ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition โดยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญของประเทศ ท่ามกลางความต้องการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ
แต่เมื่อการใช้งานขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย เพราะความเสี่ยงของระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้เกิดจากแผงเพียงชิ้นเดียว แต่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ทุกส่วน รวมถึงมาตรฐานของผู้ติดตั้ง
เอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น สมอ. จึงมีหน้าที่เข้ามากำกับดูแลด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ระบบโซลาร์เซลล์ภายในบ้านไม่ได้ประกอบด้วยแผงที่ติดตั้งบนหลังคาเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์สำคัญอีกหลายรายการ ทั้งแบตเตอรี่ สายไฟ คอนเน็กเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ตู้ควบคุม และอุปกรณ์ตัดวงจร หากควบคุมเฉพาะแผง แต่ปล่อยให้อุปกรณ์อื่นไม่มีมาตรฐาน ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าช็อต หรือเพลิงไหม้ได้
ดังนั้น การกำกับดูแลของ สมอ. จึงมี 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยนำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย และ การบังคับใช้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพและความปลอดภัย
ก่อนเดินหน้าสู่มาตรฐานบังคับ สมอ. ได้หารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย สมาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อม โดย บวรวิทย์ อัครจันทโชติ ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน สมอ. ระบุว่า มีการจัดสัมมนาร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 ครั้ง ทั้งในเดือนมิถุนายนและช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

จาก “มาตรฐานสมัครใจ” สู่ “มาตรฐานบังคับ”
ที่ผ่านมา แผงโซลาร์เซลล์มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว แต่เป็นมาตรฐานทั่วไปหรือมาตรฐานสมัครใจ ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับรองเครื่องหมาย มอก. เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ แต่ไม่ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องดำเนินการ
ในประเทศมีโรงงานที่ยื่นขอรับรองมาตรฐานประมาณ 5 ราย สะท้อนว่ามีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดในปัจจุบันมีสินค้าจำนวนมากทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและการนำเข้า ขณะที่ความต้องการติดตั้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วประเทศ
เมื่อมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ สมอ. จึงยกระดับจากมาตรฐานสมัครใจไปสู่ มาตรฐานบังคับ เพื่อสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
แผงโซลาร์เซลล์ถือเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่ สมอ. คาดว่าจะสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรฐานได้ในช่วง ปลายเดือนกันยายน หลังจากนั้นจะทยอยดำเนินการกับอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อไป
อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้มาตรฐานจะต้องเดินควบคู่กับการลดภาระของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขั้นตอนการขอใบอนุญาตที่อาจกระทบต่อระยะเวลาและต้นทุนทางธุรกิจ สมอ. จึงเร่งปรับกระบวนการให้รวดเร็วขึ้น โดยสามารถนำผลการทดสอบที่ได้รับการยอมรับมาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตได้ภายใน 7 วัน
ไม่ใช่แค่ “แผง” แต่ต้องปลอดภัยทั้งระบบ
มาตรฐานของแผงโซลาร์เซลล์ในระยะแรกจะเน้นเรื่อง ความปลอดภัยทางไฟฟ้า โดยเฉพาะการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ไฟฟ้าช็อต และความเสี่ยงจากไฟไหม้ ก่อนนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจะต้องผ่านการรับรองตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขณะเดียวกัน สมอ. เตรียมกำหนดมาตรฐานบังคับสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์อีก 5 รายการ ได้แก่ อินเวอร์เตอร์ สายไฟฟ้า PV ตู้หรือเบรกเกอร์ แบตเตอรี่ และฟิวส์แรงดันต่ำ
เหตุผลสำคัญคือ ระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้ทำงานแบบแยกส่วน แต่เป็นระบบที่อุปกรณ์ทุกชิ้นต้องทำงานร่วมกัน หากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งไม่ได้มาตรฐาน หรือมีการนำอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมมาประกอบเข้าด้วยกัน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบทั้งหมด
ปัญหาที่พบคือการนำแผง สายไฟ และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างยี่ห้อหรือต่างรุ่นมาประกอบกัน หากอุปกรณ์ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม อาจต้องมีการดัดแปลงบริเวณจุดเชื่อมต่อ ทำให้แน่นหรือหลวมเกินไป และนำไปสู่การเกิดประกายไฟหรือเพลิงไหม้ได้
อีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือการเลือกใช้สายไฟที่ไม่เหมาะสมกับระบบโซลาร์เซลล์ เช่น การนำสายไฟอะลูมิเนียมมาใช้แทนสายไฟที่ออกแบบมาสำหรับระบบโดยเฉพาะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
อุปกรณ์ได้มาตรฐาน แต่ “ช่าง” ไม่ได้มาตรฐานก็เสี่ยง
อีกหนึ่งโจทย์ที่ สมอ. ให้ความสำคัญคือ มาตรฐานการติดตั้ง เพราะแม้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีคุณภาพ แต่หากติดตั้งไม่ถูกต้อง ระบบก็ยังอาจเกิดอันตรายได้
เอกนิติกล่าวว่า จากการหารือกับกระทรวงพลังงาน พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประชาชนที่เลือกผู้รับติดตั้งจากโฆษณาบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ให้บริการบางรายอ้างว่าสามารถติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ได้ แต่เมื่อเข้าปฏิบัติงานกลับไม่มีความรู้หรือทักษะเพียงพอ
กรณีที่พบคือ ผู้ติดตั้งบางรายต้องค้นหาวิธีการติดตั้งผ่านโทรศัพท์มือถือระหว่างปฏิบัติงาน สะท้อนถึงปัญหาการขาดความเป็นมืออาชีพ และชี้ให้เห็นว่าการกำกับดูแลจำเป็นต้องครอบคลุมมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์
สมอ. จึงประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งการไฟฟ้า การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงพลังงาน โดยแบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจน สมอ. รับผิดชอบด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาดูแลเรื่องการติดตั้ง รวมถึงแนวทางการขึ้นทะเบียนช่าง
เป้าหมายคือการสร้างระบบกำกับดูแลที่ครอบคลุมตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์–การนำเข้า–การจำหน่าย–การติดตั้ง เพื่อให้การขยายตัวของพลังงานแสงอาทิตย์เกิดขึ้นควบคู่กับความปลอดภัย
ก่อนมาตรฐานบังคับ ผู้บริโภคต้องเช็กอะไร?
ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนมาตรฐานบังคับมีผลเต็มรูปแบบ สุตตะนนท์ โสวนิตย์ผู้อำนวยการกองควบคุมมาตรฐาน บอกว่า ผู้บริโภคที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ควรตรวจสอบข้อมูลของอุปกรณ์ให้รอบด้าน โดยเฉพาะการขอรายงานผลการทดสอบจากผู้จำหน่าย และตรวจสอบว่าผลการทดสอบดังกล่าวมาจากโรงงานหรือห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองหรือเป็นที่ยอมรับหรือไม่
ราคา ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ควรพิจารณา หากข้อเสนอราคาต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ ผู้บริโภคควรตรวจสอบรายละเอียดของอุปกรณ์แต่ละรายการเพิ่มเติม ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว
เมื่อมาตรฐานมีผลบังคับใช้ ผลิตภัณฑ์จะต้องแสดง เครื่องหมาย มอก. และ QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ได้รับใบอนุญาตผ่านระบบของ สมอ. ได้
ผู้ประกอบการเร่งเตรียมพร้อมรับมาตรฐานใหม่
ด้านผู้ประกอบการเองก็เริ่มเตรียมความพร้อมรับการบังคับใช้มาตรฐาน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการแผงโซลาร์เซลล์ยื่นขอรับการตรวจประเมินโรงงานแล้วมากกว่า 260 ราย สมอ. ตรวจประเมินไปแล้วกว่า 170 ราย ขณะที่อีกกว่า 30 ราย อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นขอใบอนุญาตและลดความจำเป็นในการตรวจประเมินโรงงานซ้ำ
ผู้ประกอบการที่มีรายงานผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล IEC ยังสามารถนำผลดังกล่าวมายื่นผ่านระบบ e-License ของ สมอ. ได้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณา
ตลาดโซลาร์เซลล์ในไทยจึงกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่การเลือกใช้อุปกรณ์เป็นเรื่องของผู้บริโภคและผู้ติดตั้งเป็นหลัก ไปสู่ระบบที่รัฐเข้ามากำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน
เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มจำนวนแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา แต่ต้องทำให้ พลังงานสะอาดมาพร้อมกับระบบที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่แผง อินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ อุปกรณ์ป้องกัน ไปจนถึงผู้ติดตั้ง หากทุกส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน การขยายตัวของพลังงานแสงอาทิตย์ก็จะไม่ใช่เพียงการลดค่าไฟ แต่เป็นการสร้างระบบพลังงานที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :




