สงครามระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานโลก เนื่องจากการการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานขนาดใหญ่ ทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาพลังงานทางเลือกมากขึ้น โดยหนึ่งในนั้น คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)
บทวิเคราะห์วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) ระบุว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน (Nuclear Fission) จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Nuclear Reactor) โดยตรง แทนการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งให้ความร้อนจากภายนอก โดยความร้อนจะถูกใช้ในการต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำแรงดันสูงและขับเคลื่อนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น ไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์จึงจัดเป็นพลังงานสะอาดเนื่องจากไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิง
การพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เกิดในยุคบุกเบิกปี 2493-2503 โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2499 ต่อมาในยุคที่ 2 ปี 2503-2543 เริ่มมีโรงไฟฟ้าเดินเครื่องเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระบบความปลอดภัยที่ต้องอาศัยการควบคุมของมนุษย์และระบบไฟฟ้า (Active Safety System) ส่งผลให้ยังมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เหนือการควบคุม
จนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่ 3 ปี 2543-ปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่มีความปลอดภัยสูงขึ้นจากระบบความปลอดภัยที่ทำงานได้เอง (Passive Safety System) โดยอาศัยแรงโน้มถ่วง การพาความร้อน และการควบแน่น ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าสำรองหรือการควบคุมของมนุษย์ และในอนาคตโลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคที่ 4 ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป ซึ่งการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์จะเน้นเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืน ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีกำลังการผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วน 9% ของการผลิตไฟฟ้าของโลก โดยมาจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชิงพาณิชย์กว่า 440 เครื่องใน 31 ประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม จากอุบัติเหตุการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เชอร์โนบิล ประเทศยูเครน (ในขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) เมื่อปี 2529 รวมถึงเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2554 ที่สร้างความเสียหายให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม
ในช่วงหลัง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถแก้ข้อจำกัดทั้งในด้านต้นทุน ระยะเวลาก่อสร้าง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการพลังงานสะอาดในยุคปัจจุบันได้
ความต่าง SMR กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สมัยใหม่ที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ต่อหน่วย หรือประมาณหนึ่งในสามของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม โดยมีคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ (1) ขนาดที่เล็กกะทัดรัด (2) การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เป็นโมดูล (Module) โดยผลิตและประกอบในโรงงานแล้วขนส่งไปติดตั้งยังพื้นที่เป้าหมายได้ทันที และ (3) การใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Reactor) เพื่อสร้างความร้อนและนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ SMR ส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นและระยะเวลาการก่อสร้างน้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ รวมถึงมีความยืดหยุ่นและความปลอดภัยสูงกว่า

เปรียบเทียบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่และ SMR (ที่มา: EGAT and Krungsri Research)
ทั้งนี้โรงไฟฟ้า SMR เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคที่ 3 และ 4 โดยรายงานของ Nuclear Energy Agency ระบุว่าในปี 2568 มีโรงไฟฟ้า SMR ที่ดำเนินการแล้วหรืออยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 7 โครงการทั่วโลก และมีโครงการที่อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตอีกกว่า 50 โครงการ
สำหรับโรงไฟฟ้า SMR ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ โรงไฟฟ้า Akademik Lomonosov ของรัสเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่มีกำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 และโรงไฟฟ้า HTR-PM ของจีน ซึ่งใช้ก๊าซอุณหภูมิสูงเป็นสารหล่อเย็น (HTGR) โดยเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2566 ด้วยกำลังการผลิต 210 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า SMR อีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นโครงการในประเทศจีน แคนาดา สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

โรงไฟฟ้า SMR ที่เดินเครื่องแล้ว และที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (ที่มา: World Nuclear Association, American Nuclear Society, Energy for Growth Hub, Krungsri Research)
ในอาเซียน หลายประเทศได้บรรจุการพัฒนา โรงไฟฟ้า SMR ไว้ในแผนพลังงานชาติแล้ว อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และไทย (อยู่ในร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าหรือ PDP2024) ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการบรรจุ SMR ไว้ในแผนพลังงานของประเทศในอนาคต จากกระแสความตื่นตัวของหลาย ๆ ประเทศในโลก สะท้อนว่าเทคโนโลยี SMR เป็นสิ่งที่ไทยไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
ไทยเคยวางแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ไทยมีความพยายามในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ มาแล้ว 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ปี 2509 ไทยเริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี จนกระทั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับการอนุมัติให้ซื้อที่ดินในอำเภอศรีราชา เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 600 เมกะวัตต์ แต่ต่อมาในปี 2520 แผนดังกล่าวถูกยกเลิกหลังจากการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ขณะนั้นมีการประเมินว่าปริมาณก๊าซฯ จะใช้ได้อีกอย่างน้อย 40 ปี
ครั้งที่ 2 ในปี 2550 ไทยบรรจุโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ในแผน PDP 2007 เป็นครั้งแรก และบรรจุต่อเนื่องมาจนถึงแผน PDP2010 ซึ่งเคยวางแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 5,000 เมกะวัตต์ ก่อนจะปรับลดลงเหลือ 2,000 เมกะวัตต์ (PDP2010 Rev.3) โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าในปี 2563-2564 แต่หลังจากเกิดเหตุภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะในปี 2554 รัฐบาลได้ประกาศเลื่อนโครงการออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง PDP2018 ก็ไม่ได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ในแผนดังกล่าว
ครั้งที่ 3 ในปี 2567 บทบาทของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับมาอีกครั้ง หลังมีการบรรจุโรงไฟฟ้า SMR ในร่างแผน PDP2024 โดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 600 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้า 2 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ แห่งละ 300 เมกะวัตต์ ซึ่งวางแผนเริ่มดำเนินการภายในปี 2580 ทั้งนี้ภายในปีดังกล่าว ไทยตั้งเป้าลดการพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติลงเหลือสัดส่วน 48% ของกำลังการผลิตรวม และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% ขณะที่ SMR และเทคโนโลยีพลังงานใหม่จะมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 1% อย่างไรก็ดี ปัจจุบันแผนการดำเนินงาน SMR ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากไทยอยู่ระหว่างการจัดทำ PDP ฉบับใหม่ในปี 2569
โรงไฟฟ้า SMR กับความพร้อมของไทย
ปัจจุบันไทยมีกฎหมายและหน่วยงานด้านพลังงานนิวเคลียร์ โดยได้จัดตั้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติขึ้นในปี 2504 ตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และปัจจุบันดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งกำกับดูแลโดยคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและกรอบการกำกับดูแลโรงไฟฟ้า SMR
นอกจากนี้ ไทยได้ลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์และ SMR กับประเทศต่าง ๆ อาทิ เกาหลีใต้ จีน และสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ SMR ให้มีความปลอดภัย
ขณะเดียวกันผู้ผลิตไฟฟ้าในไทย ได้ศึกษาความเป็นไปได้ของ SMR อย่างต่อเนื่อง ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และภาคเอกชนที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เช่น บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซนิเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับบริษัท Saltfoss Energy จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์เกลือหลอมเหลวแบบลอยน้ำ (Molten Salt Reactor: MSR) รวมถึงบริษัท รำช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่กำลังศึกษา SMR ร่วมกับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดงิ้ จำ กัด (มหาชน) (เครือสหพัฒน์) สะท้อนให้เห็นไทยกำลังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมทั้งด้านนโยบายพลังงาน เทคโนโลยีและความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อพัฒนา SMR ในอนาคต
ความต้องการพลังงานสะอาดหนุนโรงไฟฟ้า SMR
การพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในไทยมีแนวโน้มจะได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการพลังงานสะอาดและความเสี่ยงวิกฤตด้านพลงานน
ความต้องการพลังงานสะอาด ของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อาทิ Google Microsoft และ Amazon Web Services (AWS) ได้ทยอยประกาศแผนการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และบริการคลาวด์ (Cloud Service) ในไทย โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดทุกช่วงเวลาในการดำเนินธุรกิจ (ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์) ส่วนในระดับประเทศ ไทยได้ขยับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้เร็วขึ้น 15 ปีเป็นปี 2593 จากปัจจัยทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ความต้องการพลังงานสะอาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น โรงไฟฟ้า SMR ซึ่งสามารถตอบโจทย์พลังงานสะอาดทั้งด้านปริมาณและความต่อเนื่อง จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระดับองค์กรและระดับประเทศ
ความเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตพลังงาน โดย SMR ช่วยเสริมความมั่นคงทางไฟฟ้าและลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้ โดยวิกฤตจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2565 และสงครามในตะวันออกกลางในปี 2569 ส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติ (LNG) มีราคาสูงขึ้นและเกิดภาวะขาดแคลนเป็นระยะๆ ซึ่งกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของไทยที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง LNG ในสัดส่วนสูง โดยมาจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 4 ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด ขณะที่ SMR ใช้ยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิงซึ่งมีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วโลก การมี SMR ในประเทศจึงช่วยลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานที่นำเข้าได้
กลัวสารกัมมันตรังสี-ต้นทุนสูง ยังเป็นข้อจำกัด
แม้โรงไฟฟ้า SMR จะมีจุดเด่นความมั่นคงทางพลังงาน แต่ก็ยังมีความท้าทายอีกหลายประการ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและต้นทุน ดังนี้
ข้อกังวลด้านความปลอดภัย โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงเผชิญข้อกังวลเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสี จากอุบัติเหตุในอดีต อาทิ เหตุการณ์เชอร์โนบิลในปี 2529 และเหตุการณ์ฟูกูชิมะในปี 2554 ที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีรุนแรง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน SMR มีความปลอดภัยสูงขึ้นจากการใช้ระบบความปลอดภัยที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง อีกทั้ง SMR ได้รับการออกแบบโดยมีเป้าหมายให้เกิดผลกระทบในวงแคบกว่า ซึ่งสะท้อนจากแผนรองรับเหตุฉุกเฉินที่ครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ราว 256 เท่า ดังนั้น การพัฒนา SMR จึงมาพร้อมกับความท้าทายในการจัดการสารกัมมันตรังสี การรับมือหากเกิดวิกฤต และการสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน
ต้นทุนและความคุ้มค่าของการลงทุน SMR เนื่องจากมีต้นทุนการก่อสร้างต่อหน่วย (Overnight cost) ราว 5,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ ซึ่งยังสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่โดยทั่วไป เนื่องจากมีการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) น้อยกว่า อีกทั้งต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย (Levelized Cost of Electricity: LCOE) ของ SMR อยู่ที่ 90-160 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันหน่วย (MWh) ซึ่งสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่ 80-150 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันหน่วย และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในไทย ซึ่งอยู่ที่ราว 79-86 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันหน่วย อย่างไรก็ดี ในระยะยาวหากเทคโนโลยี SMR ก้าวหน้าและถูกนำมาใช้มากขึ้น อาจทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลง จากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่า กล่าวคือ SMR ใช้ยูเรเนียมในปริมาณน้อยและอาศัยการเปลี่ยนเชื้อเพลิงทุก 3-7 ปี ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซฯ ต้องใช้เชื้อเพลิงตลอดเวลา

ต้นทุนต่อหน่วยของกำรผลิตไฟฟ้า (LCOE) จากโรงไฟฟ้าใหม่ในไทย (ที่มา: BloombergNEF, JustPow , Energy Solutions Intelligence, Krungsri Research)
SMR ไม่ใช่ทางเลือกหลัก แต่เป็นตัวเสริม
วิจัยกรุงศรี มองว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มีจุดเด่นที่สามารถแก้ไขปัญหาของเทคโนโลยีนิวเคลียร์แบบดั้งเดิม ทั่งความยืดหยุ่น เพิ่ม/ลดกำลังการผลิตได้ตามความต้องการ ความเร็วในการก่อสร้าง และความปลอดภัยที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังคงความสามารถในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในอนาคต ความต้องการไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเฉพาะไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ไทยยังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ในสัดส่วนเพียง 10% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานจากการพึ่งพาการนำเข้า LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนสูง โดยจะเห็นได้จากวิกฤตพลังงานครั้งล่าสุดที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดังนั้นไทยจึงกำลังเผชิญโจทย์พลังงานที่ท้าทายทั้งในด้านความมั่นคงและความยั่งยืนของพลังงาน ซึ่งโรงไฟฟ้า SMR อาจเป็นคำตอบหนึ่งของโจทย์ใหญ่นี้

เปรียบเทียบความสุมดุลด้านพลังงานของโรงไฟฟ้า 4 ประเภท (ที่มา: Krungsri Research)
อย่างไรก็ตาม SMR ยังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ที่ต้องอาศัยการจัดการกากกัมมันตรังสี การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่สาธารณชน อีกทั้ง SMR ยังมีต้นทุนการลงทุนและต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยที่สูง ทว่าเมื่อเปรียบเทียบการผลิตไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ ผ่านกรอบ Energy Trilemma ซึ่งพิจารณามิติความมั่นคง ราคาที่เข้าถึงได้ และความยั่งยืน พบว่าโรงไฟฟ้าแต่ละประเภทล้วนมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป โดยการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมีความมั่นคงสูงแต่ก็ปล่อยคาร์บอนสูงเช่นกัน ขณะที่พลังงานหมุนเวียนแม้ตอบโจทย์ความยั่งยืนแต่ยังมีข้อจำกัดด้านความสม่ำเสมอ ส่วน SMR มีจุดเด่นด้านความมั่นคงและความยั่งยืน แม้ต้นทุนจะยังสูงกว่าพลังงานประเภทอื่น
ดังนั้น SMR อาจไม่ใช่ทั้ง “ทางเลือก” และ “ทางรอด” เดียวในการเอาชนะโจทย์ความมั่นคงและความยั่งยืนทางพลังงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ทางร่วม” แห่งพลังงานสะอาด ที่ต้องเดินไปพร้อมกับพลังงานหมุนเวียน โดยทำหน้าที่สนับสนุนและเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายยังมีข้อจำกัด และท้ายที่สุดเส้นทางนี้อาจนำพาประเทศไทยสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจอันเป็นผลจากการมีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน
ที่มา: วิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) โดยประพันธ์ ลีน้อย นักวิเคราะห์
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
- ”สหรัฐฯ-อิหร่าน“ เปิดศึกปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยกระอักค่าไฟแพงอีกนาน
- เสนอรื้อแผนผลิตไฟฟ้ารับวิกฤต เพิ่มพลังงานทดแทน
- แผงโซลาร์: อันตรายแฝงพลังงานสะอาด จะจัดการอย่างไร?
- กฟผ.ขยับสร้างความเข้าใจ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก
- ความเป็นไปได้แค่ไหน? ไทยจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)




