คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ พ.ศ. 2568 – 2570 (ร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data) ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เสนอ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ
ข้อมูลกระจัดกระจาย ฉุดไทยใช้ Big Data ไม่เต็มที่
ทั้งนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (สขญ.) ได้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data ซึ่งเป็นฉบับแรกของประเทศไทย เนื่องจากไทยกำลังประสบกับความท้าทายและข้อจำกัดหลายประการในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ ได้แก่ ข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศไทยจัดเก็บแบบกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้านข้อมูลในประเทศไทย และประชาชนทั่วไปมีองค์ความรู้เรื่องข้อมูลและเทคโนโลยีไม่มากนัก ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจส่งผลต่อแรงจูงใจในการยินยอมให้ดำเนินงานด้านข้อมูล กฎหมายและกฎระเบียบของประเทศเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลดิจิทัลต่อสาธารณะที่ไม่ครอบคลุมข้อมูลมูลค่าสูง
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ได้ในระดับพื้นที่ และความเสี่ยงในการเสียอธิปไตยทางด้านเทคโนโลยี เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่น้อมรับเทคโนโลยีจากประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าผลิตเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก รวมถึงงบประมาณในการดำเนินงานโครงการเพื่อเชื่อมโยง ข้อมูล พัฒนาแพลตฟอร์ม พัฒนาระบบไม่เพียงพอและไม่ต่อเนื่อง และ ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลเปิดและสารสนเทศที่นำไปใช้ประโยชน์ ทำให้ขาดข้อมูลตัวแบบที่ได้ผลสำเร็จที่ดี
วาง 3 ปัจจัยพื้นฐาน หนุนประเทศขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
เมื่อ สขญ. พิจารณาสภาพการณ์ของการพัฒนาด้านข้อมูลขนาดใหญ่ ประกอบกับความท้าทายและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ประเทศไทยประสบอยู่ในปัจจุบัน จึงนำมาสู่การกำหนดหลักคิดนำทางสำคัญในการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data ที่ว่า การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างได้นั้น โดยรัฐบาลจะต้องจัดให้มีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล อันประกอบด้วย
1) ระบบนิเวศเพื่อการใช้ประโยชน์ข้อมูล คือ การนำระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำข้อมูลขนาดใหญ่ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมได้ในหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ซึ่งจะต้องมีมาตรการส่งเสริมผู้เล่นในระบบนิเวศของข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งต้องครอบคลุมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและบริการ การส่งเสริมอุตสาหกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาความสามารถของกำลังคนทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน
2) เครื่องมือและแนวทางมาตรฐานเพื่อการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูล คือ การมีเครื่องมือและแนวทางมาตรฐานที่เหมาะสมต่อการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและจัดการข้อมูลในขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้ใช้งานข้อมูลได้เต็มศักยภาพ แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความสอดคล้องกับกฎระเบียบการกำกับดูแลการบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเชิงเทคนิค การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลประเภทต่าง ๆ เป็นต้น
3) โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศด้านข้อมูล คือ โครงสร้างพื้นที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและให้บริการด้านข้อมูลที่พร้อมให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำไปใช้งานได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นบริการสู่ผู้ใช้งานในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
สขญ. ได้นำหลักคิดข้างต้นมาใช้ในกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ มาตรการ และตัวชี้วัดความสำเร็จที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data และได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคส่วนต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และได้นำข้อมูลเพื่อมาใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับนี้ด้วย โดยคณะกรรมการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ในคราวประชุม ครั้งที่ 6/2567 เมื่อ 26 ก.ย. 67 ได้มีมติเห็นชอบหลักการร่างแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวแล้ว
ต่อมา สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในการประชุมครั้งที่ 10/2568 เมื่อ 3 ก.ย. 68 ได้เห็นควรรับทราบร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data และให้นำเสนอต่อ ครม. พิจารณารับทราบ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมสภาพัฒน์ฯ นั้น เป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้ สขญ. ใช้พิจารณาประกอบการดำเนินการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับนี้ ตลอดจนใช้ประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศไทยสำหรับระยะถัดไปในอนาคต โดยไม่ต้องปรับแก้ไขรายละเอียดของร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data ซึ่ง สขญ. ได้รับความเห็นของสภาพัฒน์ฯ ไปพิจารณาประกอบการจัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้
ส่งเสริมใช้ข้อมูลและ AI เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า ร่างแผนยุทธศาสตร์ Big Data เป็นการวางทิศทางและเป้าหมายในการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติที่จำเป็นต่อการวางรากฐานในการสร้างประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เป็นเครื่องมือช่วยยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานทั้งในภาครัฐ เอกชน วิชาการ และประชาชนทั่วไปในการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการใช้งาน การให้บริการการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านข้อมูลและ AI เพื่อให้ผู้เล่นทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
4 ยุทธศาสตร์ Big Data กระตุ้นเศรษฐกิจ – ดัน AI
| หัวข้อ | สาระสำคัญ |
| วิสัยทัศน์ | ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน (Harnessing the Power of Data for Inclusive Growth and Well – Being) |
| เป้าหมาย | (1) เพื่อเอื้อให้เกิดการใช้ข้อมูลเพื่อการวางแผนและตัดสินใจ
(2) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการใช้ข้อมูล (3) เพื่อส่งเสริมบริการที่ประยุกต์ใช้ AI |
| ตัวชี้วัดภาพรวม
และค่าเป้าหมาย |
(1) อัตราการเติบโตของมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่จากระบบ/แพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ไปประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย การวางแผนบริหารจัดการภาครัฐ การกำหนดกฎเกณฑ์/มาตรการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยหน่วยงานภาครัฐ และจากการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่และนวัตกรรม AI ในภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เพื่อยกระดับการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพการใช้ชีวิต โดยกำหนดให้ในปี 2570 มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 35% จากปีก่อนหน้า
(2) ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลในตัวชี้วัดย่อยด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ภายใต้เสาปัจจัยความพร้อมในอนาคตโดยกำหนดให้ในปี 2570 มีอันดับไม่ต่ำกว่า 25 (ปัจจุบันไทยอยู่ในลำดับที่ 33) |
| ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ | |
| เป้าหมาย | มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในกลุ่มงานด้านดิจิทัล |
| ตัวชี้วัด | ระดับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ตามองค์ประกอบข้อ 2.2 มีการใช้งาน/ให้บริการไม่น้อยกว่า 8 องค์ประกอบในปี 2570 [ปัจจุบันมีจำนวน 6 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การให้บริการคลาวด์ของรัฐ (2) ระบบแคตตาล็อกข้อมูลของรัฐ (3) แพลตฟอร์มเพื่อ การวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศ (4) ไมโครเซอร์วิสที่ใช้ร่วมกัน (5) บริการสำหรับการใช้ประโยชน์ข้อมูลเชิงพื้นที่และ (6) เครื่องมือสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล] |
| กลยุทธ์ | (1) พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ
(2) พัฒนาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ |
| ตัวอย่างการดำเนินการ | (1) ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลและกำหนดกลไกการเข้าถึงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
(2) พัฒนาส่วนประกอบในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ Cloud และ Data Catalog ฯลฯ และพัฒนาส่วนประกอบในกลุ่มเครื่องมือ แนวทาง และมาตรฐาน เช่น Software Technology |
| ตัวอย่างโครงการ | (1) โครงการส่งเสริมและการกำกับดูแล Digital ID ของประเทศ
(2) โครงการศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่สำคัญ (3) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐที่มีความมั่นคงปลอดภัย |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | – สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
– สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) – สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) – สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) – สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) – สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) – บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (National Telecom Public Company Limited: NT) – สขญ. – คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ |
| ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโจทย์ประเด็นการพัฒนาสำคัญของประเทศ | |
| เป้าหมาย | เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างระบบข้อมูล AI และการประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ |
| ตัวชี้วัด | จำนวนภาคส่วน/อุตสาหกรรม/ประเด็นที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่ระบบหรือแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในปี 2570 มีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ภาคส่วน/อุตสาหกรรม/ประเด็น (ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 มีการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ จำนวน 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ สุขภาพ ท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม AI เศรษฐกิจการค้า และการเกษตร) |
| กลยุทธ์ | (1) วางแผนเชิงปฏิบัติการด้านการใช้ประโยชน์ข้อมูล
(2) พัฒนากรอบเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูล |
| ตัวอย่างการดำเนินการ | (1) ศึกษาความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
(2) จัดทำบัญชีรายการข้อมูล และระบุกรณีใช้งาน (Use Cases) ที่เหมาะสมและเป็นไปได้ |
| ตัวอย่างโครงการ | (1) โครงการแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
(2) โครงการแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (3) โครงการแพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะด้านท่องเที่ยว |
| หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | – หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
– หน่วยงานในสังกัด ดศ. – หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตามประเด็นและโจทย์ปัญหา |
| ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและใช้ประโยชน์จาก AI ในการบริการ | |
| เป้าหมาย | เพื่อวางรากฐานในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี AI ของไทยและนวัตกรรมด้านข้อมูล เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปสู่ การประยุกต์ใช้งานและให้บริการด้านข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม |
| ตัวชี้วัด | (1) อัตราการเติบโตของจำนวนผู้ให้บริการด้านแบบจำลอง AI ของประเทศโดยครอบคลุมทั้งบริษัทเกิดใหม่และบริษัทที่ให้บริการ AI ในปี 2570 มีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากปีก่อนหน้า (ปัจจุบันมีจำนวนผู้ให้บริการ ทั้งสิ้น 33,770 ราย)
(2) อัตราการเติบโตของจำนวนหน่วยงานที่มีการใช้งานนวัตกรรม AI ทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการใหม่ในปี 2570 มีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 จากปีก่อนหน้า (ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 509 ราย) |
| กลยุทธ์ | (1) สร้างแพลตฟอร์มเพื่อบริการข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI
(2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับบริการสาธารณะ (3) ส่งเสริมการให้บริการและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในภาคอุตสาหกรรม |
| ตัวอย่างการดำเนินการ | (1) สร้างคลังข้อมูลกลางเพื่อฝึกโมเดล AI โดยเฉพาะ และรวบรวมข้อมูลภาษาไทยจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสร้างโมเดลภาษาพื้นฐาน
(2) จัด Government Service Hackathon เพื่อหาแนวคิดใหม่ในการยกระดับ (3) มอบสิ่งจูงใจทางการเงิน เช่น การลดภาษีและการให้เงินช่วยเหลือแก่ธุรกิจที่นำ AI ไปใช้ในการดำเนินงาน |
| ตัวอย่างโครงการ | (1) โครงการส่งเสริมการใช้งาน AI อย่างมีธรรมาภิบาล
(2) โครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริม Al & Digital Transformation แบบมุ่งเป้า (3) โครงการฝึก AI ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นภาษาไทย |
| หน่วยงานร่วมขับเคลื่อน | – สพร.
– หน่วยงานในสังกัด อว. – หน่วยงานในสังกัด ดศ. – หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะที่จะนำร่อง – อุตสาหกรรม AI และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ |
| ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลและ AI | |
| เป้าหมาย | มุ่งเน้นการพัฒนารากฐานทุนมนุษย์ที่ต้องได้รับการยกระดับสมรรถภาพให้มีองค์ความรู้ด้านข้อมูลเพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีนวัตกรรมและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ |
| ตัวชี้วัด | จำนวนผู้ได้รับการอบรมหรือยกระดับองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรด้านข้อมูลขนาดใหญ่ และ AI ทั้งหมด (จัดทำโดย สขญ.) ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ในปี 2570 มีจำนวนไม่น้อยกว่า 60,000 ราย (ในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 36,929 ราย โดยพิจารณาจากผลรวมของจำนวนผู้เข้าอบรมหลักสูตรด้านข้อมูลขนาดใหญ่ และ AI) |
| กลยุทธ์ | (1) พัฒนาเนื้อหาภาษาไทยด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI
(2) สนับสนุนแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ (3) สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน |
| ตัวอย่างการดำเนินการ | (1) สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศ ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับ ผู้ให้บริการด้าน AI ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย(2) จัดตั้งกลุ่มหน่วยงานกลางที่ร่วมกันออกแบบมาตรฐานข้อมูล ด้านกำลังคน(3) สนับสนุนการจัดแคมเปญหรืองานแสดงนิทรรศการโดยรัฐและเอกชนเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นภาพ เรียนรู้ และทดลองใช้ข้อมูลและ AI ในสถานการณ์จริง |
| ตัวอย่างโครงการ | (1) โครงการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
(2) โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (3) โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมและประสานเครือข่ายด้านข้อมูลขนาดใหญ่ |
| หน่วยงานร่วมขับเคลื่อน | – หน่วยงานในสังกัด อว.
– หน่วยงานในสังกัด ดศ. – กระทรวงแรงงาน (รง.) – กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) – หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะที่จะนำร่อง – อุตสาหกรรม AI และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ |
เนื้อหาอื่นที่กี่ยวข้อง:




