ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน สะท้อนภาพเศรษฐกิจ “ฟื้นตัว”ในช่วงก่อนสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่เศรษฐกิจในเดือน มี.ค. ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามเต็มเดือน ยังทรงตัวจากเดือนก่อน โดยในเดือน มี.ค. การส่งออกสินค้าโดยรวม และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัว
แต่ในเดือนมี.ค. เริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงจากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป การส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงมาก การนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามการเร่งนำเข้าจากแหล่งอื่น และการบริโภคภาคเอกชนลดลงในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร แม้มีการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มี.ค. ปรับมาอยู่ใกล้ศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภคที่ยังจำกัด

ปราณี สุทธศรี ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. ระบุว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค. ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับสูงขึ้นจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
แต่เศรษฐกิจบางส่วนเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แม้รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันพักที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นผลชั่วคราวจากการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม
นอกจากนี้การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า
ด้านการบริโภคภาคเอกชนแม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจนแต่ลดลงหลังเร่งไปมากในช่วงก่อน
เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น
ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น
“ท่องเที่ยว-บริการ”ทรุดจากสงคราม
เศรษฐกิจไทยโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวจากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ตามการส่งออกไปตะวันออกกลางและจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ลดลงมาก
สำหรับการบริโภค ภาคเอกชนลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนลดลงหลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป แต่รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากผลของการปรับลดเที่ยวบินและทำให้วันพักในไทยเพิ่มขึ้นชั่วคราว

แนวโน้มเศรษฐกิจระยะต่อไป “ชะลอ”
แนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค
แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวในระยะข้างหน้า อุปสงค์ภาคท่องเที่ยวชะลอลงต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

ระยะต่อไปต้องติดตาม
- พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง
- ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และ
- การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
จับตาสินค้าทยอยขึ้นราคาในไตรมาส 2
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/69 ทรงตัว แม้เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว การแข่งขันที่รุนแรงและสงครามในตะวันออกกลาง แต่ยังได้แรงหนุนจากการผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลย
ธุรกิจผลิตและส่งออกทรงตัว โดยบางธุรกิจยังขยายตัวตามอุปสงค์คู่ค้า อาทิ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอาหารสัตว์เลี้ยง และบางธุรกิจได้รับค าสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม อาทิ ปิโตรเคมี และพลาสติก แต่หลายธุรกิจมีแนวโน้มหดตัวตามอุปสงค์คู่ค้าและการแข่งขันที่รุนแรง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหารและเครื่องดื่ม
ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารโดยรวมหดตัวเล็กน้อยธุรกิจการค้าทรงตัว โดยธุรกิจโรงแรมและสายการบินได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นในการเดินทางลดลง และข้อจำกัดด้านการบิน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักแรมอาจลดลง ส่วนธุรกิจร้านอาหารมีแนวโน้มทรงตัวจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง
ธุรกิจการค้าทรงตัว โดยสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อยตามต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ กำลังซื้อที่อ่อนแอและการระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้ส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้จำกัด ขณะที่การค้ารถยนต์อาจขยายตัวจาก EV ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างทรงตัว โดยการก่อสร้างภาคเอกชนในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้จากการลงทุนในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และ data center ขณะที่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย ตามภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ซบเซา อย่างไรก็ดี โครงการใหม่ในพื้นที่ศักยภาพยังเติบโตได้
ผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ธุรกิจส่วนใหญ่กังวลเรื่องต้นทุนพลังงานและค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้น และอาจทยอยขึ้นราคาสินค้าในไตรมาส 2/69 เนื่องจากสต็อกอาจเพียงพอแค่ 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อที่ยังอ่อนแออาจส่งผลให้การปรับราคาขึ้นไม่ได้มาก
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




