สถานการณ์ท่องเที่ยวของไทย ตามรายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 9.31 ล้านคน ตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน
ขณะที่ ตลาดระยะไกล เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง
ททท.ลดเป้านักท่องเที่ยวเหลือ 30-34 ล้านคน
ในปี 2569 ททท. ปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานที่ว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1 – 3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม 40 ล้านคน โดยปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
“ททท. ได้เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยมุ่งเน้นกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีน มาเลเซีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่และมีแนวโน้มเติบโตดีเพื่อเป็นตลาดทดแทน” ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. กล่าว
ต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 เสี่ยงลดต่ำกว่าปี 68
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ ลดลงจาก 34.1 ล้านคน เหลือที่ 33.2 ล้านคน จากวิกฤตตะวันออกกลางได้ส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศ จากจำนวนเที่ยวบินที่มีโอกาสลดลง อีกทั้งการเลื่อนและยกเลิกแผนการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนจากต้นทุนการเดินทางที่สูงและความกังวลด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจ
ขณะที่หลายสายการบินได้เริ่มเปิดบริการบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชียมากขึ้น เพื่อมาเติมความจุที่นั่ง (Seat capacity) ที่ลดลงจากสายการบินตะวันออกกลางที่ยังให้บริการในบางเส้นทาง เช่น การบินไทย, British Airways, Lufthansa, Singapore Airline และ EVA
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อยาวนาน จะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเทียวต่างชาติที่มาไทยมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวจากปี 2568

SCB EIC ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยในปี 2569
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง มีดังนี้
1. ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุก
- การดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสที่จะเดินทางมาไทยมากขึ้นจากความพร้อมด้านเที่ยวบินและต้นทุนการเดินทางที่ตํ่ากว่าการท่องเที่ยวในยุโรป
- การออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทย โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัดส่วนสูง ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางค่อนข้างสูง
2. การเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านพลังงานและฟื้นฟูหาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวทางบกให้กลับมาเหมือนเดิม
3. การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านสภาพคล่องไม่สูงมากทำให้มีข้อจำกัดในการปรับตัวเพื่อรับมือกับการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและภาระต้นทุนที่สูงขึ้น
คาดรายได้ท่องเที่ยวสูญ 8 หมื่นล้านบาท
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่คาดว่าจะลดลงมากกว่า 1 ล้านคนจากประมาณการเดิม ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวสูญเสียไปราว 80,000 ล้านบาทในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 34.1 ล้านคน
สำหรับ 3 ปัจจัยลบ กดดันการเดินทางข้ามทวีป
- เส้นทางบินข้ามทวีปหดแคบลง
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทางอากาศเร่งตัวขึ้น
- ค่าโดยสารเครื่องบินแพงขึ้น

ราคาน้ามันเชื้อเพลิงทางอากาศเฉลี่ยเร่งสูงขึ้น 76%
จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง กระทบต่อธุรกิจการบินอย่างหนัก โดยศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางที่ชะงักงัน กระทบโดยตรงต่อการเชื่อมต่อเที่ยวบินและความต้องการท่องเที่ยวระยะไกล (long-haul) ซึ่งะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอ่างมากในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินเข้าไทยลดลง เฉลี่ยประมาณวันละ 52 เที่ยวบิน

เนื้อหาอื่นเพิ่มเติม:




