ ธปท. เศรษฐกิจไทยเดือน ม.ค. 2569 ขยายตัวจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น (ไม่รวมทองคำ) ได้แก่
- การส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปยุโรป
- หมวดอัญมณี และเครื่องประดับตามการส่งออกไปอินเดีย
- ปิโตรเลียม ปรับเพิ่มขึ้นตามการส่งออกไปอาเซียน ซึ่งคาดมาจากปัจจัยเฉพาะของบางบริษัทที่คาดว่าเร่งขึ้นชั่วคราว
ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ทยอยฟื้นตัว หลังชะลอการเดินทางในช่วงก่อนจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ที่เพิ่มขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เป็นกลุ่มหลักที่ขยายตัว
ด้านอุปสงค์ในประเทศเพิ่มขึ้นทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะในหมวดยานพาหนะจากการเร่งซื้อรถยนต์ก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 โดยบางส่วนมีการทยอยส่งมอบและมีการขยายระยะเวลาจดทะเบียนไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวชะลอลงตามรายจ่ายลงทุนที่เร่งเบิกจ่ายไปในเดือนก่อน โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณเหลื่อมปีภายใต้โครงการงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ประกอบกับรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวตามแผนการลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่จ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวต่อเนื่องตามการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งและลงประชามติ รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินบำนาญ ภาพรวมดังกล่าวส่งผลให้ภาคบริการโดยรวมปรับลดลงตามกิจกรรมในสาขาก่อสร้างที่หดตัว ขณะที่ภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังทรงตัวจากเดือนก่อน
ด้านรายได้เกษตรกรหดตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวต่อเนื่องเป็นสำคัญ ตามราคายางพารา ข้าว ปาล์มน้ำมัน และอ้อย จากอุปทานทั้งในตลาดไทยและโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่อุปสงค์ยางพาราจากจีนที่ลดลง แม้ว่าผลผลิตสินค้าเกษตรจะขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนได้เล็กน้อยจากผลผลิตอ้อยที่เลื่อนการเก็บเกี่ยวจากฝนที่ตกมากในเดือนก่อน รวมถึงยางพาราและปาล์มน้ำมันที่ขยายตัวต่อเนื่องตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
ด้านการระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมลดลงจากเดือนก่อนตามการระดุมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิที่ลดลงเป็นสำคัญ โดยมีปัจจัยมาจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิที่ลดลงในเกือบทุกสาขาธุรกิจ สะท้อนความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นตามความเสี่ยงของธุรกิจ อย่างไรก็ตามสินเชื่อปรับเพิ่มขึ้นบ้างในธุรกิจบางสาขา
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงกดดันหลักในหมวดอาหารสด จากราคาผักที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลที่ลดลง ตามราคาน้ำมันดิบโลกและการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคารถยนต์ปรับเพิ่มขึ้นตามการขึ้นภาษีสรรพสามิต ขณะที่ราคาของใช้ส่วนตัวปรับลดลงตามการส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการ
คาดทั้งไตรมาส 1 เศรษฐกิจเริ่มแผ่ว
ปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. ประเมิน ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 จพมีแนวโน้มชะลอลงจากไตรมาส 4 ปี 2568 แม้ในเดือน ม.ค. 2569 การบริโภคภาคเอกชน (Private consumption) และการลงทุนภาคเอกชน (Private investment) ออกมาดีกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากมีการเลื่อนส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามมาตรการ EV 3.0 ในเดือน ธ.ค. มาเป็นเดือน ม.ค. จึงส่งผลให้เศรษฐกิจเดือน ม.ค. ยังขยายตัว
แต่ในเดือน ก.พ. 256 เศรษฐกิจไทยจะเริ่มชะลง หลังแรงหนุนจากการเร่งส่งมอบรถ EV ทยอยหมดลง ในขณะที่ภาคส่งออกและการท่องเที่ยวยังคงมีทิศทางดี ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจในระยะต่อไป
เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม:




